Yosapol's profileHostChan* ~My Dairy Life...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
December 31 30 : happynewyear2007-สวัสดีปีใหม่2550~กลอนปีใหม่~
-สวัสดีปีใหม่ในวันนี้
วันสิ้นปีที่ทุกคนรอคอยกัน
จะไปกินหมูกะทะแสนสุขสันต์
อย่าถึงขั้นแงะเลยผมขอร้อง
-จะอวยพรในดิถีวันปีใหม่
ส่งพรให้ถึงเพื่อนเพื่อนทุกทุกคน
ที่อุตส่าห์ยอมลำบากและลำบน
ต้องทุกข์ทนมาเป็นเพื่อนให้กับเรา (ฮา)
-อิงกี้ โอ๊ต พี่เอก อาร์ม งามจริงจริง
แอ้มน้องลิง ขอให้มีความสดใส
เอ็ม โก้ เมล ขออย่ามีความทุกข์ใจ
วันปีใหม่ขอให้มีแต่ความสุข
-พี่มากี พี่ป๊อป และพี่กัน
ให้ทุกวันจงมีแต่ความสุข
พี่ปุ่น พี่ติ๊ดตี่ และพี่บุ๊ค
แสนสนุกสุขใจวันปีใหม่
-ขอส่งพรถึงวงสปาร์คบีท
ที่น่ากรี๊ด น่าตะลึง น่าจับตา
พี่สอง และพี่มด เต้นพารา
พี่เบนซ์ซ่า ก็มาเต้นด้วยกัน
-พี่ฟิล์ม และ พี่เค้ก เซียนชูตติ้ง
และพี่มิ้งค์ตีกลองได้อย่างชำนาญ
พี่อาร์ทเมทัลเกียร์ที่เล่าขาน
ชอบเถียงนานคือพี่อัพป๊อปน์มิวสิค
-นิวบี้ส์และพี่ถมจงรับพร
ไม่ต้องผ่อนให้รับพรไปเต็มทรวง
เบียร์มือเบสมีฝีมือที่โชติช่วง
ฝ้ายและตวง ก็รับพรแต่โดยดี
-ขอพี่นก ไอ้แน็ค และพี่นัท
ทั้งนัทบี นัทห้าสิบ และนัทบอย
พี่นัทโอ จงมีสุขกันบ่อยบ่อย
และพี่บอยเซียนเกมเต้นเล่นเก่งจริง
-เท็นชิลชิลขอให้ชิลกันต่อไป
ขอให้ไก่ เพื่อนโก้ จงโชคดี
ขอส่งพรไปถึงชาว ac
ซูม พี่เบิร์ธ ดังระเบิดกันถ้วนหน้า
-ขอฝากพรถึงพี่ป๊อกและแฟนเขา
ไม่โศกเศร้าสุขจริงเราวันปีใหม่
ขอพี่ท๊อปจงตีกลองเนียลต่อไป
แสนสุขใจ ที่ได้มาร่วมรับพร
-ขออวยพรถึงผู้หญิงที่รู้จัก
เคยคึกคักและสนุกมาด้วยกัน
เบียร์ เพียว แป้ง มายด์ และ ปุ๊ก สุขทุกวัน
พรร้อยพัน ขอกลั่นมาให้พวกเธอ
-ปาล์มน้องป๊อป และพิม จงสุขใจ
อ๊ะนั่นไง แป้งและตูน จงยินดี
หันไปอีกก็พบเฟกมากี
ขอให้มีความสุขตลอดไป
-ขอส่งพรไปถึงคนต่างชาติ
และไม่พลาดที่จะอวยพรให้
คนคนนั้นชื่อว่า ออก้า ไง
จากเราไปนานแสนนานคิดถึงจัง
-ขอพี่ล้งผู้สร้างjammania
เวปแบบเนี้ยสร้างได้ไงเจ๋งจริงจริง
ทำให้เรามีที่ไว้คอยสิง
king of king jammania forever
-ขอให้เจซ และแจ๊คเลิฟเวอร์บอย
เต้นปั๊มบ่อยสุขภาพแสนแข็งแรง
ขอให้ป๊อปตูดยาว เยียงซีแกง
พรส่องแสงให้ไปถึงทั่วทั่วกัน
-เราขอให้พี่เช้าคนตัวดำ
จงรับคำอวยพรของผมไป
พี่ดูโอ้ปลาหมึกจงสุขใจ
พี่ปุ้ยได้happyตลอดไป
-และพี่น๊อตต้นตำรับทรรศนะ
สุขใจจ้ะสุขใจวันปีใหม่
อ้อ น้องปุ๋ย ทีเกิร์ล สวยบาดใจ
