Yosapol's profileHostChan* ~My Dairy Life...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 17

    62 : My Songkran


    ^ ภาพยนตร์ ดรีมทีม


    เช้าวันที่ 15 เมษายน ซึ่งยังเป็นวันสงกรานต์ ปณิธานของเรายังแน่วแน่อยู่
    (ปณิธานนั้นก็คือ ปีนี้เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสงกรานต์เด็ดขาด)
    ... แต่อยู่บ้านเฉยๆ มันก็เซ็งๆ ไม่มีอะไรทำ ก็ได้แต่นั่งคุย MSN บนคอมพ์
    ซึ่งก็ได้คุยกับ ฉงนคนหน้าเหลี่ยม ผู้ร่วมอุดมการณ์ไม่เล่นสงกรานต์เช่นเดียวกับเรา
    ... วันๆคุยกะมัน มันก็รบเร้าให้แต่จะโหลดคลิป "รักริทึ่ม" (ซิทคอมช่อง 5)
    เพราะว่าเครื่องมันเล่นคลิปบน YouTube ไม่ได้ ก็เลยจะให้เราโหลดคลิปนั้น
    แล้วส่งให้ทาง MSN ... ดูท่าทางคอมพ์มันจะมีปัญหาน่าดู
    ... สักพักหนึ่ง มันก็ชวนดูหนังเรื่อง "ดรีมทีม"
    ก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ เลยเปิดเว็บไซต์ของ SF CINEMA CITY เพื่อดูรอบฉาย
    เวลาที่เห็นเหมาะควรที่สุดก็คือ 13.40 น. จึงได้ตกลงไปดูกันในที่สุด

    แต่ ... ก่อนจะถึงเวลาฉายประมาณ 1 ชั่วโมง ฉงนก็โทรฯมาพร้อมกับบอกข่าวร้ายว่า
    "วันนี้อาจไปไม่ทันตามเวลาที่นัดไว้ เพราะจะไปซื้อ CD เปล่าที่พาต้าปิ่นเกล้า"
    ... เรื่องของเรื่องก็คือ คอมพ์ไอ้ฉงนมันมีปัญหาอย่างที่บอก
    มันก็เลยจะหาแผ่น CD เปล่าเพื่อไรท์ข้อมูลเก็บลงแผ่นก่อนจะ format
    และแหล่งขายแผ่นเปล่าๆที่ราคาถูกๆและใกล้บ้านมัน ก็คงเป็น พาต้าปิ่นเกล้า
    กิจกรรม "ดรีมทีม" ที่นัดไว้ก็เลยเป็นอันแป้กไปตามระเบียบครับ

    ... แต่ช้าก่อน ...
    เรามีแผนสำรองครับ เพราะว่าเมื่อคืนวานนี้เอง ได้คุยกับอ้ายวีถึงเรื่องๆหนึ่ง
    ซึ่งเป็นเรื่องที่หักล้างปณิธานที่กล่าวข้างต้นและตอนที่แล้วทั้งหมดทุกอย่าง
    ... นั่นก็คือ การไปเล่นสงกรานต์ที่สีลมในวันที่ 15 เมษายนนี้ นั่นเอง
    กะจะไปเล่นน้ำที่สีลม โดยนัดเจอกันที่ MBK ก่อน ...
    แล้วค่อยไปเวลาประมาณ 4 โมงเย็น (คือหลังจากดู "ดรีมทีม" เสร็จนั่นแหละ)
    แต่เมื่อกิจกรรมดูหนัง "ดรีมทีม" นี้เหวิ่งไปแล้ว ก็คงต้องไปสีลมเลยแล้วล่้ะ
    ... แถมขอปืนฉีดน้ำจากอ้ายวีเผื่อไว้แล้วด้วย ไม่ไปไม่ได้แล้ว 555+

    ขณะนี้เราก็ยังอยู่ที่บ้านนั่งเล่น MSN คอยเวลาตอนเย็นอยู่
    ... พี่สองก็ทักเข้ามาทาง MSN ได้ข่าวว่าเรากำลังจะไปเล่นน้ำที่สีลมวันนี้
    พี่สองก็บอกว่า ตนเองก็จะไปเหมือนกัน ไปกับเพื่อนอีกหนึ่งคน
    (เหมือนทางฝั่งเรา ที่มีอ้ายวีไปเป็นเพื่อนเพียงคนเดียว)
    เราได้ยินดังนั้น ก็ดีใจเลย เพราะว่าการไปเล่นสงกรานต์ให้สนุกนั้น
    เพื่อนก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
    ทางฝั่งเราก็ว้อนเพื่อนมากๆ และทางฝั่งเค้าก็เช่นกัน
    จึงได้นัดกันเรื่องการจะพบปะ ซึ่งยังลังเลระหว่าง 2 แบบคือ
    ... ให้เจอที่ MBK กันก่อนแล้วค่อยไปสีลมพร้อมกัน หรือไปเจอที่สีลมเลยตอน 4 โมงเย็น
    ซึ่งพี่สองบอกว่า ถ้าตนได้คำตอบแล้วจะโทรไปบอกทันที

    ... ไม่นานนัก ก็ได้โทรศัพท์จากพี่สอง จากการคุยๆดูแล้วพี่นัทบีก็อยู่ด้วย
    ก็เลยคิดว่าเพื่อนอีกหนึ่งคนที่พี่สองบอกก็คือ พี่นัทบี นั่นเอง !!!
    แต่ไม่ใช่ครับ ... เพื่อนพี่สองอีกคนหนึ่งก็คือ คนที่เราไม่รู้จักนั่นแหละ - -"
    ส่วนตัวพี่นัทบีนั้น ไม่ว่างวันนี้เนื่องจากไปรับน้องที่ดอนเมือง ...
    ซึ่งที่โทรฯมาครั้งนี้ เป็นการคุยกันเล่นๆมากกว่า ...
    ... พี่สองบอกว่า ตนกลัวเกย์มากกกกกกกกกๆ ~~~
    กระเทยไม่เท่าไร แต่เกย์นี่อย่าให้เซ่ด... อีกทั้งเรื่องแมลงสาบอีก ที่พี่สองกลัวเอามากๆ
    ถ้าไปสงกรานต์ น้ำจะนองแฉะๆ แมลงสาบจะชอบมาก ถ้ามันไต่ขึ้นขาลามไปถึงหน้าละก็...
    ... ก็ไซโคฯกันเล่นๆไปขำๆ พี่สองก็บอกเดี๋ยวจะโทรไปหาอีกทีหนึ่ง

    ระหว่างนั้น เราก็มาเล่นเกมรอที่ MBK ประมาณช่วงบ่าย
    ... อื้ม ... ช่วงสงกรานต์นี่คนมันช่างเงียบเหงาจริงแหะ ที่ MBK
    เราทนไม่ไหวกับความเงียบเหงานั้น จึงไปที่สนามหลวง เอ๊ย... ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์
    เพื่ออ่านหนังสือรอไปพลาง ทันใดนั้นโทรศัพท์จากพี่สองก็ดังขึ้น พร้อมกับข่าวร้าย (อีกละ)
    "พี่คงไปไม่ได้แล้วนะยศ สงกรานต์นี้พี่คงไปกินข้าวมากกว่า ไปกับเพื่อนผู้หญิงน่ะ"
    สรุปแล้ว เพื่อนที่จะร่วมชะตากรรมสงกรานต์ก็กลับมาเหลือเพียงอ้ายวีคนเดียวอีกครั้ง...

    ... หลังจากนั้นเราก็เดินกลับมาที่ตู้เกมที่ MBK อย่างเซ็งๆ
    แต่ก็ได้เจอแน็ก เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เล่นเกมด้วยกันนาน
    ซึ่งมันก็เพิ่งกลับมาจากสงกรานต์ต่างจังหวัด และจะไปสีลมวันนี้เช่นกัน แต่ไป 3 ทุ่ม - -"
    ... เจอกันอย่างเดียวไม่พอ มันก็ยังบรรยายสรรพคุณความน่าไปเล่นน้ำที่สีลมไว้ดังนี้
    "เมื่อวาน ได้ดูข่าวรึเปล่า ที่สีลมมีเด็กแว๊น 80 คน ยิงปืนกันตอน ตี 4 ที่สีลม"
    ขอบคุณมากที่บรรยายนะ -*- (เค้าหวังดีแหละ ก็เลยแนะนำว่าถ้าเล่นก็เล่นตอนสว่างๆละกัน)

    16.00 น.
    ในที่สุดก็ได้เจออ้ายวีที่ MBK โดยมันพารุ่้นน้องของมันมาอีก 2 คน
    ... อันตัวเราก็ได้ปืนฉีดน้ำ (ที่ไร้น้ำ) มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    เมื่อพร้อมแล้ว เราทั้ง 4 คน ก็เดินทางไปสีลมด้วย tuk-tuk ...
    Let's Go To Silom !!!


    ^ บรรยากาศ สีลม ซอย 1


    จุดเริ่มต้นของการเล่นสงกรานต์ปีนี้ของเราไม่ใช่ที่สีลมครับ
    แค่เดินทางด้วย tuk-tuk ก็โดนโจมตีเสียแล้ว (รู้ๆอยู่ว่า tuk-tuk มันเป็นเป้าขนาดไหน)
    ... แต่ไม่นึกเลยว่า หนึ่งในผู้โจมตี จะเป็นผู้โดยสารรถเมล์สาย 47
    ซึ่งมีปืนกันทุกคนเลย !!?? (ไม่ทราบว่าเหมาจ่ายรถเมล์มาเล่นสงกรานต์เลยรึเปล่าเนี่ย -*-)
    ในที่สุด tuk-tuk ก็มาจอดปลายทางที่หน้าซอยธนิยะ...
    ... อ่าว ทำไมไม่จอดสีลมล่ะ ?
    กว่า tuk-tuk จะฝ่าดงพงไพรเข้าไปจอดที่สีลมได้
    คงโดนสงครามแป้ง และน้ำ รุมกระหน่ำ กันก่อนจะถึงสีลมแน่นอนครับ 555+

    ... ก่อนจะมาถึงสีลม เคยได้คุยกับเมลไว้ก่อนว่า
    เมลมันเปิดร้านขายน้ำอยู่ที่ สีลม ซอย 1 ซึ่งมีจุดสังเกตคือ ร้านหอแว่น นั่นเอง
    เราก็จึงไปเดินหาร้านเมล เพื่อที่จะขอน้ำฟรี เอ๊ย... ไปสิงสถิตอยู่ที่นั่น
    ... แต่ทว่าเราไม่ทราบมาก่อนว่า ซอยที่เข้าจากถนนธนิยะ
    มันเป็นซอยฝั่งเลขคู่ ก็เลยเดินฟรีไปถึงสีลม ซอย 8
    และนี่ก็คือผลลัพธ์จาก ถนนธนิยะ => สีลม ซอย 8


    ^ โฉมหน้าผู้ร่วมรับชะตากรรม + รุ่นน้องอีก 2 คน

    ... เห็นดังนั้น ก็เลยยูเทิร์นกลับไปฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นซอยเลขคี่
    จะได้ไปที่เป้าหมาย คือร้านหอแว่นที่สีลม ซอย 1
    แต่กว่าจะไปถึงได้ ก็นานพอควรอยู่เหมือนกัน
    เนื่องจากเป็นที่รู้กันดี ว่าสงกรานต์ที่สีลมคนแน่นขนัดขนาดไหน
    โดยเฉพาะตรงถนนคอนแวนต์ (ใกล้จะถึงสีลมซอย 1 แล้ว) แน่นมากๆ
    เกิดมาเจอแต่รถติด กว่าจะมาเจอคนติดก็ต้องวันนี้แหละ 555+
    ... ซึ่งตรงถนนคอนแวนต์นี้เอง ก็ได้รับความสนุกสนานจากพี่ๆ ที่สถานีดับเพลิง
    เอารถดับเพลิงของบางรัก มาเล่นสงกรานต์กันถ้วนหน้า (โห... คิดได้ไง)


    ^ รูปนี้เสี่ยงมือถือพังโคตร ถ้ามันฉีดมาทางนี้ละก็ ... 555+

    ในที่สุดก็มาถึง สีลม ซอย 1 หน้าร้านหอแว่นซะที !!!
    แต่ทว่ายังไม่เจอเมลเลย ก็เลยแยกย้ายกะอ้ายวีไปก่อน
    เพราะว่าเราจะรอเมลอยู่ที่ สีลม ซอย 1 ทีนี่ต่อไปนั่นแหละ ...
    ... แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเนื่องจากไม่ได้เจอเมลดังใจคาด T_T
    (อดเล่น All Star ในเครื่อง PSP ของเมลเลย 555+ เกมอะไรไม่บอก~)
    (แต่ในรูปสีลมซอย 1 ข้างบนนั่น ถ่ายติดพ่อกะแม่เมลด้วยนะ ไปหาเอาเอง 555+)

    ... จากนั้นการเล่นสงกรานต์ของเราก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน เดินวนไปเรื่อยๆ
    ได้เจอเพื่อนหญิงเก่า 2 คนด้วย (จำชื่อไม่ได้สักคนเลย... ให้ตายสิ -*-)
    รู้สึกมีความสุขมากๆ กับการละเล่นในปีใหม่ไทยแบบนี้
    ... ถึงแม้ว่ามันจะผิดไปจากประเพณีเดิมก็ตามที
    ถ้าหากพวกเราทุกคนสามารถรื่นเริงโดยที่ไม่ไปเดือดร้อนชาวบ้านใครได้
    เราว่า สงกรานต์น่าจะเป็นอะไรที่สุดยอดอย่างหนึ่งไปเลยทีเดียว ~

    เฮ้อ... ยังไงชีวิตนี้เราก็ขาดสงกรานต์ไม่ได้สินะ ^^

    19.30 น.
    เราก็ได้สนุกสนานกับเทศกาลสงกรานต์อย่างเต็มอิ่มแล้ว
    และถึงเวลาที่เด็กดีควรจะกลับบ้าน อาบน้ำ นอน ได้แล้ว
    เราก็เลยเดินกลับบ้าน (บ้านอยู่สีลมนี่ครับ สบายเราเลยละทีนี้ 555+)
    ... แต่ ...
    ก่อนจะถึงคอนโดมิเนียมเรา มันจะมีร้านบาร์เกย์คั่นอยู่
    ... เฮือก ...
    ยังไงเราก็ต้องเดินผ่านบาร์เกย์นั่น ไม่เช่นนั้น เราจะกลับบ้านไม่ได้
    ... ตึก ตึก ...
    และแล้วก็เดินมาถึงร้านบาร์เกย์ !!!
    ทันใดนั้น มีผู้ชาย 5 คน มาจับตัวและล็อกเราไว้ ทำการสาดน้ำ รุมทาแป้งเข้าอย่างจัง
    แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ~ ระหว่างที่กำลังชุลมุนนั้นเอง มีมือปริศนามือหนึ่ง !!??
    จ๊วบบ...