เสียงสดใสthestarเพื่อนของเรา
-ฝากอวยพรถึงพี่โซลคนตัวใหญ่
มีน้ำใจให้เล่นเกมที่บ้านมา
ขับรถยนต์ได้อย่างสุดแสนฮา
โอลันล้ามีความสุขกันนานนาน
-ขอพี่ไวท์ได้จ๊วบๆกับผบ. (เห้ย55+)
และก็ขอให้วินเซียนเปียโน
เพื่อนacระดับนี้มีไว้โชว์
และโทนี่เล่นezมาด้วยกัน
-ฟังกี้โซนิคเวิลด์มีความยาก
แสนลำบากที่จะเล่นเพลงนั้นได้
คำพูดนี้เป็นคำพูดของกานต์ไง
ก็ขอให้กานต์จงมีแต่ความสุข
-ขอให้กานต์เติมตังค์djmax
อยากจะแดกตังค์มึงมานานแล้ว (อ่าว 55+)
อยากเล่นเพลงpremiumที่แจ่มแมว
แง้วแง้วแง้ว อยากเล่นจัง กานต์ช่วยที
-ฝากอวยพรถึงพี่ม่อนเซียนไฟท์ติ้ง
มันแมวจริงยิ่งพูดก็ยิ่งแมว
ขออวยพรเหมี่ยวและมิกเด็กแว่นแนว
รับพรแล้วก็ส่งให้ทั่วถึงกัน
-โอม แจ๊ส ริว เพื่อนใหม่ก็อวยพร
และน้องแมกซ์เดินมาพร้อม psp
ขอขอบคุณที่เสียสละเครื่องให้พี่
เล่นกันได้เล่นกันดีมีความสุข
-ฝากอวยพรถึงพี่หนิง พี่อมร
อดหลับนอนคอยแก้ไขปัญหาตู้
กีตาร์กลองเมื่อขัดข้องเป็นต้องรู้
ลำบากสู้พวกเราเล่นอย่างสนุก
-ขอน้องเหน่งชะชะช่า หรือเหน่งซ่า
ที่เดินมาพร้อมกับเป๋าวิเศษ
ฝากอวยพรไปถึงแอนและเกรซ
สุดใจเด็ดกินซูชิอิ่มคุ้มจัง
-ฝากอวยพรถึงพี่น้องbcc
ห้อง44ขอจงมีแต่ความสุข
เป็นเพื่อนกันก็จงมีความสนุก
ทุกทุกวันคอยแบ่งปันเรารักเพื่อน
-สุดท้ายนี้ขออวยพรเปียวสุดสวย
หน้าหมวยหมวยนิสัยดีแสนน่ารัก
ปีใหม่นี้เธอยังดูสวยยิ่งนัก
ดูคึกคักน่าตื่นเต้นทุกเวลา
-ขอให้มีความสุขมากมากนะ
ปีใหม่ละ ก็ขอให้ลืมเรื่องทุกข์
ปีนี้เรามาเล่นให้สนุก
มีความสุขด้วยกันดีกว่าเนอะ
-ขออวยพรและอวยชัยให้มีสุข
ทุกทุกคนที่มีชื่อปรากฏอยู่
และคนที่ไม่มีชื่อขอให้รู้
เรายังรักไม่ได้อู้นะครับผม
-สุดท้ายนี้ใครมีชื่ออยู่ในกลอน
commentก่อนแล้วค่อยจากกันไป
ยศขอสวัสดีวันปีใหม่
ถึงคนในโลกนี้ทุกคนเลย
----------------------------------
~happy new year 2007~
~สวัสดีปีใหม่ 2550~
นะครับ
^^ December 30 29 : lemon eventเมื่อวานไปกินโออิชิราเมนเหมือนเดิม แต่วันนี้เซ็งมาก
ไม่มีซูชิของแถมอร่อยๆให้กิน เลยมากินราเมนตามปกติ
วันนี้เรามาแปลก สั่งเมนูใหม่ขึ้นมา
คือปกติ เราจะสั่งแต่ราเมนเต้าหู้ทรงเครื่อง แต่วันนี้เรากลับสั่ง
ราเมนไข่เจียวปูอัด 69บาท เมนูใหม่ แล้วก้อตามด้วยเปปซี่refillตามสูตร
เมื่ออาหารมาถึงตอนแรกกินไปรู้สึกอร่อยมาก
พรรณนาใหญ่เลย
น้ำเกรวี่ช่างกลมกล่อม ไข่เจียวก้ออร่อย อา... สวรรค์อะไรเช่นนี้
กินไปสักพัก
เลี่ยนว่ะ!!!
อี๋... แหวะ แทบจะกินราเมนคำนึงตามด้วยเปปซี่แก้วนึง
มันเลี่ยนจริงๆ
เราเห็นป๊อปเคยกิน มันก้อบอกอร่อย
สงสัยเมนูนี้คงต้องกินเร็วๆ เพราะถ้ากินไปคุยไปนานๆ มันจะเลี่ยน
คราวนี้เราก้อกินแทบไม่ไหว ให้คนรอบโต๊ะ อย่าง ตวง พี่ถม พี่ล้ง
ช่วยกันกินเป็นยกใหญ่ก้อยังไม่หมด
สุดท้ายก้อมีมือดี เป็นมือของพี่ล้ง
ตักน้ำมะนาวมา 1ช้อนโต๊ะ แล้วบอกว่า
"นี่นะ...น้ำมะนาวช่วยแก้เลี่ยนได้"
เราก้อเลยราดน้ำมะนาว1ช้อนโต๊ะที่พี่ล้งจัดให้ลงบนราเมนแล้วกิน
อี๋...
มันแก้เลี่ยนยังไงฟระ... กินแล้วก้อเปรี้ยวแหวะ...
มารู้ทีหลังว่าโดนหลอก ว่าน้ำมะนาวมันไม่ได้มีคุณสมบัติแก้เลี่ยน
ก้อไม่รู้นี่หว่า.. 555+ แดกเข้าไปเต็มปาก
จำไว้เลยนะ เวลาเลี่ยนเอามะนาวมากินซะ
--------------------------------------
อ้อ... เมื่อวานนี้พี่ม่อนเค้ามาบอกเราว่า งานtgs2006
เราจะได้ขึ้นไปโชว์เกมdrummaniaด้วยละ
ได้เจอพี่ติ๊ก ชิโร่ด้วย เดี๋ยวอาจจะมีประชุมสัปดาห์หน้า
รู้สึกเป็นเกียรติมากๆเลยครับ
ขอบคุณมากนะครับ^^
28 : ลุงที่รู้มากเมื่อวานเรามาเล่นdrummaniaกับเพื่อนๆตามปกติ
จู่ๆคุณลุงที่ไม่ได้รู้จักมักจี่มาก่อนก้อมาทักเราว่า
(แทนตัวแปรดังนี้ สีแดง=คำพูดของลุง สีน้ำเงิน=ห้วงคำนึงของเรา)
อ่าว สวัสดี วันนี้มาตีกลองอีกแล้วเหรอ
ตายละ ไอ่ลุงนี่มาอีกแล้ว เอาไงดีนี่ คนอื่นเดินหนีหมดเลย เหมือนรู้ทัน
เงียบไปสักพักนึงคุณลุงก้อโพล่งขึ้นมา
คุณลองไปตีกลองจริงรึยัง
ไม่มีตังค์จะซื้อเลย มาถามทำไมละเนี่ย
ผมจะแนะนำที่ซื้อให้นะ ตรงประตูน้ำจะมีร้านอยู่ คุณไปดูได้
กุเล่นเกมของกุอยู่ดีๆจะพากุไปประตูน้ำ อะไรเมิงเนี่ย
ผมแนะนำให้นะ ไอ่ hi-hatเนี่ยให้ใช้ของ zildjian
กุบอกว่ากุไม่มีตังค์
ผมรู้หรอกว่าคุณอาจตังค์ไม่ถึงเพราะมันแพง