    Result 15/4/2008



    ~*สุขสันต์วันสงกรานต์ปีใหม่ไทยนะทุกคน*~

    ป.ล. สรุปแล้วคอมพ์ไอ้ฉงนมันโดน Spyware นี่เอง... รักษาไวๆนะ ^^

    April 15

    61 : สงกรานต์ ... น้ำแตก ... อาห์



    วันที่ 14 เมษายน ถือเป็นวันครอบครัวซึ่งเคลือบแฝงอยู่ในวันสงกรานต์นั่นเอง

    ... เมื่อวันที่ 13 เมษายน เราไม่ได้ออกจากบ้านเลย ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้าน
    และตั้งปณิธานแน่วแน่ว่า ปีนี้จะงดเล่นสงกรานต์อย่างเด็ดขาด
    ด้วยสาเหตุมาจาก ปีนี้ไม่มีใครไปเล่นสงกรานต์ด้วยเลย
    (จาก Research 10 คน ทาง MSN ...ไม่ไปกันทุกคน โอวชิท - -")

    ... และประสบการณ์สงกรานต์ 2 ปีที่ผ่านมามันช่างประทับใจมาก -*-
    เนื่องจากเราได้ไปเล่นสงกรานต์กับพวกแป้งและพี่ถมและคนอื่นๆ อีกมาก
    ณ ตรอกข้าวสาร ซึ่งประชาชนก็ช่างชุกชุมกันเสียเหลือเกิน
    จนในที่สุด ตกเย็น ก็พลัดหลงกันจนได้ ... กว่าจะมาเจอกันก็เกือบ 2-3 ทุ่มได้
    ... เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ในวันเดียวกันนั้นเอง กระเป๋าตังค์เราก็ได้หายสาบสูญไป
    ไม่แน่ใจว่าทำตกในงาน หรือว่าในแท็กซี่ตอนกำลังเดินทางกลับก็ไม่รู้
    ... ในกระเป๋าตังค์นั้น นอกจากจะเสียดายตังค์แล้ว (อันนี้มันของแน่นอน 400 บาท)
    ยังเสียดายสิ่งอื่นๆอีก เช่นรูป Smile Photo , บัตรนักเรียน ตอน ป.1 ฯลฯ
    ... ทั้งหมดนี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราตัดขาดจากตรอกข้าวสารตลอดไป
    และอีกสาเหตุก็คือ ... เราไม่ปลื้มผู้หญิงที่นั่น (ถุย... ไอ้หล่อเลือกได้ -*-)

    กลับมาเรื่องวันครอบครัว 14 เมษายน กันต่อ ...

    วันนี้ก็ได้นั่งเล่นคอมพ์ทั้งวัน จนเกิดความรู้สึกเบื่อ ...
    ทำให้เรารู้ได้ว่าคอมพ์มันไม่ใช่ทุกอย่างสำหรับชีวิต อย่าไปติดมันมาก
    จึงได้ทำการ Shut Down มันลงไป และเดินไปหาพ่อแม่
    "เบื่อจัง ไปหาอะไรกินกัน" เราโปรยคำชวน ในขณะที่พ่อและแม่เรานอนอยู่บนเตียง
    ทั้งคู่นิ่งเงียบ พ่อเรานอนกลิ้งเกลือกจากหัวเตียงไปท้ายเตียงกลับไปมา 3 รอบ
    จึงตอบตกลงไปด้วยจนได้ ... นับว่าเป็นการชวนที่ง่ายดี แต่คุ้มมากๆ
    ... เพราะตัวเราเอง ไม่ได้กินข้าวเป็นครอบครัวแบบนี้มานานพอใช้ได้เลย

    และแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ ซ้อนสามคน พ่อแม่ลูกไปเลย
    เริ่มออกจากบ้านวิ่งไปเฉียดๆ สีลม ได้เห็นคนเล่นสงกรานต์เฮฮา ทะลักน้ำแตกมาก
    ... เห็นแล้วก็เกิดความอยากเล่นนิดๆ แต่ยังไม่ลืมปณิธานที่กล่าวข้างต้น
    จึงวิ่งเลยผ่านไป ระหว่างนั้นแม่ก็บอก "ไปกินที่เยาวราชกัน" พ่อก็ไปทันทีเลย
    แสดงให้เห็นว่า พ่อเราเคารพแม่เรามากนะเนี่ย 555+
    ระหว่างที่กำลังเดินทางผ่านเยาวราช ก็ไม่พบร้านที่กินประจำเปิดอยู่เลย
    อย่างเช่น ร้านก๋วยจั๊บ ข้าวต้ม ปิดหายไปกับสงกรานต์หมด จึงเลยผ่านเยาวราชไป

    ... จนไปถึงที่สี่แยกหนึ่ง ก็ได้จ๊ะเอ๋กับขวดกลางถนน (ขวดตำรวยนี่แหละ)
    มันโบกให้ชิดซ้ายไปเลยครับ (ก็เล่นซ้อนสามคนขนาดนี้ ก็ต้องโดนใบสั่ง)
    ... แหม คุณขวดครับ วันหยุดแท้ๆ ขยันกันจังเลยนะ ขยันเก็บตังค์กันจริงๆ ~
    "ชิดมาทางซ้ายนี้เลยครับ" ขวดกล่าว พ่อเราเห็นดังนั้น จึงปั่นไปทางขวา แล้วยูเทิร์น
    วิ่งด้วยความเร็วสูงหนีตำรวจเป็นผลสำเร็จจนได้ ระหว่างนั้นแม่ก็แซว ...
    "พ่อเธอเนี่ย ... ถูกชะตากับตำรวจเหลือเกินนะ ขี่เมื่อไหร่เจอกันตลอด..."

    ... ในที่สุดก็มาลงเอยที่ร้านซีฟู้ดตรงเยาวราชเช่นเดิม
    ต้มยำกุ้ง ปลากระพงนึ่งมะนาว กุ้งเผา 1 กิโลฯ คือสิ่งที่สั่งไป ...
    เวลาผ่านไป ก็กินไม่หมดจนได้ เหลือกุ้งเผาอยู่ 3 ตัวกลับไปเชยชมที่บ้าน

    ... "การได้ทำกิจกรรมอะไรด้วยกันเป็นครอบครัว
    ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไรก็ตาม ขอให้เป็นครอบครัว แล้วรู้สึกดีจัง ^^"
    เรานึกในใจ ระหว่างนั่งมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ทันใดนั้น ...

    "ตูมมมมมมมม..."
    พ่อแม่ลูกเปียกปอนตามธรรมเนียมสงกรานต์

    อาห์... ได้น้ำเย็นๆมาชุ่มร่างกายอย่างนี้
    ทำให้ลืมอากาศ 37 องศาเซลเซียสวันนี้ไปได้เลยแหะ ^^


     
    April 14

    60 : HostChan* Zheza



    อันเนื่องมาจาก เราก็ได้เล่นเกม Zheza Fighter มาพอสมควรแล้ว
    เห็นเขามีการทำ Profile เป็นของตัวเอง (My Zheza) ก็เลยลองทำดูบ้าง
    ... จะสวยหรือเห่ย ยังไง
    ก็ลองเข้าไปติชมกันได้ที่นี่เลยนะ

    ขอบคุณและ Bye Bye~

    April 09

    59 : BIG Festival 2008 (3)



    *งาน BIG = Bangkok Interactive Game นั่นแหละ ~

    วันนี้เป็นวันสุดท้ายของงาน BIG 2008 แล้วซึ่งตรงกับวันอาทิตย์นั่นเอง
    เราเดินทางมาที่งานคนเดียวเวลาประมาณบ่ายๆ เพราะเป็นเวลาที่เสร็จจากโบสถ์พอดี
    ... แต่เดินเข้ามาไม่ทันไร ก็ได้เจอพี่ดูโอ้ พี่ร็อคกี้ และ พี่ม่อน
    จึงได้ไปคุยกันที่ร้านกาแฟ หลังเวทีใหญ่ ซึ่งก็ได้คุยเกี่ยวกับเรื่องการแต่งเพลง
    และเรื่องการพัฒนาซอฟท์แวร์ Music Games ฆ่าเวลาไปสักระยะ
    ... จนได้เวลาอันสมควร เราก็ได้ไปเดินดูบูธต่างๆ รอบงานซึ่งก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

    *ผ่านไปสักพัก ก็ถึงเวลาที่นัดกับพี่ gabbah ไว้เพื่อมารับแผ่น OST IIDX15
    เพราะทุกเพลงเลย ขอบคุณไว้ในที่นี้ด้วยนะครับ (อุตส่าห์ลำบากมาถึงสยามพารากอน
    และพี่เค้ามากับแฟนด้วย อิอิ ^^)



    เรามาเข้าประเด็นสำคัญกันดีกว่า กับสิ่งที่ทำให้เรา enjoy กับงานนี้ในวันอาทิตย์
    นั่นก็คือเกม RockBand ของค่าย EA ซึ่งได้ลงในเครื่อง PS3
    และปรากฏโฉมในบูธ MXG
    ซึ่งมีรูปแบบการเล่นเป็นเกมแนวดนตรี
    ที่สามารถเล่นพร้อมกันได้ถึง 4 คน
    อันประกอบไปด้วย นักร้อง มือกีตาร์
    มือเบส และ มือกลอง โดยลักษณะการเล่น จะจำแนกได้ดังนี้


    นักร้อง - จะต้องร้องเสียงสูง และ ต่ำ ให้เข้ากับจังหวะเพลง ไม่สนตรงเนื้อร้อง
    ว่าถูกหรือไม่
    และจะมีการเคาะไมโครโฟน ประกอบจังหวะเป็นบางท่อน
    มือกีตาร์ มือเบส - มีลักษณะการเล่นเช่นเดียวกับ Guitar Hero
    แต่จะมีเพิ่มเข้ามาอีก 5 ปุ่ม
    ใกล้ๆที่ดีด ใช้สำหรับท่อน solo
    โดยกด 5 ปุ่มดังกล่าว เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องดีด สนุกมาก~

    มือกลอง - มีลักษณะการเล่นเช่นเดียวกับเกม Drummania
    หากแต่มีที่ตี 4 อัน และเหยียบเช่นเดิม


    นั่นก็คือ วิธีการเล่นคร่าวๆ ซึ่งเราก็ได้ทำความเข้าใจพอสมควรก่อนที่จะถูกรับเชิญ
    ไปเล่นเกมนี้โชว์ ในฐานะมือกลอง (เป็นส่วนใหญ่) และเล่นกีตาร์บ้างเป็นบางเพลง
    ... แต่ที่จะมันส์จริงๆ ต้้องเพลง Blackened ของ Metallica (วงนี้โหดทุกเพลง)
    ซึ่งเพลง Blackened นี้ทำเอาเราตายคางานไป 2 รอบ กว่าจะผ่านในรอบที่ 3
    (โหดจริงๆ ลอง Search ใน YouTube อิอิ)


    ... ต้องบอกว่าเป็น Music Games ที่ค่้อนข้างลงตัวในทุกอย่าง
    ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่มีมากมาย
    (ซึ่งสามารถ Download เองเพิ่มได้เรื่อยๆ)
    และจำนวนผู้เล่นที่เหมาะกับครอบครัว
    กราฟฟิกที่สวยงามน่าเล่น
    ทั้งหมดนี้มันทำให้เราปลื้มเกมนี้เอามากๆ ^^

    ... เพื่อนๆที่ยังไม่ลอง ชาตินี้ต้องไปลองสักครั้งนะ มันสุหนัตจริงๆ 555+



    (ตอนตีกลองนี่ จอยกลองเค้าหุ้มพลาสติกตลอดเลยแหะ ตีลำบากนิดนึง
    เวลา solo ที พลาสติกเยินหมด 555+)


    ป.ล. อัพเดท Jordan ผ่าน 54% ละ (ก็ตายอยู่ดีละฟระ 555+)

    April 05

    58 : BIG Festival 2008 (2)



    *งาน BIG = Bangkok Interactive Game น่ะ ^^

    ... และแล้วก็ได้เข้าไปสู่โซนของเกมออนไลน์เสียทีครับ
    รู้สึกว่า หน้าประตูทางเข้าจะเขียนว่า hi-speed zone (อันนี้ไม่แน่ใจครับ)
    ... ไม่รู้ชื่อนั้น จะสื่อถึงว่า เข้าไปในโซน แล้วจะออกมาจากโซนโดยเร็วรึเปล่านะ 555+
    แต่ก็คงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะเราเดินไปครึ่งโซนใช้เวลา 1 นาที
    ก็พบเกมออนไลน์เก่าๆที่คิดถึงบ้าง อย่างเช่น Tales Runner
    ซึ่งเราชอบมากๆ เป็นเกมแนว Racing ที่สนุกดี เล่นแล้วนึกถึง Chocobo Racing
    เป็น Racing แบบวิ่งๆ น่ารักดี อีกทั้งเป็นฝีมือของคนไทย ต้องช่วยสนับสนุนครับ ^^