แน่ะ มีรู้ใจเรา
ผมแนะนำให้ซื้อทีละส่วน เป็นผมนะจะเริ่มซื้อจากsnareก่อน
เรื่องของมึง
snareเนี่ยให้ใช้ของrogerจะดีมาก หรือของpremierก็ใช้ได้
ส่วนกระเดื่องนี่แนะนำให้ใช้ของtamaจะดีมากส่วนกลองตรงอื่นๆเนี่ย
แนะนำว่าเป็นyamahaจะดีมาก
มายุ่งไรกู กูจะตีyawahaของกูตรงนี้(ใครเล่นกลองจะรู้ว่าyawahaคืออะไร55+)
คุณรู้รึเปล่า
ไม่รู้วุ้ย
ถ้าคุณลองไปตีกลองจริงดู สำเนียงกลองมันจะต่างกัน ไอ้เกมตู้เนี่ยกลองไฟฟ้า
โน้ตตีตามสีตีไปมันไม่เด้ง สำเนียงกลองมันไม่ได้ ไปเทียบกับของจริงนะ
ถ้าคุณไปลองเล่นดูกระเดื่องที่ใช้ในเกมเนี่ยไม่ได้เลย มันไม่เด้ง
ไม่ตอบสนองความรู้สึกของเรา สักพักจังหวะเราก็ไม่อยู่นิ่งแล้ว
มึงควรจะอยู่นิ่งๆจะดีมาก
ถ้าคุณลองไปตีกลองจริงนะ ถ้าจะเอาให้เก่งๆเลยเขาตีกันวันละ8ชั่วโมงไม่มีเหนื่อย
เอาเวลาที่ไหนแดกข้าว เอาเวลาที่ไหนอ่านหนังสือเรียน เอาเวลาที่ไหนนอนครับ
ถ้าคุณตีกลองจริงไปนะ คุณจะรู้ว่ามันดีขนาดไหน
สักพักคุณกลับมาตู้เกม คุณคงจะมายืนดูเขาตี เพราะคุณรู้แล้วว่ามันคนละอย่างกัน
คุณก็ควรจะรู้ด้วยว่ามันคนละอย่างกัน นี่มันเกมนะแสดดด
คุณรู้จักscalaมั้ย
รู้จัก เดินผ่านบ่อย
เขามีแข่งวงดนตรีกันน่ะ ผมเห็นนะ วงของมหาลัย 3วงนี่มันตีเก่งกันมากเลย
มี ... รู้สึกจะเป็น มหิดล ศิลปากร อีกอันนี่จำไม่ได้
คนแก่ก้องี้ละนะ
เวลาคุณไปดูคอนเสิร์ต คุณเคยเห็น mixerหน้าเวทีมั้ย ที่เขาใช้ปรับเสียง
เวลาคนบนเวทีบรรเลงเสียงออกมาได้ไม่ดี เขาจะใช้ mixerปรับเสียง
เป็นปุ่มๆหลายปุ่ม คุณเห็นอย่างนี้ก็เหอะ ผมปรับเป็นนะ
อี๋...ขี้อวด
เครื่องดนตรี คุณต้องรู้ เครื่องต่างๆ อย่าง อง..แอม อะไรพวกนี้ต้องรู้
คุณรู้มั้ยคีย์บอร์ดอะไรดีที่สุดในโลก
...