    กว่าจะมาสะดุดก็ตรงบูธของเกม Super Dancer Online ที่ไม่ได้เล่นมานานแสนนาน
    ก็เลยมาเคาะสนิมที่งานนี้สักหน่อย ซึ่งชอบเกมนี้ตรงที่ขนาดเราไม่ได้เล่นมานานแล้ว
    รู้สึกห่างหายไปเกือบครึ่งปีได้... ID ของเรายังอยู่เลย 555+ (เป็น ID หญิง)
    ... ซึ่งการเล่นก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะข้างๆบูธนี้จะชนกับเวทีใหญ่
    ที่คุณ ASIASOFT เอาไปครอง ในท่วงทำนองของเกม HIP STREET
    เสียงดังหลายๆ รู้สึกตอนที่เล่น บนเวทีจะเปิดเพลง "สวรรค์ชั้นเจ็ด" ของ เจ เจตริน
    แล้วเรานั่งเล่นเพลง "Let's Go" ของ Preppy G อยู่ - -"
    ... 2 เพลงนี้ มารวมกันมันคงพิลึกเจ๊ดเป็ดน่าดูอ่ะ ~..~ " (แต่ก็ขำๆดีนะ)
    แต่นั่งเล่นไปได้แค่ 2 เพลงก็โดนพี่ๆทีมงานไล่ (แบ่งให้คนอื่นเล่นมั่งครับ)
    เราก็เลยเปลี่ยนจากการกด มาออกลีลาเต้นแทน ซึ่งนั่งรอไม่นานก็ได้เล่น
    โดยมี ดล Deuil มาเลือกเพลงเด็ดให้เราเล่น - ได้เพลง moonlight shadow
    (ถ้าชื่อเพลงผิดก็ขออภัยอีกรอบ จำไม่ค่อยได้จ้า ... เป็นเพลง Lv.9 น่ะ)
    Step โหดร้ายอย่างแรง เล่น 2 รอบยังก็ตายอ่ะ 555+
    ขนาดมีคนคอยจับแผ่นเต้นไม่ให้กระดุกกระดิกไปไหนมาไหนแล้วนะเนี่ย ...
    ... แต่ก็ดีครับ เล่นเฉยๆ ได้ item card ของ winner online มาใช้ฟรีๆซะงั้น ^^


    ^ ดูดู๊... ดูเฟย์ทำ... ทำไมถึงทำแบบนี้ได้~~~
    (สำเนียงโฆษณาสก๊อตรังนก 555+)

    ... เดินมาอีกหน่อยก็เจอบูธของเกม Zheza Fighter เลย
    อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว เพราะปลื้ม แก้ว แห่ง FFK มากๆ 555+
    โดยเกมนี้จะมีตัวละครหลากหลายตัวให้เลือกใช้กัน ซึ่งล้วนมาจากศิลปิน Kamikaze
    ... แน่นอนว่าเราก็ต้องเลือกใช้ แก้ว FFK อย่างปฏิเสธไม่ได้ ~
    เกมนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างปฏิวัติวงการเกมออนไลน์มากๆ
    เนื่องจากไม่ต้องใช้แผ่น install ลงเครื่องใดๆ ทั้งสิ้น สามารถเล่นบนเว็บได้เลย
    เว็บชื่อว่า www.zhezafighter.com (แต่เรายังเล่นบนเครื่องเราไม่ได้เลยอ่ะ)
    รูปแบบการเล่น จะเหมือนเกม Audition ทุกอย่าง แต่มีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ
    การโจมตีคู่ต่อสู้ (โดยการกดปุ่ม Ctrl ให้ตรงจังหวะแทน SpaceBar) และ
    การป้องกันคู่ต่อสู้ (โดยการกดปุ่ม Shift ให้ตรงจังหวะแทน SpaceBar)
    ซึ่งเป็นสิ่งที่คล้ายกับเกม BUST A MOVE - ต้นตำรับของเกมแนวนี้
    ... เราก็ได้ทดลองเล่นเกมนี้ในงาน มีแพ้บ้างชนะบ้าง แต่สนุกดีมากครับ
    เล่นจนถึงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ...เฟย์-ฟาง-แก้ว ตัวจริงได้มาที่บูธนี้ครับ โอวว~
    แก้วตัวจริงน่ารักมากๆ 555+ ... โดย 3 สาวก็ได้มาโปรโมทเกมนี้
    พร้อมทั้งสาธิตการเล่นเกมให้ดู โดยให้ เฟย์ ปะทะกับ แก้ว
    ทั้งคู่ก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือด จนผลปรากฎว่า แก้ว ชนะครับ (คะแนนสูสีมาก)
    หลังจากนั้นก็มีการสัมภาษณ์ทั้ง 3 สาว และแจกลายเซ็นเป็นอันจบ ^^

    ... สิ่งที่พบพานในงาน BIG เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาของเราก็คงจะจบเพียงเท่านี้
    เดี๋ยวพรุ่งนี้ (วันอาทิตย์) จะไปอีกรอบ เพราะเป็นงานวันสุดท้ายแล้ว
    และได้ข่าวว่าจะมี โซนมิวสิกเกมที่เราชื่นชอบอยู่ด้วย หวังว่าคงจะไม่ผิดหวังนะ ^^

    ป.ล. อดดูรักริทึ่มตอนแรกเลยอ้ะ (ดันกลับบ้านซะ 5 ทุ่ม วันศุกร์)
    อยากดูย้อนหลังง่ะ ใครมีรบกวนส่งมาทีน้า TwT

    57 : BIG Festival 2008 (1)



    *งาน BIG = Bangkok Interactive Game จ้ะ ^^

    เรื่องมันเริ่มต้นตรงที่ พี่ถมโทรมาบอกว่า มีแหล่งแจกบัตรเข้างาน BIG ฟรี
    ซึ่งแหล่งนั้นก็คือ ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ทุกสาขา
    ... เมื่อได้ยินดังนั้น เราซึ่งอยู่ที่ MBK อยู่แล้ว ก็จึงเหาะไปที่้ร้านซีเอ็ดฯ
    ได้ไปฉกบัตรเข้างานฟรีมาทั้งสิ้น 8 ใบ (แบ่งให้พี่ถมไป 4 ใบ)

    แล้วก็นัดพี่ถมไว้ว่า วันพฤหัสฯ จะไปงาน BIG ด้วยกันตอนเที่ยงวัน
    แต่แล้วพี่ถมก็เลท ไปเป็นเวลาบ่าย 3 โมงเย็น (ซะงั้นเลย...)
    เราจึงตัดสินใจไปวันศุกร์แทน ~

    ซึ่งเมื่อคืนวันพฤหัสนี้เอง โอมได้ PM มาถึงเรื่อง ขอบัตรเข้างาน BIG ฟรี
    จึงตกลงกันได้ว่า ตอนเที่ยงครึ่งของวันนี้จะมารับบัตรจากเรา และไปงานด้วยกัน
    โดยได้นัดเจอกันที่ MBK ก่อนแล้วจึงไปสยามพารากอนกัน

    ... และแล้วก็มาถึงงาน BIG ที่ชั้น 5 รอยัล พารากอนฮอลล์คร้าบ !!! ...

    เมื่อเดินย่างก้าวเข้าไปขั้นแรก ก็ไปที่บูธเมก้าก่อนเลยครับ
    แต่ไม่ได้ไปเล่นเกมกะเค้าหรอกนะ มาดูบูธโคนัน แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไร มีหมดแล้ว 555+
    ส่วนใครที่ไม่ีมี ก็ควรจะซื้อนะ เพราะของแต่ละอย่างลดราคาได้ใจ ดีมากๆ
    Photo book โคนัน ราคา 300 บาทเอง ถูกมากๆครับ สำหรับแฟนโคนัน

    ต่อไปก็ได้เดินไปโซน Animation ได้เจอพี่สาวให้มาทำแบบสอบถามเล็กน้อย
    ซึ่งคำถามมันก็เกี่ยวกับอนิเมนั่นแหละ พอทำเสร็จเค้าจะให้จับฉลากลูกบอล 1 ลูก
    ... ก่อนที่เราจะจับ ก็เหลือบไปมองเห็นผู้หญิงข้างๆ เขาจับฉลากมา
    แล้วได้รางวัลเป็น โมเดลกันดั้ม (ในใจเราก็คิดไว้คงต้องได้มั่งแน่ๆ 555+)
    ในที่สุด เราก็จับออกมา ได้ลูกบอลว่างเปล่า / โอมก็ว่างเปล่าเช่นกัน แง... T_T
    ... บูธนี้ก็เป็นอันแป้กไป




    มาสะดุดอีกครั้งกับ โซน NadzProject-ร้านเกมชื่อก้องโลกที่อยู่ใกล้บ้านเราโคตร
    (ประมาณว่า เดินไปไม่ถึง 100 ก้าวก็ถึง อิอิ...)
    ซึ่งบูธนี้เราก็ได้ไปสัมผัสเกม Guitar Hero II ของเครื่อง XBOX360 มา ...
    ... (กราฟฟิกสวยกว่าของ PS2 เล็กน้อยจ้ะ) ในงานเค้าจะให้เล่นจอยกีตาร์จริง
    แต่ดันมีเพลงไม่ครบซะนี่ จะเหลือเพลงโหดๆ ก็คือ SIX กะ JORDAN เท่านั้น
    ก็เลยลองเลือกเล่นเพลง SIX ในระดับความยาก EXPERT ซะเลย
    ... และผลการเล่นก็เป็นไปดังคาด-ตายไปตามระเบียบครับ
    ส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุการตาย คงเป็นเพราะ D-cosplay ข้างๆบูธนี้
    มันช่างยั่วยวนตา ยั่วยวนใจเหลือเกิน ทำให้ขาดสมาธิในการเล่นครับ
    (ที่ว่ามา 2 บรรทัดบน อ้างทั้งนั้นแหละ ไม่เกี่ยวเลยซักกะนิด 555+)
    ... แต่คนไทยไม่ยอมแพ้ครับ จึงลองเล่นเพลงเดิมอีกรอบ
    ผ่านไปกว่า 5 ครั้งในที่สุดก็ผ่านจนได้กับเพลง SIX ในระดับ EXPERT
    แต่ตอนผ่านครั้งแรก ก็ใกล้จะตายอยู่แล้วแหละ แต่จู่ๆมันดันระเบิด Star
    (ซึ่งอยากจะใช้ตั้งแต่ต้นเพลงใจจะขาด แต่ใช้ไม่เป็น 555+)
    ทำให้เลือดเต็มโดยเร็ว เลยผ่านแบบงงๆ ... แต่ก็ดีใจมากครับที่ผ่าน อิอิ...
    ส่วนอีกเพลง JORDAN คงไม่ต้องพูดถึงครับ เล่นแล้วจอดับเลย
    ผ่านไปเพียง 47% ของเพลงเท่านั้น ฮือๆๆ T_T

    เดินมาอีกหน่อย ก็เจอบูธของกระทิงแดงที่เปิดเกม Wii Sports ให้เล่น
    ... นับเป็นครั้งแรกของเราที่ได้สัมผัสกับเครื่อง Wii (ตอนนี้ที่บ้านหรูสุดก็ PS1)
    ก็มีมินิเกมให้เลือกหลายเกมครับ ทางพี่ทีมงานก็เลือกเกมโหม่งบอลให้
    ซึ่งลักษณะการเล่น จะมีแท่นให้เรายืนวางเต็ม 2 เท้า
    และจะมีลูกบอลพุ่งมาทางเราใน 3 ทิศทาง คือ ซ้าย-กลาง-ขวา
    แต่สิ่งที่พุ่งมาหาเรามันไม่ใช่ลูกบอลอย่างเดียวน่ะสิครับ
    มันจะมีรองเท้า และเศษสวะอย่างอื่นด้วย ที่เราต้องหลบให้ทัน
    โดยบังคับทิศทางไปทางซ้ายด้วยการโน้มน้ำหนักลงไปที่ปลายฝ่าเท้าซ้าย
    และทางขวาก็ทำในลักษณะเดียวกัน ส่วนตรงกลางก็ให้ยืนเต็ม 2 ฝ่าเท้า
    ... เราเล่นไปก็ได้สูงสุด 60 คะแนน ส่วนโอมได้ 100 คะแนน
    ซึ่งผลการเล่นก็อยู่ในระดับ 2/4 ดาวทั้งหมด (ถือว่าพอใช้ล่ะเนอะ)

    เอาล่ะ ... ต่อไปเราก็จะเข้าไปเยี่ยมชมโซน Game Online กันบ้างแล้ว
    ติดตามชมตอนหน้านะครับ

    ป.ล. เมิน Galaxy 55555+
    ป.ล.2. ไปงานมาวันนี้ไม่เห็นเจอ RockBand เลยอ่ะ เซ็งจ้ะ
    ป.ล.3. แสรดด... วันนี้ 4 เมษาฯ วันหนังไทยเค้าจัดที่เซ็นทรัลเวิลด์ฯนี่หว่า
    ลืมซะสนมเลย
    T_T
    April 02

    56 : My Cousin

    << ท่ามาตรฐานถ่ายรูปหญิงไทย

    ย้อนไปเมื่อช่วงเริ่มปิดเทอมมาไม่นาน
    ลูกพี่ลูกน้องของเรา (ชื่อหลุยส์และหลิว เป็นฝาแฝดกัน ) และแม่เขา
    ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.พิษณุโลก ได้ลงมากรุงเทพฯ เพื่อมาทำงานที่ร้านอาหาร
    ร้านอยู่แถวๆบริเวณ พระราม 3 ชื่อร้าน "เรือนทอง"
    (โฆษณาหน่อยครับ ร้านนี้มีดารามาบ่อยมาก เมื่อไม่นานนี้ก็พิม ซาซ่า)
    อีกทั้งเรื่องคุณภาพอาหารก็ไม่ต้องพูดถึงว่าอร่อยขนาดไหน
    ... ว่าแล้วก็อยากไปอีกมั่งจัง ไม่ได้ไปนาน คิดถึงอ้ะ 55+

    ... อยากทราบรายละเอียดร้านหรอ
    เข้าเว็บนี้ เลยจ้ะ (o_O)

    เมื่อสัปดาห์ก่อน หลุยส์และหลิวได้โทรมาหาเรา จะชวนไปดูบอล
    ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทั้งคู่อยากดูมาก คู่ที่ไทยเตะกับโอมานน่ะ
    (ซึ่งตอนนี้ก็รู้ผลแล้วว่า ทีมชาติไทยเราเจ๋งขนาดไหน TwT)
    แต่เราไม่ชอบไปดูฟุตบอลแบบสดๆสักเท่าไร จึงบ่ายเบี่ยงไปทำอย่างอื่นแทน
    ... คือต้องชวนไปเที่ยวสักที่แหละ เพราะเค้ามากรุงเทพฯทั้งทีจะเฉยๆได้ไง
    ก็ตกลงกันว่า วันที่ 1 เมษาฯ จะไปดูหนังปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น ด้วยกัน
    (ก็กลายเป็นว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เราได้ดู 2 รอบ ก็สนุกทั้ง 2 รอบเลย)

    ... เป็นอันตามนั้น ...

    จนถึงวันที่ 1 เมษายน หลังจากที่หลุยส์และหลิวทำงานที่ร้านเสร็จก็มาถึงที่บ้านเรา
    เพื่อจะไป MBK ด้วยกัน ซึ่งวันนี้ก็พาแม่ และ เพื่อนอีกคน ชื่อ จอยมาด้วย
    ตอนแรกที่ได้เจอหลุยส์และหลิวหลังจากที่ไม่ได้เจอกัน 1 ปี
    (คือเค้าจะมาทุกๆปิดเทอมใหญ่นั่นล่ะนะ) น่ารักขึ้นโคตรๆ ถึงแม้จะอ้วนไปนิด 55+
    ... ส่วนจอยนี่ หน้าตาจะสวยกระชากใจมาก ให้นึกถึง โอปอล์แห่ง GTH ไว้ครับ
    ว่าแล้วก็เดินทางไป MBK ด้วยกันทั้งหมดด้วย BTS จนถึงประมาณ 17.00 น.
    ไปดูรอบหนังปิดเทอมใหญ่ฯ ก็มีน่าสนใจอยู่ 2 รอบคือ
    16.45 - (เข้าไปเริ่มหนังเลย ไม่ต้องรอโฆษณาหรือไม่ก็คงถึงฉาก ปิดเทอมแล้วโว้ย)
    17.45 - ซึ่งทั้งหมดก็ตกลงที่จะดูรอบนี้ โดยเวลาที่เหลือก็ไปหาอะไรกินรอ
    ก็ได้ไปกินไอศกรีมที่ swensens แล้วก็ได้ถ่ายรูป 2 รูปบนนั่นมาละครับ

    ... พูดถึงเรื่องถ่ายรูป อย่าให้ทั้งคู่ได้สัมผัสกล้องเป็นเวลานานนะ
    ไม่งั้น event นึงจะได้ประมาณ 100 รูปเป็นอย่างต่ำ
    คือจะย้ำแต่รูปเก่าๆ จนกว่าจะได้มุมที่พอใจ บางทีลองนั่งเปิดรูปไล่ๆไปเรื่อยๆ
    นึกว่าเดี๋ยวนี้กล้องมันมี animation ในตัวแล้ว - -"

    ... เอาล่ะ ในเมื่อกินเสร็จแล้วก็ไปสนุกสนานกับหนังจนถึง 20.20 น.
    แล้วก็ว่าจะไป shopping ที่สีลมต่อ โดยเดินทางด้วย tuk tuk (ตั้ง 60บ. -*-)
    และแล้วก็ถึงสีลมจนได้ แถมระหว่างทางได้เดินผ่านพัฒน์พงศ์ด้วย
    ระหว่างดูของไป ก็ไม่รู้จะเหลือบไปทางซ้ายเจอกับ ผู้หญิงเสื้อผ้าน้อยชิ้นรูดเสา
    หรือจะดูของสินค้าอันหลากหลายทางขวาดี (ทุกคนเป็นเช่นนี้ 55+)
    เดินไปสุดซอยพัฒน์พงศ์อาจกลายเป็นเด็กใจแตกได้ในไม่ช้า +.+
    จากการไปเดินที่สีลมก็ได้ของกลับติดบ้านมาเล็กน้อย
    เป็นตุ๊กตุ่นน้ำ ที่ปาลงบนที่ใดๆแล้วมันจะแตกและรวบลงมาเป็นรูปร่างใหม่อีกครั้ง
    (เรียกไม่ถูกจริงๆ รู้แต่ว่าข้างในมันเป็นน้ำ ซื้อมา 2 ตัว 70 บาท)

    ในที่สุด ทุกคนก็กลับมาที่บ้านเราอีกครั้ง และได้ถ่ายรูปกันไปมาที่บ้าน
    วนอยู่ 4 คนนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็น จับคู่ ถ่ายเดี่ยว ถ่ายวงกันไปมา จนครบทุกรุปแบบ
    ในที่สุด 22.00 หลุยส์ หลิว จอย และ แม่เขาก็ต้องกลับไปที่ร้านเรือนทอง
    ... ประมาณสงกรานต์อาจจะได้ไปเที่ยวด้วยกันอีก
    แล้วไว้จะไปเยี่ยมที่ร้านเรือนทองนะ ^^ (อยากกินฟรี~~ ไม่ช่ายยย...)

    ปิดเทอมวันนี้ ดูพิเศษและสนุกไปอีกแบบดี
    การที่เราได้เจอคนที่ไม่ได้เจอกันนาน และมาทำกิจกรรมร่วมกัน
    ทำให้เรารู้สึกดี ซึ่งมันคงมาจากสาเหตุที่ว่า
    การที่เราได้พบกันนั้น ทำให้เราหายคิดถึงกันนั่นเอง

    ป.ล. สงสัยตุ๊กตุ่นน้ำนั่นจะเป็นของกลับติดบ้านอย่างที่ว่าจริงๆ
    ลืมไว้ที่บ้านเราเฉยเลย (เดี๋ยวคราวหน้าเอาไปคืนให้จ้ะ)

    April 01

    55 : ประเด็นมากี



    อีกแล้วเหรอ กับผู้ชายคนนี้ ? 555+

    ... แต่คงจะไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเขาได้กลับเข้ามาในวงเวียนชีวิตของเราอีกครั้ง
    เมื่อเขาได้ทำงานเป็นเลขานุการที่บริษัท AIA อยู่ตรงสีลม
    ซึ่งมันใกล้กับบ้านเรา และที่สำคัญคือ ใกล้กับมาบุญครอง
    หมายความว่า เราจะได้เห็นพี่มากีที่ MBK เป็นครั้งคราว

    ... ซึ่งแน่นอน วันนี้ พี่มากีก็ได้มาปรากฎกายที่ MBK พร้อมกับสัมผัสมิวสิกเกมที่คุ้นเคย
    รวมทั้งได้เล่น EZ2DJ และสัมผัส speed MAKEE ซึ่งเป็นของตัวเอง
    และโชว์ลีลาเด็ด กับเกมอื่นอีกมากมาย เช่น gh1-2 , pnm14 , gfdmv3
    (มันก็ทุกเกมเลยนี่นะ 555+)
    ... และก็ได้ไปกิน shabushi ของโออิชิที่เปิดใหม่ที่ MBK ชั้น 3 ฝั่ง tokyu
    ซึ่งได้ไปกับเท็นด้วย แน่นอนว่าไปกับเท็นต้องมีความรู้รอบโต๊ะมาเล่าให้ฟังเสมอ

    เรื่องราวมีอยู่ว่า ...
    เท็นไปเรียนมหาลัยฯ มา อาจารย์ก็ถามคำถามนึงไปว่า

    ลองเปรียบเทียบโลกกับสิ่งๆหนึ่งพร้อมเหตุผลซิ ? เท็นมันตอบว่า
    "โลกก็เปรียบเสมือนศีรษะคนเรา มีต้นไม้คือเส้นผม
    มีแม่น้ำ ลำธาร มหาสมุทร เป็นน้ำตา และเลือดที่หลั่งมา
    มีตึกรามบ้านช่อง และโรงงานต่างๆ เป็นผมหงอก
    แล้วก็มีมนุษย์อย่างเราเป็นเห็บเหา ที่คอยทำร้ายศีรษะอยู่ตลอดเวลา
    ไม่ว่าจะเป็นการตัดไม้ทำลายป่า ปล่อยอากาศเสีย และอื่นๆ อีกมากมาย"

    เออฟังไปก็ดูดี ไหนลองเล่าต่อซิ

    จงหาความสัมพันธ์ระหว่าง บุหรี่ กับ รอยยิ้ม ?
    ... มีคนเปรียบเปรยการสูบบุหรี่ จะทำให้อายุสั้นลง 1 วัน
    แต่ก็มีคนเปรียบเปรยเช่นกันว่า การยิ้ม จะทำให้อายุยืนขึ้น 1 วัน
    เท็น ซึ่งเป็นผู้รักการสูบบุหรี่จึงทำการสูบบุหรี่ พอสูบเสร็จก็ยิ้มทุกครั้ง
    ทำให้วันที่เพิ่มขึ้นและลดลง หักล้างกันพอดี ทำให้อายุคงที่

    (เอ่อ... แบบนี้แถวบ้านเรียกว่าบ้านะจ๊ะ 555+)
    แต่จากการที่ได้ฟังเท็นเล่าเรื่องนี้ ก็ทำให้เราคิดได้ว่า
    อืมม... อย่างน้อยคำถามมันก็ให้คนตอบได้ใช้พลังความคิดสร้างสรรค์
    ดีกว่าี่เด็กเรียนบางคนที่เรียนตามแต่ทฤษฎี ไม่มีพลังจินตนาการ
    ซึ่งเราว่าจำเป็นกว่าในการดำรงชีวิตตั้งเยอะนะ ...

    อืมม... ก็สนุกดีนะ หลังจากกินเสร็จก็แยกกับเท็นแล้วกลับบ้านกับพี่มากี
    ซึ่งตกลงกันว่าจะกลับ 162 ซึ่งผ่านสีลม (บ้านเรา) และคลองเตย (บ้านชั่วคราวมากี)
    ก็เริ่มรอตั้งแต่ 4 ทุ่ม ยัน 4 ทุ่ม 45 นาที ระหว่างที่รอนั้นเอง
    ก็ได้ถ่ายคลิปพี่มากีอยากฝากอะไรบอกถึงพวกเราๆ ชาว sicom (อารมณ์ว่างจัด) เล็กๆน้อยๆ
    ความยาวประมาณ 2 นาที ใครอยากดูก็มาดูที่มือถือเราก็ละกัน
    ก็ได้แต่ถ่ายคลิปฆ่าเวลาไป แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มี 162 วิ่งมาสักคัน (สงสัยกลับอู่หมดแล้ว)
    จึงตัดสินใจเดินกลับบ้าน โดยมีพี่มากีไปส่งที่บ้านเราก่อน เพราะตอนนั้นค่อนข้างดึก
    เราเป็นเด็กน้อย กลับบ้านคนเดียว เดี๋ยวจะโดนฉุด (ใคร๊ ... มันจะฉุดเนาะ)

    ระหว่างเดินไปส่ง พี่มากีก็คุยที่เรื่องงานที่ตนทำ ว่าจะมีการสอบเกี่ยวกับจรรยาบรรณการประกัน
    ซึ่งจะมีติวในโอกาสต่อไป ก็ขอให้พี่ตั้งใจให้เต็มที่ละกันนะ อย่าหลับระหว่างติวล่ะ~

    ตั้งแต่คบพี่มากีมาจนถึงทุกวันนี้ พี่มากียังคงเส้นคงวาตลอด
    ไม่แปรผันนิสัยไปตามอารมณ์ตามกระแส ไม่เป็นนกสองหัว จริงใจต่อรุ่นน้อง
    เป็นคนมีอารมณ์เฮฮาเสมอ มันแบบ ...อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดีอ่ะ ได้ยิ้มตลอด
    หวังว่าคงจะเจอกันอีกในไม่ช้า และรู้สึกภูมิใจที่มีรุ่นพี่อย่างนี้

    ... ผิดกับคนบางคน

    March 31

    54 : ปิดเทอมไหน หัวใจก็หมกมุ่น



    ... สวัสดาคิบ ...

    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ไปดูปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่นซะทีครับ
    สนุกมากๆเลย ทั้ง 4 ตอน แต่ใจจริงชอบตอน โอ๋เล็กมากที่สุด เพราะมันเป็นอะไรที่สมหวังที่สุด
    ใครยังไม่ดูแนะนำให้ไปดูกันครับ หนังดีๆจริงๆ รับประกัน ~
    ถ้าไม่ดี ก็ให้ไปถีบเพื่อนผมได้เลย (ซวยตลอด 555+)
    ... อ้อ เพิ่งรู้ว่าเรื่องนี้มีชื่อ eng ด้วย เรียกว่า "hormone"
    ก็คงจะ hormone จริงๆ โดยเฉพาะฉากที่ โซระ โผล่มา hormone มันพลุ่งพล่านเหลือเกิ๊น...
    555555555+

    แต่ประเด็นมันไม่ใช่เรื่องที่เกริ่นเลย เกริ่นไปให้เปลืองที่เล่นงั้นละ อิอิ (อีกแล้วเรอะ...)