oxza ของสหรัฐอเมริกา ดีมากๆ
ถามจริงเหอะ ที่พูดมาน่ะ มีปัญญาซื้อเองมะ
แล้วเวลาคุณจะตีกลองนะ ผมแนะนำให้ตีพวกjazzไปเลย
พวกตีกลองเก่งๆนะจะเป็นพวกนิโกรมันตีjazzนิ่งมาก
jazzนี่เป็นเพลงที่ยาก คุณไปแกะจังหวะนี่จะแกะแทบไม่ได้เลย
เพราะจังหวะหนึ่งมันเปลี่ยนตลอด ทุกห้องจังหวะจะไม่เท่ากัน
คนไทยที่เก่งๆ เขาก็จะเอาวิดีโอมาเปิดดูแล้วก้อศึกษามัน
ลุงรู้จักวงdream theaterปะ
อ่อ ไอ้ที่วงใหม่ๆน่ะเหรอ
ว้าย.. ไม่รู้จัก
เพราะฉะนั้นคุณกลับไปหัดไปลองดู ว่าเขาตีกันยังไง
ขอบคุณมากครับที่ให้คำแนะนำ
-------------------------------------
เอ่อ... นี่คือเราอยู่เฉยๆจู่ๆคุณลุงก้อมา
ไม่รู้เต็มเต็งรึเปล่า...
เหมือนจะมาแค่เพื่ออวดความรู้
ให้ตายสิ... โลกนี้มีคนแบบนี้อยู่ด้วยหรือนี่ - -
-------------------------------------
ไอ่แสดด... กุมาตีกลอง มาเล่นเกม เมิงมาเจือกไรวะ
อย่ามาทำเป็นรู้มากหน่อยเลย dream theater ไม่รู้จัก ก้อกลับไปพิจารณาตัวเองได้แล้ว
อย่าเอาเกมกับของจริงมาเทียบกันดีกว่า
เล่นเกมธรรมดาเล่นไม่เก่งแต่มีเพื่อนเล่นด้วยสนุกสนาน
กับเล่นกลองเก่งแต่ไม่มีใครเล่นด้วย เหงาอยู่คนเดียว
จะเลือกอะไรดี? December 29 27 : ชีวิตท่วงทำนอง - melody lifeวันนี้จะมากล่าวถึงวันแรกที่เล่นมิวสิกเกม ซึ่งก้อคือที่บ้าน
(เฉลย funtestข้อนึงซะงั้น หุหุ ไม่เป็นไร เดี๋ยวปีใหม่เฉลยแล้ว อิอิ)
---------------------------------
วันหนึ่งที่บ้าน เรากำลังเล่นเกมps1อย่างเมามันส์
ตอนนั้นเป็นคนบ้าbombermanมาก เล่นได้ทั้งวัน
ก้อเล่น bomberman worldอยู่ พี่ก้อเดินเข้ามาในห้องพร้อมเกมใหม่
เราก้อไม่เอะใจ เพราะตอนก่อนพี่ก้อซื้อเกมใหม่มาทุกวัน
...beatmania!?...
เห็นแล้วงง ก้อเลยเปิดเล่นดู เริ่มมาเล่นไม่เป็นเลยนะ ต้องให้พีสอน
เกมอะไรวะ มีแต่เส้นร่วงลงมาแล้วมีคนมาเต้นแด่วๆตรงกลางจอ
สักพัก...อ๋อยังงี้เหรอที่เค้าเรียกเกมดนตรี(musicgame)
ชักจะชอบแล้วสิ หลังจากนั้นเราก้อกลายเป็นคนรักเสียงดนตรีทันที
หลังจากที่เล่นแต่เกมหัวเหลี่ยมปาระเบิดก้อเปลี่ยนมานั่งเล่น beatmaniaทั้งวัน
ตอนนั้นเรายังสู้พี่ไม่ได้หรอก พี่เก่งมากเลยเพราะมีพื้นฐานด้านจังหวะมั่นคง
(พี่เราเล่นกลองชุดอะ เราเองก้ออยากเล่นมั่ง TWT)
สมัยก่อนเราก้อยังเฮฮากับเพลงแมวของbeatmaniaที่ทำเอาทั้งบ้านฮาได้
(ใครเล่นbeatmaniaช่วงแรกๆต้องรู้จักแน่ๆ เพลงแมวอะ ^^)