    ... ปิดเทอมที่ผ่านมาได้กว่าหนึ่งเดือนแล้ว เราก็หมกมุ่นอยู่กับการทำ bms ให้
    EZ2DJ MBK TRAX -FULLY CONTROL- ซึ่งคิดว่าก็น่าจะพอแล้ว (ได้มา 3 เพลง)

    การหมกมุ่น มันก็มีทั้งส่วนที่ดี และส่วนที่ไม่ดี แล้วแต่คนจะมอง และกรณี
    ส่วนที่ดี มันก็เหมือนเป็นการแสดงการทุ่มเท และความพยายามที่มีอยู่ในตัวเรา
    ให้ออกมาจากแบบนามธรรม กลายเป็น รูปธรรม ให้กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
    ทำให้เรื่องนั้นดูมีคุณค่า ถึงแม้จะไม่มีคุณค่าในสายตาคนอื่น
    แต่มันก็มีคุณค่ากับตัวเรา ทำให้เรามีความภูมิใจกับสิ่งเราได้ทำลงไป
    และก่อให้เกิดความสุขในการดำรงชีวิตของเราในที่สุด
    ... ส่วนที่ไม่ดี มันก็มี ซึ่งก็คือ โลกนี้มันยังมีอะไรอีกมากที่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น
    เป็นไปไม่ได้ที่เราจะรู้ทุกเรื่องบนโลกนี้ ซึ่งหากเราเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องเดียว
    จะทำให้พลาดโอกาสในการสัมผัสสิ่งต่างๆบนโลกที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้
    ทำให้เราเป็นคนขาดความรู้ และขาดประสบการณ์ในบางเรื่องที่ควรจะรู้
    เช่น มารยาทการเข้าสังคม มนุษยสัมพันธ์ การมีเพื่อน หรือเรื่องอื่นๆ
    ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิตเลยทีเดียว

    แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็น (อ้าว... สาส)

    ประเด็นที่อยากจะบอกจริงๆก็คือ



    March 29

    53 : ตัวจริงของมือปืน

    (เล่นเกมทศกัณฐ์รึไงน้อง)

    วันนี้อ้ายวีได้ไปดู ปิดเทอมใหญ่ฯ มาละ (กะผู้หญิงด้วย) อิจฉามันจัง
    ... แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปดูมั่ง (กะผู้ชายเว้ย กูมันเกย์ 555+)

    แต่ประเด็นมันไม่ใช่เรื่องที่เกริ่นเลย เกริ่นไปให้เปลืองที่เล่นงั้นละ อิอิ
    หลังจากที่อ้ายวีได้ดูหนังเสร็จแล้ว ก็มาแวะที่ตู้เกมสักพัก แล้วก็ขอตัวไป (บอกเดี๋ยวมา)
    ... ไม่กี่นาทีนั้นเอง สาวสาวสาวสาวสาว ทั้ง 5 คนเมื่อวาน
    ก็มาเยือนโซนพวกเราอีกครั้ง พร้อมกับส่งตัวแทนเข้ามาสืบเสาะหาอ้ายวีทีละคน
    (เราก็นั่งมองอย่างเพลินๆ) แต่ก็ไม่พบ ...แน่นอนดิ มันเพิ่งไปเมื่อกี้นี้เอง
    (... ไม่รู้อ้ายวีมันมีจิตสังหารรึเปล่า เหมือนมันรู้ว่าสาวทั้ง 5 จะมาเลยเผ่นก่อน 55+)
    จากนั้นไม่นาน พวกเธอทั้ง 5 ก็หายไป แล้วอ้ายวีก็กลับมาตรงโซนตู้เกมอีกครั้ง
    เหมือนวันนี้พวกเธอทั้ง 5 จะเป็น inverse กับอ้ายวีอย่างไรอย่างนั้น
    ไม่ได้เจอกันเลย เดี๋ยวคนนู้นมาเดี๋ยวคนนี้ไป แต่...
    คงเป็นพรหมลิขิตอีกครั้ง ที่ทำให้พวกเขาทั้งสองได้เจอกันเสียที
    ในขณะที่อ้ายวีมันกำลังเล่นเกมขับรถอยู่ พวกเธอก็ได้มาพบอ้ายวีจนได้
    แต่พวกเธอไม่ได้ตรงเข้าไปหาอ้ายวี แต่กลับไปหาพี่เจี๊ยบบันเทิงฯ แทน
    แล้วก็รุมคุยกันอยู่นาน จนในที่สุดพวกเธอก็จากไปจริงๆ

    ... ด้วยความที่เราชอบรู้เรื่องชาวบ้าน จึงได้ไปสอบถามพี่เจี๊ยบบันเทิงฯ
    ซึ่งมีความรู้จักเกี่ยวข้องกับน้องๆทั้ง 5 อยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย จนได้ความจริงมาว่า
    มีคนที่แอบชอบอ้ายวีแค่คนเดียวเท่านั้นจริงๆ และวันนี้เธอใส่เสื้อนักเรียนมา 
    เราก็เหลือบไปมอง ... อืม~~ คนนี้นี่เอง ...
    ... ความสงสัยของเราก็เริ่มกระจ่างหาย ทุกอย่างเคลียร์หมด
    เหลือแต่วีเท่านั้นแหละ ที่จะทำอย่างไรต่อไปกับผู้หญิงที่มาแอบชอบเขา

    คืนนี้ ผู้หญิงคนเดียวคนนั้นก็ได้โทรมาหาอ้ายวีอีกครั้ง ...
    ... ก็ได้สนทนากันไปเรื่อย สักพักอ้ายวีก็บอกกับเราว่า "น้องเค้าคุยดีนะ...
    ถ้าดีพี่จะรับเป็นน้องสาว ~" อืมม... ไปๆมาๆ อ้ายวีมันก็ชักติดใจแล้วแหะ 55+

    ... ยังไงๆ ก็ขอให้มีความสุขกับชีวิตวัยรุ่นอีกคนนะ อ้ายวี อิอิ~

    ส่วนกระผมก็ต้องขอจบการรายงานแต่เพียงเท่านี้
    ขอบคุณและสวัสดีครับ /|\



    March 28

    52 : มือปืน


    ก่อนอื่นมารู้จักเพื่อนใหม่ของเรากันก่อน เขาชื่อ "วี" นะ (ชื่อเหมือนเพลง IIDX ชื่อดัง)
    สิงสถิตอยู่ที่ MBK เหมือนกับเราเลยล่ะ แต่รู้จักกันไม่ทันไร ก็เนื้อหอมซะแล้ว 555+

    ... เรื่องราวมีอยู่ว่า ขณะที่พวกเรากำลังสนุกสนานกับตู้เกมของ Sicom อยู่
    ซึ่งตอนนั้นมีบุคคลที่อยู่ดังนี้ - เรา พี่ร็อคกี้ (ยามเฝ้าตู้) หุย (เจ้าพ่อรั่ว) วี (หนุ่มเนื้อหอม)
    ก็เริ่มมีสิ่งที่ผิดแปลกสังเกตการณ์ไปจากเดิม แต่มันคืออะไรกันนะ มาดูกัน ...
    ... ขณะที่ วี กำลังเล่น ez2dj อยู่นี้เอง ก็มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งมาเล่น guitar hero
    (ซึ่งมันอยู่ข้างๆตู้ ez2dj นั่นเอง) นับไปได้ประมาณ 5 คน แต่ก็ยังไม่น่าเอะใจอะไร
    จนกระทั่งจู่ๆ หนึ่งในผู้หญิงกลุ่มที่เล่น guitar hero เมื่อกี้ ก็พรวดเข้ามาหา วี
    พร้อมยื่นโทรศัพท์มือถือให้เพื่อขอเบอร์โทรศัพท์มือถือ เสียอย่างนั้น O_o
    รู้สึกคนที่ยื่นมือถือให้นี่ยังอายุไม่ถึง 15 เลยนะเนี่ย (โดยมีเพื่อนอีก4คนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ)
    ... ว่าแต่สมัยใหม่นี้เรื่องความรักผู้หญิงเค้าเป็นฝ่ายรุกแล้วเหรอเนี่ย
    แถมอายุยังไม่ถึง 15 เลย ทำไมวัยรุ่นใจร้อนจังเลยล่ะนี่
    ... ในใจวีตอนที่พบเหตุการณ์แบบนั้น จึงตัดสินใจไปว่า "กูให้เบอร์มั่วๆไปดีกว่า"
    ว่าแล้ว วี ก็มั่วเบอร์ไปจนเสร็จสรรพแล้วให้น้องเค้าไป เมื่อหญิงได้สิ่งที่ตนต้องการแล้ว
    ผู้หญิงกลุ่มนั้นก็จากไป ...
    ระหว่างนั้น พี่ร็อคกี้ก็เสริมไปว่า "เนี่ย... พี่ก็สังเกตมาตั้งนานแล้ว ว่าผู้หญิงกลุ่มเนี่ย
    แอบมองใครบางคนทางเราอยู่ตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ร้านเน็ต (ระยะประมาณ 10 เมตร)
    แล้วที่มาเล่น guitar hero ตอนที่วีเล่น ez2dj อยู่เนี่ย คงเป็นการจะเข้ามาตีสนิทใกล้ชิดนะ"
    (ว่าแต่วีถูกแอบดูขนาดนี้ ถ้าผู้หญิงกลุ่มนั้นเป็นมือปืน วีมันคงโดนเก็บไปนานละ 555+)
    ยังคุยไม่ทันขาดความ ผู้หญิงกลุ่มนั้นก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมท้วงติงว่า
    เบอร์ที่วีให้ไปมันโทรไม่ติด (เจ๊ด.. มันโทรเช็คด้วยเว้ย มันเลยรู้ว่าไอ้วีมันมั่วเบอร์)
    ... ในที่สุดวีก็ต้องให้เบอร์จริงของมันไป พร้อมกับหญิงกลุ่มนั้นก็โทรเช็คเสร็จสรรพ
    จนยืนยันว่าเป็นเบอร์จริงแล้วจึงจากไปในที่สุด ...
    แน่นอน หลังจากนั้น ผู้หญิงก็โทรมาเข้าเครื่องของ วี แต่ปัญหาไม่ใช่ตรงนี้
    ปัญหาคือ มันโทรมา 2 เบอร์ ... หมายความว่าไงกัน !!??
    พวกนั้นจะจีบ วี เป็นหมู่คณะเหรอเนี่ย ~~ แถมยังไม่รู้ด้วยว่า 1ใน5คนนั้น ใครโทรมา...
    ล่าสุด วี กลับมาถึงบ้านก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้หญิงกลุ่มนั้นอีกครั้ง (อารมณ์ว่าตื๊อไม่เลิกจริงๆ)
    ... จากการสืบทราบทำให้เรารู้ว่า 1ในผู้หญิงกลุ่มนั้นมีสายสัมพันธ์กับพี่เจี๊ยบ
    พี่เจี๊ยบไหน ? (คนที่ความบันเทิงมันฝังใจน่ะ ... ถ้ายังงงไปอ่านกระทู้นี้)
    ... เอาแล้วล่ะครับ เรื่องมันเริ่มจะผูกปมโยงใยกันมั่วแล้ว
    ว่าแต่ชะตาของ วี ในวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรที่ MBK
    ผู้หญิงกลุ่มนั้นจะกลับมาตามล่าหาสมบัติที่ MBK ใหม่หรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไปครับ

    ปล. ว่าแต่เค้าอายุต่ำกว่า 15 นี่มันพรากผู้เยาว์เลยนะ วี
    ปล2. วี ได้ชื่อใหม่ว่า ฉงนตัวปลอม (คนคิดชื่อไม่อยู่ที่ไหนไกลหรอก 555+)

    March 26

    ภาคผนวก ค : 100000



    นี่คือลิงค์
    ^
    ^
    ^
    ลิงค์ข้างบนที่ปรากฎอยู่นี้มีความเกี่ยวข้องกับเกม Pop'n Music 15 Adventure
    ซึ่งเป็นมิวสิกเกมที่ผมรักและชอบที่สุดในโลกนี้ (ขนาดนั้นจริงๆนะ)
    โดยในแต่ละเพลงจะมีคะแนนเต็มอยู่ที่ 100000 คะแนน
    เงื่อนไขการที่จะได้มันมา คือต้องกดให้ได้ great ครบทุกตัว
    โดยอาจจะมี bad เกินมาก็ได้ แต่ประเด็นหลักคือต้องกดได้ great ครบทุกตัว
    ... ตอนที่เราไม่มี Net เล่นที่บ้านประมาณ 3 เดือน
    ก็คงมี เกม Pop'n Music 15 Adventure เป็นเพื่อนไว้คลายเหงา
    เพราะมีเพลงให้เล่นเยอะถึง 500 กว่าเพลง (จนถึงป่านนี้ยังเล่นไม่หมดเลย)
    ... ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้คีย์บอร์ดกดติดพร้อมกัน 9 ตัวได้
    มันทำให้เราได้เล่นเกมนี้อย่างสนุกสนานและประหยัดงบไปเยอะ 555+
    ... ลิงค์ข้างบนนี้เป็นภาพรวมที่เรา save screenshot ต่างๆ
    ตอนที่เราได้ 100000 คะแนนในแต่ละเพลง .. มันเป็นอะไรที่ประทับใจมาก
    ถ้าลองให้กลับไปเล่นบางเพลงที่ปรากฎอยู่ในลิงค์ข้างบน
    อาจจะทำไม่ได้อย่างในรูปแล้วก็เป็นได้
    ถือว่าเป็นการเก็บความภาคภูมิใจเล็กๆน้อยของเราที่ทำได้ก็แล้วกันนะ อิอิ

    ปล. แต่ว่าเดี๋ยวนี้คงทำ 100000 คะแนนไม่ได้แล้วล่ะ
    เพราะหันมาเล่นแบบ extreme challenge ตลอดกาลละ ซึ่งมี judge cool
    มาเกี่ยวข้องด้วย มันทำให้เรารู้ฝีมือ และความแม่นยำของเราได้ดี
    (และยากมากต่อการได้ 100000 คะแนนนั่นเอง -0-")
    เพื่อนๆที่ยังไม่เคยลองก็ลองได้นะครับ

    March 25

    51 : สนามหลวงในร้านหนังสือ


    วันหนึ่ง เปียวเดินมาด้วยหน้าถอดสี (ปกติก็ถอดสีอยู่แล้ว แต่วันนี้ถอดมากกว่าปกติ)
    มาเล่าเรื่องให้เราฟังว่า "เมื่อตะกี้เราไปร้านหนังสือมา เราก็เดินเข้าไปเรื่อยๆใช่ป่ะ
    พอถึงตรงโซนข้างในๆ เราเจอผู้ชายคนนึงในร้านหนังสือค่อนข้างโรคจิตอยู่"
    "แล้วเปียวไปรู้ได้ไงว่ามันโรคจิต" เราถาม
    "นี่เราไม่ได้ทะลึ่งนะ มันแบบว่า ..." เปียวเริ่มพูดเบาลงเรื่อยๆ
    "มันเอาไอ้นั่นของมันออกมา แล้วก็ช่วยตัวเองในร้านหนังสืออ้ะ" (เห้ย = =)
    เปียวเล่าต่อ "แล้วมันก็มามองหน้าเราด้วย เค้าจะจำหน้าเราได้มั้ยเนี่ย เปียวกลัว"
    "แล้วตอนนี้มันยังอยู่รึป่าว" เราถาม "ตอนนี้ไม่รู้ดิ่"
    ด้วยความอยากรู้เราก็เลยไปที่ร้านหนังสือนั่น เพื่อไปดูว่าเขายังอยู่รึป่าว
    แต่เราก็ยังไม่รู้ว่ามันมีหน้าตารูปพรรณสัณฐานยังไง ต้องให้เปียวบอก
    ซึ่งเปียวเป็นคนที่เห็นหมดทุกอย่างแล้ว แม้กระทั่งตอนที่มันกำลังดีดกีตาร์
    เราก็เดินเข้าไปข้างในๆ แล้วก็ไปหยุดๆที่ มุมๆหนึ่งด้วยกัน 2 คน
    "คนไหนอ่ะ เปียว" "ใช่คนที่ใส่เสื้อเหลืองแล้วหัวตั้งๆ รึป่าว" เปียวตอบตกลง
    วันนั้นมันใส่เสื้อเหลือง อายุวัยกลางคนประมาณ 30 หน้าตาออกเถื่อนๆนิดๆ
    (แต่ที่แย่คือใส่เสื้อเหลืองแล้วมาชักแม่น้ำทั้งห้ากลางร้านหนังสือยังงี้ แย่โคตร-*-)
    ตอนที่เราเห็นมันตอนนั้น มันไม่ได้ทำอะไร เหมือนว่ามันจะเสร็จแล้ว
    ก็เลยได้แต่จับตาดูมัน ส่วนเปียวเองก็ไม่กล้าสบตาคนโรคจิตด้วยความกลัว
    สักพักมันก็หันมามองหน้าเรา (คงเพราะเรามองมันมากไปเลยเป็นการส่งกระแสจิต
    ไปหามันซะยังงั้น) เราก็เบือนตาหนี พอได้เห็นหน้าค่าตาแล้วเราทั้ง 2 คน
    ก็รีบออกจากร้านหนังสือมาแล้วเดินไปที่ตู้กลองก่อน เปียวถามว่า
    "เราจะบอกเรื่องนี้ให้ทางร้านหนังสือเค้ารู้ดีมั้ยเนี่ย"
    (เพราะว่าตอนนั้นก็คิดว่าทางร้านหนังสือคงยังไม่รู้เรื่องที่มีโรคจิตอยู่ในร้านของตน)
    เราลังเลสักพัก "อืม ไปบอกเหอะ" แล้วเราก็ตัดสินใจกลับไปที่ร้านอีกครั้ง
    แล้วก็เล่าเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดให้ฟัง ทางร้านก็บอกว่าทราบแล้ว
    แล้วเล่าต่อไปอีกว่า "มันชักว่าวเสร็จแล้ว มันก็ฉีดใส่ผู้หญิงที่อ่านหนังสืออยู่ข้างๆอ้ะ"
    "ต๊ายย... น่าเกลียดมาก ทำไปได้ไงนะเธอ" "อู้วว... นึกแล้ว ยี้~~~"
    พนักงานผู้หญิงในร้านหนังสือต่างก็คุยประจานความน่าเกลียดของโรคจิตไป
    ... เราถามต่อไปอีกว่า "แล้วตอนนี้โรคจิตยังอยู่ในร้านไหมครับเนี่ย"
    พนักงานตอบว่า "ไม่อยู่แล้วล่ะ มันเดินออกไปทางโน้น"
    นิ้วพนักงานชี้ไปตรงทางไปตู้กลอง (เวรแล้วไงกู ดีที่ไม่พบปะกัน)
    จากนั้นสักพัก ก็มีนักเรียนหญิง ม.ปลายที่มาด้วยกัน 2 คนเดินเข้ามาในร้าน
    คนหนึ่งกระโปรงเปรอะน้ำเหนียวๆ เป็นทางยาวประมาณ 1 นิ้วกว่า
    ก็คงใช่คนที่โดนโรคจิตป่ามปามป๊ามใส่แน่นอน
    ... ทางฝ่ายผู้เสียหายก็ได้ไปแจ้งเรื่องไว้กับฝ่ายรักษาความปลอดภัยของห้างแล้ว
    คงจะต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการตามสืบคนโรคจิตนี้ต่อไป

    ... ทุกวันนี้ที่เราดำเนินชีวิตอยู่บนโลกนี้ที่มีมนุษย์หลายคนอยู่รอบข้างตัวเรา
    เราไม่รู้หรอกครับว่าใครโรคจิตหรือไม่ วันดีคืนดีเพื่อนสนิทของคุณเอง
    อาจจะกลายเป็นโรคจิตก็เป็นได้ ขอให้เราอย่าดำเนินชีวิตด้วยความระแวง
    และพร้อมที่จะแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อพบพวกเขาเหล่านั้นทันทีดีที่สุดครับ

    March 24

    50 : ประจานบ้านเพื่อน ภาค2 - บ้านFisHeR

    เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสไปบ้านของอาร์ม FisHeR
    เพื่อที่จะไปทำโปรเจค EZ2DJ MBK TRAX -FULLY CONTROL-
    ที่ตอนนี้ทุกคนจะได้เห็นในรูปแบบค่อนข้างที่จะสมบูรณ์แล้ว ณ ตู้ EZ2DJ ที่ MBK (เขียวมาเลยทีเดียว)
    ถึงแม้จะยังมี bug อยู่บ้าง แต่ก็นับว่าเล้กน้อยมากๆ พอจะมองข้ามไปได้ (คราวหน้าแก้ไขแน่นอน)

     
    ที่ต้องไปบ้านอาร์มก็มีสาเหตุมาจากว่า ...
    มาอยู่วันหนึ่ง ที่ MBK เราก็ไปเล่น net ที่ร้านเน็ต เพราะว่าตอนนั้น เน็ตที่บ้านมันเสีย
    ก็เลยต้องมาเล่นที่้ร้านเน็ต ก็ออน msn ไปเจออาร์มเข้า อาร์มมันก็ทักมาว่า
    "ช่วงนี้มึงว่างป่าววะ" เราก็ว่างสิ ปิดเทอมแล้วสบายๆชิลๆ ไปเรื่อย
    "มาบ้านกูได้มะ จะให้ช่วยทำโน๊ต ez หน่อย" โอ้โห ได้ยินยังงี้น่ะแหล่มเลย
    ในใจตอนนั้นก็คิดว่า ได้ทำในสิ่งที่เราชอบ แถมจะได้เล่นเน็ตออน msn ตอนกลางคืน
    เราไม่ได้ทำแบบนี้มานานแสนนานตั้งแต่ตอนที่เน็ตเสียเมื่อธันวาคมแล้วนะเนี่ย
    ... ก็เลยตอบตกลงแบบไม่ได้คิดอะไรเลย 555+
    ว่าแล้วก็นัดไปเจอกันที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าตอน 11.00 น.
    ตอนแรกว่าจะนัดเจอกัน 10.00 น. แต่กลัวเลทก็เลยขอไว้ 1 ชั่วโมง
    สรุปเลทกันทั้งคู่ก็เลยมาเจอกันประมาณ 12.00 น. (ซะงั้น 555+)

    ... มาเซ็นทรัลปิ่นเกล้าคราวนี้ไม่เสียเที่ยว เพราะได้มาลิ้มลองเกมเต้นใหม่ (มาก)
    ez2dancer uk move ที่ชั้น 6 ซึ่งต้องใช้เหรียญ token ในการหยอด
    ว่าแล้วก็เต้นเพลง อะเซเรเฮ (ท่อนฮุคมันร้องงี้เลยเรียก อะเซเรเฮ) ของ ketchup มันส์มาก
    แนะนำว่าควรไปเล่นครับ เป็นเกมที่กระชากความรั่วของตนเองออกมาได้มากเลยทีเดียว อิอิ
    ... สนุกกันแล้วก็นั่งรถตู้ไปบ้านอาร์มซะที โดยค่าใช้จ่ายก็ใช้ 30 บาทครับ
    บ้านของอาร์มเป็น ทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งอยู่ในบ้านพฤกษาวิลเลจ นี่เอง
    ซึ่งจะต้องทะลุซอยเข้าไปลึกมาก เลยต้องนั่งจักรยานไป เจ็บตูดดีครับ
     
    ... เอาล่ะ ในที่สุดก็ถึงบ้านอาร์มซะที ซึ่งตอนนั้นก็เป็นตอนกลางวัน
    ในบ้าน พ่อแม่ของอาร์มจะยังทำงานอยู่ ในบ้านจะมีเพียงคุณย่า พี่สาวใจดี
    และหลานอีก 1 คนชื่อน้องเอแคลร์ (น่ารักมากๆ แต่ร้องไห้บ่อย เวลาร้องไห้ชอบร้องว่า "เอา"
    ก็งงอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้องเอา สงสัยจะอยากได้ของเยอะๆน่ะนะ)
    เข้ามาถึง เจอใครก็สวัสดีไว้ก่อนเลย โดยเฉพาะคุณย่า ส่วนน้องเอแคลร์ไม่ต้อง 55+
    ในการไปบ้านอาร์มคราวนี้ ได้ขลุกอยู่แค่สองที่ในบ้าน คือห้องอาร์ม และโต๊ะกินข้าว
    ไม่ได้มีโอกาสขึ้นไปเยี่ยมชมห้องอัดเสียงของพี่อาร์มเลย (ไว้คราวหน้าละกันนะ)
     
    ... เข้ามาถึงห้องของอาร์ม สิ่งสำคัญประเด็นหลักในห้อง คือเตียงนอน กับคอมพ์
    เวลาทำเพลง อีกคนก็จะไปกองกับเตียงนอน พออีกคนมาทำเพลง
    อีกคนหนึ่งก็ไปกองกับเตียงนอน สลับกันไปเรื่อยๆ จนเสร็จไปได้หลายเพลงเหมือนกัน
    โดยระหว่างที่ทำเพลง ก็จะมีน้องจิ้งจกคอยให้กำลังใจอยู่ข้างฝาเสมอ
    แต่เป็นบางครั้งที่มันจะร้อง จุ๊ๆ สงสัยเสียงเพลงที่เราแต่งจะไปรบกวนการนอนของมัน
    มันก็เลยร้องขอให้เงียบหน่อย (ใช่เหรอวะ 555+) ว่าแต่จิ้งจกทักเค้าว่ามันจะลางไม่ดีนะ
    ... ตกกลางคืน ประมาณ 1 ทุ่ม พ่อกับแม่ของอาร์มก็จะกลับมาพอดี
    ทุกวันที่บ้านอาร์มก็จะเป็นเช่นนี้เป็นวัฎจักรเรื่อยไป
    ... เรื่องอาบน้ำสำหรับบ้านอาร์ม ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมันมาก
    อาร์มเล่าว่า เคยมีเพื่อนที่เป็นโอตาคุมาค้างที่บ้านแม่งไม่อาบน้ำเลย(ไม่รู้เหม็นถึงขั้นขนาดมากีเรียกพ่อรึป่าว)
    แถมยังหัวเราะเสียงดัง ว้ากฮ่าฮ่าฮ่า ทำให้น้องเอแคลร์ตื่นอีก อาร์มมันทนทุกข์มาก
    สงสัยที่กล่าวมาตะกี้คงจะยืนยันกระทู้นี้ของพี่ปุ้ยได้ดีนะ 555+
    http://www.sicomonline.com/forum/index.php?topic=129.msg3205#msg3205
     
    ... ตกตอนดึกของวันแรกที่อยู่บ้านอาร์มเราก็นั่งเล่น lunatic rave เพื่อผ่อนคลายจากการทำเพลง
    เล่นเพลินไปเกือบ 1 ชั่วโมง โดยหารู้ไม่ว่า อาร์มที่กำลังนั่งรออยู่บนเตียงได้หลับไปเสียแล้ว
    แถมอาร์มมันนอนหลับแผ่หราเต็มเตียงซะด้วย - -" (ก็บ้านมันหนิ 55+)
    เวรแล้ว ... โดนปิดกั้นช่องทางการพักผ่อน อีกทั้งเราก็เริ่มง่วงมากแล้วด้วย
    ไม่อยากไปปลุกอาร์ม เพราะรู้ว่าการนอนมันมีความสุขมากแค่ไหน การไปขัดขวางมันคงไม่ดี
    ... ก็เริ่มมองไปรอบๆห้องอาร์ม เห็นเก้าอี้อยู่สองตัว ก็เลยนำเก้าอี้สองตัวนั้นมาต่อกัน
    ทอดเป็นทางยาวทอดไปสู่เตียง และเราก็นอนบนเก้าอี้ 2 ตัวนั้น
    แล้วขาก็วางอยู่บนเตียงที่เหลือพื้นที่อันน้อยนิดลงไป เป็นอันว่าในที่สุดคืนนั้นก็หลับลงไปได้
    ... แต่แล้วประมาณ 6 โมงเช้า คุณย่าก็เปิดประตูเข้ามาเห็นการนอนอันสุดแสนพิสดารของเราไม่ไหว
    ก็เลยให้เสื่อ หมอน กับผ้าห่ม เรามา ในที่สุดก็มี item การนอนสมบูรณ์แบบในที่สุดครับ อิอิ
    ... แต่ตื่นมาตอนนั้นปวดคอโคตร สงสัยโดนเก้าอี้เล่นงาน 555+
    หลังจากนั้นคืนต่อๆมา เราก็ได้นอนหลับลงอย่างมีความสุข ^^
     
    ... สำหรับเรื่องอาหารการกินที่บ้านอาร์ม ก็ง่ายมาก ไม่มีเมนูพิสดาร เช่น จิ้งจกทอดกรอบ (ไอ้ตัวตะกี้รึป่าว)
    ท่านจะได้รับประทาน มาม่า กับข้าวไข่เจียวแสนอร่ิอยฝีมือคุณย่าทุกวันเป็นอาหารเช้าและกลางวัน
    ส่วนอาหารมื้อเย็น จะเป็นกับข้าวทั่วไปที่ทุกคนรู้จักกันดี เช่น คะน้าหมูกรอบ(ไม่เจอหมูกรอบแหะ อิอิ)
    กระเพราหมู แกงส้ม ปลาทอด อร่ิอยหลายๆ นับว่าสามารถอยู่รอดได้อย่างสบายไปหลายวัน
    ... อีกทั้งวันสุดท้ายที่อยู่บ้านอาร์ม คุณย่ายังโชว์ฝีไม้ลายมือในการทำข้าวผัด ซึ่งอร่อยมากๆอีกด้วย
    ยังไงก็ต้องขอบคุณสำหรับอาหารทุกมื้อนะครับ ^^
     
    แถมอีกนิด ในระหว่างที่เรากำลังแต่งเพลง Scoundrel (เพลงที่อยู่ในตู้ EZ โหมด radio เพลงที่ 4 น่ะ)
    ก็ได้พบกับพี่ของอาร์มที่เข้ามาช่วยในเรื่องโปรแกรม เพื่อที่จะทำให้ฝันเป็นจริง (แต่งเพลงเสร็จ)
    cubase เมพหลายๆ แต่งเพลงได้ง่ายๆ โคตร แต่สงสัยจะง่ายเกินไป
    เพลงว่าจะเอาเท่ห์ๆ แต่ออกมากลายเป็นลูกทุ่งสะเดิดซะงั้น แต่ก็ไม่เป็นไร ฮาๆ แล้วก็มันส์ดีเนอะ
    ... ที่มาพูดถึงพี่อาร์มนี่ไม่ใช่อะไรหรอก เพื่อเป็นการขอบคุณพี่เค้า ก็จะมาโฆษณาเว็บเพลงเค้าให้
    http://groovinman.com/index.php
    เพลงเพราะจริงๆนะ อาร์มลองเอามาให้ฟังอยู่บ่อยๆ ลองเข้าไปฟังดูน่ะ
     
    ... ในที่สุดโปรเจค EZ2DJ MBK TRAX -FULLY CONTROL- ที่บ้านอาร์มก็เสร็จซะที (เมื่อวันศุกร์)
    ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับบ้านแล้ว โดยวิธีการกลับบ้านนั้นก็เหมือนกรอเทปกลับจากตอนมา
    ก็คือปั่นจักรยานไปส่งที่หน้าหมู่บ้านพฤกษาวิลเลจ และนั่งรถตู้ ต่อด้วยรถเมล์จนถึงบ้านในที่สุด
    ... แต่ตอนลงจากรถจักรยานนี่สิ ลงผิดท่าไปโดนเล็บเท้าแตกเลย (แต่ก็เนียลไป)
    สงสัยเพราะเจ้าจิ้งจกนั่นทักแน่เลย เลยซวยเล็กน้อย (ไปโทษมันอีก ความโง่ตัวเองแท้ๆ 555+)
     
    ... กระผมขอขอบคุณทางบ้านอาร์มที่อุตส่าห์ทนเรามาถึง 4 วัน ตั้งแต่อังคารถึงศุกร์
    และอุปการะมาอย่างดี ไม่มีทุกข์ภัยโรคไข้เจ็บใดๆทั้งสิ้นนะคร้าบ (จะไปมีได้ไงฟะ 55+)
     
    สุดท้ายนี้ ผมมีเรื่องอยากจะบอกอย่างนึงว่า...
    อาร์มกรนดังมาก
     
    ... จบ ...

    49 : ปิ๊กบ้านเก่า พวกเฮารออยู่

     
    และแล้วก็ถึงวันที่ต้องกลับมาบ้านเก่า อันเนื่องจาก www.hostchan.net
    ได้แปลงร่างกลายเป็น
    www.thaisharecity.com เสียแล้ว
    แต่ยังไงการ upload ที่เพื่อนๆต้องการก็คงจะยังไม่ขาดตกบกพร่องหายไปไหนแน่นอน
    แต่น่าเสียดายที่ข้อมูล blog ของเราใน www.hostchan.net ได้สูญหายไปเลย
    ไม่งั้นก็ว่าจะนำเรื่องราวที่ไปเล่า บ่น เขียนไว้ในนั้น มาลงใน spaces ให้อ่านกัน
    ... ยังไงก็ตาม ถึงข้อมูลจะหายไปก็ไม่เป็นไร เพราะการเล่า บ่น เขียน ของเรานั้น
    ไม่มีที่สิ้นสุดตามนิสัยของเราอยู่แล้ว 555+ (เป็นคนชอบบ่นซะงั้น)
    ใครมาอ่านๆ แวะเยี่ยมเยียนก็อย่าลืม comment ก่อนจากไปละกันนะจ๊ะ
    ติดตาม spaces กันไปเรื่อยๆด้วยละ ขอบคุณครับ
    รักทุกคน ... ^0^
    July 26

    48 : www.hostchan.net

    ขออนุญาตย้ายไปที่อยู่ใหม่น้า...
    ไหนๆ ก็มีเว็บเป็นของตัวเองแล้ว
    www.hostchan.net จ้ะ...
     

    ไว้ไปบ่นกันที่โน่น... บับบาย~

    May 03

    47 : ความเต็มใจที่เติมเต็มความไม่เต็ม

    เมื่อสัปดาห์ที่แล้วใครได้ไปเที่ยวหรือไปเล่นกับเราที่ MBK
    คงจะได้เจอกับคนที่ไม่รู้จักมักจี่ด้วยมาทักทาย และคุยราวกับว่าตนรู้จักกับผู้พูดมานานแล้ว
    ความจริงคนนั้นเป็นเพื่อนผมเองครับ เขาชื่อว่า "นัท" ซึ่งเป็นคนที่ผมสันนิษฐานแล้วว่าเป็น "คนไม่เต็ม"
    คนไม่เต็ม หรือคนไม่เต็มเต็ง ไม่เต็มบาท เป็นคนที่สามารถดำรงชีวิตเพียงลำพังได้ตามปกติ
    สามารถทำกิจวัตรประจำวันที่จำเป็นเช่น อาบน้ำ แปรงฟัน ทานข้าวได้
    แต่จะมีปัญหาเมื่อเข้าสังคมในกลุ่มเพื่อน คนไม่เต็มมักจะทำอะไรที่ไม่เหมือนกับชาวบ้านเขา
    เดี๋ยวจะบอกว่าเราเจออะไรมามั่ง
    --------------------------------
    ตัวอย่างคนไม่เต็มที่เคยพบ
    - กานต์ Electroshock

    ได้รู้จักกานต์มาเป็นปีละ กานต์เป็นคนมีน้ำใจ มักจะแบ่งโค้กที่ซื้อมาจาก watson มาให้กินเสมอ

    (เขาไม่ได้แบ่งหรอก ไปแงะเขา 555+) และกานต์นี้เองก็เป็นคนที่มีความรู้เรื่อง Music Game อยู่เต็มเปี่ยม
    ... จนถึงขนาดไปพูดเรื่อง Music Games กับคนที่กะลังยืนดู Ghost Squad อยู่ได้หน้าตาเฉย (นั่นก็นานมาละ)
    แต่กานต์ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือ "นัท" ที่หลายคนได้เจอกัน
    - นัท
    เรารู้จักนัทเมื่อสมัย ez2dj ภาค 4 เนื่องจากเขาเข้ามาทักทายเราเพราะเห็นว่าเราก็เล่น Music game  เหมือนกันกับเขา
    ก็ได้สนทนาอะไรเล็กน้อยบ้าง แต่นานวันเข้าก็ทำให้เรารู้ว่าโลกมันกลมเสียจริงๆ
    เพราะว่าบ้านนัทเป็นคอนโดซึ่งอยู่ข้างๆกับคอนโดเรานี่เอง !?
    เราจึงถูกชักชวนให้ไปเล่นเกมที่คอนโดเขา และไปรบกวนเขาบ้างเป็นครั้งคราว
    บางครั้งเขาก็ถึงขนาดเลี้ยงข้าวเราเลยทีเดียว ลำพังเจอแค่นี้ก็ไม่เอะใจหรอกว่าจะเป็นคนผิดปกติอะไร
    แต่พออยู่มาวันหนึ่ง ก็ได้ตกลงที่จะไป MBK ด้วยกันกับเขา
    พอไปถึง MBK ก็ได้เจอเหมือนกับสิ่งที่ทุกคนเห็น นั่นก็คือ
    เขาเข้าไปทักคนที่ไม่ได้รู้จักด้วยเลย เหมือนรู้จักกันมาสมัยประถม
    จู่ๆยืนอยู่ตู้เกม เขาก็ร้อง "วู้" ซะเฉยๆโดยไม่มีเหตุผลอะไร
    เรายืนอยู่เฉยๆ นัทก็เข้ามาเตะ ต่อย หยิก กอดเราเฉย เวลาไปกินข้าวก็จะเรอดัง "เอร่อะ~~~" แบบไม่เกรงใจประชาชี
    ... แต่ล่าสุดที่ไปเจอมาก็คือ สัปดาห์ก่อนที่พี่สองยกวิทยุมาจะเต้น EXILE
    จู่ๆนัทก็เดินเข้าไปงัดแงะวิทยุราวกับเป็นของตนเอง พองัดเสร็จก็หันมาทักเราทันที
    พี่สองกับพรรคพวกก็งงๆ ถามว่านี่เป็นใคร เราเห็นดังนั้นมันก็อายแบบบอกไม่ถูก... อารมณ์ประมาณว่า
    "ชินจังทำท่ามนุษย์ต่างดาวนู้ดครึ่งก้นต่อหน้าประชาชนเสร็จแล้วก็หันมาทักคาซาม่าคุง"
    ... อารมณ์นั้นเลย
    วันหนึ่งเคยถามตรงๆไปเลยว่า "เห้ยย... นายเต็มรึเปล่าเนี่ย" นัทก็ตอบไม่ตรงประเด็น
    ประมาณว่าจะสนทนากับเขาให้ได้เรื่องราวเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แล้วก็จะตอบแบบงงๆ
    จนบางครั้ง เราเองก็ปวดหัวและงงกับนัทหลายครั้งเหมือนกัน
    --------------------------------
    แต่สิ่งสุดท้ายที่อยากจะบอกก็อยากจะยกคำพูดของพี่กันที่ว่า
    "อย่ามองแต่ส่วนเสียจนลืมส่วนดีของเขาเสียล่ะ"
    อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไปทำผิดกฎหมาย ไปฆ่าแกงใคร
    ในเมื่อรู้จักเขาแล้ว เวลาเขาทำอะไรแปลกๆ ที่มันผิดมารยาทจารีตประเพณีก็ช่วยๆเตือนหน่อยละกัน
    ขอบคุณมากเลย


    April 11

    46 : Sicom 2nd Meeting - Summer Vacation

    เหมือนจะเป็นเรื่องที่ถูกบังคับเขียน เพราะว่าถ้าไม่เขียนมันก็กระไรๆอยู่
    ก็เราเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีเลยนี่หว่า สำหรับงาน ...
    Sicom 2nd Meeting (ซะงั้น) - Summer Vacation
    (ถึงแม้ว่าเราจะไม่เอาอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับงานมาเลยก็เถอะนะ...)
    ก็จะมาระบายความรู้สึกในใจกับงานนี้ให้ฟังกัน
    ... เพราะว่าความคิดแรกที่จะเอา music games มาเล่นที่ mbk ต้องยกให้พี่ถม
    สืบเนื่องด้วยงาน melty blood ของพี่เค้กนั่นแหละ
    บวกกับความอยากเล่นมิวสิกเกมด้วยไง
    ก็เลยเอามาคิดเอามาคุยเล่นๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ waterford หรือ mbk
    จนในที่สุดก็ "เอาวะ... จัดก็จัด" จึงได้ตั้งกระทู้ถามในบอร์ด sicom
    ซึ่งเสียงตอบรับก็ดีมากเลยครับ
    60 % ของคนที่โหวตบอกว่าไม่ไป กับไม่แน่ใจ 555+
    ในใจมันก็คิดได้ 2 แง่ คือ
    - อืม... คนไปน้อยมันก็คุมง่ายไม่ลำบาก
    - คนน้อยมันจะสนุกเหรอวะ ...
    ...แต่มันก็ได้แค่นั่งคิด เพราะมันยังไม่ถึงวันจริงซะหน่อย
    ----------------------------------
    แต่พอวันจริง มันไม่ใช่อย่างที่คิดเลย
    คนมาเยอะเหนือความคาดหมายมาก
    ใครที่ไปงานก็คงจะรู้ว่า สนุก และอบอุ่น แบบบรรยายไม่ถูก
    ...มันเป็นวันที่ยากนักที่จะไขว่หาได้
    ภาพที่เพื่อนเล่นเกมด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน กลับบ้านพร้อมกัน
    มันเป็นภาพที่รู้สึกดีแบบบอกไม่ถูก บอกได้แค่มันรู้สึกดีอ่ะ...
     
    ยังไงก็ขอขอบคุณทุกคนที่ไปงานด้วยใจจริงอีกครั้งละกันนะครับ
    หวังว่าถ้ามีโอกาสหน้าคงจะได้มาจัดอีกครั้ง
    (รอ beatmania กะ gfdm ภาคใหม่ออกเยอะๆก่อนอ่ะ 555+)
     
    ปล. ปลื้มโว้ยย ^^

    ภาคผนวก ข : Tag Blog

    โดนของครับ เลยมาอัพ 555+
     
    1.ที่มาของชื่อและความหมาย
    - เราชื่อ ยศพล มาจากพี่เราทั้ง 2 คนชื่อออกแนวการรบหมดเลย เราก็เลยได้ชื่อนี้
    ความหมายก็คือ กองกำลังที่มีเกียรติ
     
    2.อายุ
    - 16 ปีแล้ว
     
    3.สถานที่เกิด
    - รพ. กรุงเทพคริสเตียน
     
    4.มีพี่กี่คน
    - มี 2 คน
     
    5.ฉายาขำๆที่เพื่อนเรียก
    - ยิว / เอธิโอเปีย
    เพราะ 2 ชนชาตินี้จะมีลักษณะคืองก เลยเอามาเปรียบกับเรา -*-
     
    6.งานอดิเรก&Life Style
    - ไปพบปะเพื่อน ดูTV เล่นเกม
     
    7.สถานที่ช๊อบปิ้ง
    - MBK ก็ช็อปได้ครับผม
     
    8.โรงภาพยนตร์
    - SF ที่ MBK แหละคับ
     
    9. 3คำ ที่บ่งบอกตัวเองได้มากที่สุด
    - แว่น เด๋อ ฟันกระต่าย 555+
     
    10.กิจกรรมที่ชอบทำ
    - เล่นเกม คุยกับเพื่อน
     
    11.เว็บไซต์ที่เข้าบ่อยสุด
    - Sicomonline / Bemani / Google
     
    12.สไตล์การแต่งตัว
    - เสื้อยืดสีดำ กางเกงสีดำ รองเท้าแตะ แต่ช่วงนี้หน้าร้อน ไม่เอาละสีดำ 555+ เดี๋ยวเกรียม
     
    13.คุณใช้โทรศัพท์รุ่นไหน/เสียงเรียกเข้า
    - Panasonic X200 เสียงเรียกเข้า The Way ของเกม O2Jam
     
    14.ของสะสม
    - การ์ตูนที่ติดตาม กะ tazo pokemon 3มิติ สมัยก่อน
     
    15.สีที่ชอบ
    - เขียว
     
    16.เวลาเหงาๆสิ่งแรกที่จะทำ
    - เปิดคอมพ์เล่น msn เล่นเกม
     
    17.ชอบดูหนังแนวไหนและหนังที่ประทับใจที่สุด
    - ตลกที่ไม่ตลกแดก กับเรื่อง "โหมโรง" เรื่องนี้โคตรแนะนำ ^^
     
    18.ชอบฟังเพลงแนวไหนและเพลงที่ประทับใจ
    - ฟังได้หมดเลยคับ
     
    19.เครื่องประดับที่ขาดไม่ได้
    - แหวนรุ่น
     
    20.ของที่ติดสุดๆ
    - กระเป๋าตังค์ ติดตัวเราตลอดเลย 555+
     
    21.เพื่อนสนิทที่สุด ใคร?
    - รร. มีเช้ง บูม ฟง มีน ดุล บิ๊ก และอีกมากมาย
    - บอร์ด มีแก๊งค์ mbk อ่ะคับ เยอะจนบรรยายไม่ไหว
     
    22.ผู้ชายที่ทำให้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมากที่สุด
    -  สายัณห์ ดอกสะเดา
     
    23.ผู้หญิงที่ดูดีในสายตาของคุณ
    - อารมณ์ดี เข้าใจเรา ไม่จู้จี้จุกจิก และ หมวย
     
    24.ความสามารถพิเศษ
    - วาดรูปการ์ตูน / ทฤษฏีดนตรี / เล่นเกม
     
    25.อาหารที่ทำอร่อยที่สุด
    - มาม่า / ซุปผง / คัพโจ๊ก
     
    26.ของที่เห็นแล้วต้องซื้อ
    - โคนัน / ชินจัง / นานะ
     
    27.สิ่งที่เห็นแล้วต้อง ยี้ !!
    - สัตว์ตระกูลแมลงทุกชนิด
     
    28.หนังสือเล่มโปรด
    - การ์ตูนที่เราชอบ และ หนังสือโป๊ (ก็เหี้ยแล้ว 555+)
     
    29.คำพูดที่ดีที่สุด เมื่อคนอื่นพูดถึงเรา
    - ตักเตือน ชี้จุดบกพร่องของเรา
     
    30.ประเทศที่อยากไปมากที่สุด
    - Japan
     
    31.ปกติ นอน - ตื่นกี่โมง
    - นอนเที่ยงคืน ตื่น ตี 5 คับ
     
    32.ชุดที่ใส่นอน
    - เสื้อยืด กางเกง boxer
     
    33.ถ้านอนไม่หลับจะทำไร
    - เล่นคอมพ์ อ่านการ์ตูน ดู TV นับแกะ
     
    34.เวลานอนต้องกอดอะไร
    - หมอนกอดคับ
     
    35.เรื่องที่เห่อที่สุด
    - นานะ
     
    36.ทำบ่อยจนติดเปนนิสัย
    - เล่นคอม / ไป MBk / ไปบ้านเพื่อน / เล่นเกม
     
    37.นิสัยแย่ๆที่แก้ไขไม่ได้
    - เป็นคนขี้เกรงใจ จนทำให้เพื่อนบางคนทำตัวไม่ถูกนัก + ไม่กล้าที่จะเตือนในสิ่งที่ผิด
     
    38.I Dol ในดวงใจ
    - เปลี่ยนไปเรื่อยๆอ่ะ พอดีเป็นคนใจง่าย แต่ออกจะเป็นแนว J-Pop 
     
    39.ศิลปินคนโปรด
    - ทุกคนที่แต่งเพลงดี เพลงไทยต้องของ Bakery
     
    40.ดาราคนโปรด
    - เจิน วรัญญา , ส้ม ณัฐวรา , ต่าย ชัษฏาภรณ์ บลาๆๆ
     
    41.ส่วนใหญ่จะตื่นเต้นที่สุดที่จะต้องทำ
    - ออกไปพูดอะไรหน้าชั้น
     
    42.สเป็คคนรู้ใจ
    - หมวย นิสัยดี มีอะไรที่เหมือนกัน ปรับตัวเข้ากันได้ จริงใจ บลาๆๆ
     
    43.ดอกไม้ที่บ่งบอกถึงตัวเรา
    - ดอกเรน (บ่งบอกตัวเรายังไงฟะ 555+)
     
    44.วันที่ 14 กุมภา วันแห่งความรัก คุณอยากให้เปนวันอะไร
    - วันทูคอล
     
    45.เปรียบเทียบความรักเป็นอะไร
    - ขี้ เป็นสิ่งที่ต้องทำทุกวัน
     
    46.ถ้าเป็นผู้ชายได้ 1 วัน
    - เห็นตูเป็น ญ หรอแสด
     
    47.เรื่องที่ทำให้ต้องเสียน้ำตา
    - พริกไทยเข้าตา
     
    48.ถ้าโลกแตกจะทำอะไร
    - เย็บใหม่
     
    49.อยากพูดอะไรมากที่สุดตอนนี้
    - รักทุกคน
     
    50.สิ่งที่อยากจะฝากถึงคนที่รับ Tag ต่อไป
    - โชคดีนะหลานๆ
     
    ผู้โชคดีที่เข้ามาอ่าน แล้วต้องรับไป ได้แก่ ...
    พี่ถม Aluกาก - ตวง โชโคล่า - โอม AZD
     
    โชคดีนะ วะ 555+

    April 02

    45 : คอมพิวเตอร์กับความจริงใจ

    ไชโย วันนี้พี่ชาย 2 คนไม่อยู่ เราจะได้เล่นคอมพ์ตลอดวันเป็นครั้งแรกแล้ว
    ----------------------
    เมื่อเช้านี้ เสียง msn ดังขึ้น
    เพื่อนที่ รร. ทักมา เขาชื่อว่า Meen
    ...คุ้นๆมะ?
    ก็เป็นเจ้าของ bmsfile.com ที่คนส่วนใหญ่ในบอร์ดใช้อัพโหลดกันน่ะแหละ
    มีนบอกว่าตอนนี้อยู่บ้านเพื่อนที่สุรวงศ์ซึ่งใกล้ๆกับบ้านเราซึ่งอยู่สีลม
    จึงจะมาหาที่บ้านเรา เพื่อขอcopyไฟล์ ของ o2jam ไปเล่นที่บ้าน
    มีนบอกเตรียม hdd ไว้เรียบร้อยแล้ว
    เราก็บอก "อืม... มาสิ"
    ผ่านไปครึ่งชั่วโมง มีนโทรเข้ามาที่มือถือเราบอกว่าถึงหน้าบ้านแล้ว ออกมารับด้วย
    พอมีนเข้ามาถึงบ้านก็ไม่รอช้ารีบเสียบ hdd เข้ากับเครื่อง
    ปรากฎว่าเครื่องอ่านไม่ออก และเริ่มค้างนิดๆ
    มีนจึงถอดแล้วเสียบใหม่ คราวนี้เครื่องก็ขึ้น hdd มาแต่ก็เปิดไม่ได้อยู่ดี
    มีนลองเปลี่ยนที่เสียบสายอยู่หลายครั้ง
    จนในที่สุดมีนทนไม่ไหวจึงรีบ reset เครื่อง
    ...หน้าจอมืด
    เรากับมีนนั่งอึ้งสักพัก พลาง restart ใหม่เรื่อยๆ
    ในที่สุดก็ได้พบกับความจริงว่า มีนรีบ reset ไปเพราะว่า
    ยังถอดสาย hdd ได้ไม่นานเครื่องมันยัง save ไม่ทันแต่รีบ reset ไปก่อน
    ผลลัพธ์ที่ได้คือ windows เจ๊ง ต้องลงwindows ใหม่
    ...เรารู้ดังนั้นก็ใจหายเหมือนกัน มีนพยายามแก้ไขอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ
    จึงได้ความคิดที่ว่าจะไปขอไรท์ windows จากบ้านเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆที่มีนไปมาเมื่อกี้
    ว่าแล้วก็ไปซื้อแผ่นเปล่าที่ 7eleven
    กรรมเวร... เซเว่นขายแต่แผ่นdvd ซึ่งบ้านเพื่อนดังกล่าวไม่มีเครื่องไรท์ dvd
    ลองเดินไปดูอีกสาขาที่ใกล้เคียงก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกันคือ มีแต่ dvd
    มีนจึงลองโทรไปหาเพื่อนคนนั้นดู เพื่อนคนนั้นก็บอกว่ามีแผ่นเปล่าอยู่
    ว่าดังนั้นก็เดินไปที่บ้านเพื่อน และไรท์ windows
    สีหน้าเราตอนนั้นออกจะซึมนิดๆราวกับว่าเครื่องจะระเบิดยังไงยังงั้น
    ก็ได้แต่คิดว่าอุตส่าห์ได้เล่นทั้งวันทั้งที แต่เครื่องกลับมาเป็นยังงี้ เซ็งเล็กน้อย
    แต่มีนกลับ always happy (ตามชื่อmsnมัน - -")
    มีนพยายามจะเล่นมุกปลอบตลอดเวลา ก็ฮาบ้างไม่ฮาบ้าง
    ... แต่ส่วนใหญ่จะไม่ฮา
    พอไรท์ windows เสร็จก็รีบเดินกลับบ้านไปลง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
    และต้องลงสารพัดโปรแกรมมากมายเสียใหม่ ซึ่ง Meen เป็นคนจัดการเองทั้งหมด
    ... ซึ่งก็รู้ๆกันอยู่ว่าการที่จะทำให้เครื่องกลับมาเหมือนเดิมมากที่สุด
    คือ มีเน็ตใช้ มีเวปแคมเล่น มีไดรเวอร์เสียงไว้ฟัง มีmsn พลัส และบลาๆๆ
    ต้องใช้เวลานานพอสมควร แต่มีนก็เสียสละเวลาการกลับบ้านของตน
    ตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึงเกือบทุ่ม นานจนเรานอนรอได้เลยล่ะ
    ในที่สุดก็เสร็จ ถึงแม้เครื่องจะยังขลุกขลัก กระตุกๆบ้าง
    เพราะ hdd กะลังอ่านโปรแกรมที่หาไม่เจออยู่ แต่ได้เล่นเหมือนเดิมก็ถือว่าดีมากแล้ว
    ---------------------------
    แม้เครื่องจะข้อมูลหายไปเยอะมากๆ
    แต่แลกกับความจริงใจของเพื่อน ทำให้เรารุ้ว่าเพื่อนคนนี้สามารถเป็นที่พึ่งได้ยามเราลำบาก
    ก็นับว่าคุ้มทีเดียว