ทั้งบ้านเลยนะ โดยตัวเพลงก้อฮาอยู่แล้ว แต่พอเปิดเพลงนี้เล่นทีไร
ปะป๊าต้องตื่นทุกที วันนึงปะป๊าเดินมาบ่น
"นี่ เล่นเพลงอะไรอะ เมี๊ยวๆอยู่ได้" ฮาทั้งบ้าน
เพราะไม่เคยเห็นปะป๊าโลลิเข้าสิงขนาดนี้มาก่อน 555+
...เริ่มชอบmusicgameมากขึ้นแล้วสิ มันมีความสุขขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
-------------------------------------
วันหนึ่งไปmbkกะปะป๊า ไปกินข้าวคูปองชั้น 6
หลังจากกินเสร็จเราก้อจะเดินแวะชั้น7ทุกครั้ง จนได้มาเห็น musicgameที่ชอบ
เลยเล่น!! ตอนก่อนจะชอบเล่น vj มาก (ถึงแม้จะเป็นเกมเลียนแบบก้อเหอะ)
เกม vjเป็นมิวสิกเกมที่มีปุ่มกด 6 ปุ่ม
(มือซ้ายควบคุม 3ปุ่ม ขวา 3ปุ่มและหมุนซาลาเปา1ก้อน)
เอ่อ มันเป็นแท่งกลมๆที่หมุนได้ ไม่รู้จะเรียกไงอะ เอาเป็นซาลาเปาละกัน...
รู้สึกสนุกมากๆ หลังจากนั้นก้อเริ่มมีมิวสิกเกมมากขึ้นเรื่อยๆ
อาทิ -beatmania complete mix
ชอบมากๆเพราะเพลงส่วนใหญ่เหมือนกับที่เล่นที่บ้าน โชว์ได้ อิอิ
-beatmaniaIIDX
ตอนนั้นยังนู้บอยู่เลยเล่นแต่5keysเพราะเล่น7keysไม่เป็น
-drummania 5นาที
...คือ เราหยอดเหรียญไปจะได้เล่น 5นาที
เป็นตู้กลองยัดps2ไว้ข้างใน หยอด10บาทมีเวลาเล่น5นาที
หยอดเพิ่มก้อได้เวลาเพิ่มอีก 5นาทีเป็นร้านเน็ตเลย 555+
คือมันก้อเข้าใจคิดนะ 5นาทีมันก้อเท่ากับ3เพลงพอดีไง
-ddr
ตะก่อนคนฮิตเกมนี้มากๆๆๆๆๆๆ ถึงกับออกทีวี เป็นเกมลดความอ้วน
แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้เล่นเลย 555+
-ez2dj
เล่นบ่อยสุดแล้ว ถึงขนาดนั่งจ้องหน้าตู้ได้ทั้งวัน
--------------------------------------
ปกติเราจะได้รับการทักทายจากคนที่สัญจรไปมาที่นั่นบ่อยๆ
บางคนเจอหน้ากันบ่อยตอนเล่นที่ตู้ ก้อเลยทักทายแนะนำตัวเป็นเพื่อน
แต่ไม่นานเขาก้อหายไป ... เหมือนตัวเองไม่มีหลักแหล่ง
จนได้มารู้จัก ญ คนหนึ่งเขาชื่อว่า host เอ๊ย เปียว
เราจำไม่ได้แล้วนะว่าเรารู้จักกันได้ไง
ประมาณว่าเขาเข้ามาทักเราและก้อชวนเล่น เขาจะเล่น ruby mix
พอเขาเล่นไม่ไหวเราก้อจะเข้าไปแทรก (แงะตั้งแต่เด็กเลย555+)
เปียวคงจะงงๆ และคิดว่า เราหยอดไป 20บาททำไมเหมือนได้เล่นแค่5บาทเอง
หลังจากนั้นก้อเริ่มมีเพื่อนมากขึ้น เปียวก้อพาตูนมาแนะนำให้เรารู้จัก
เราเองก้อมีเพื่อน ญ ที่ร้าน kob skate shop
เป็นเด็กรร.กุหลาบฯ หมดเลย
ช่วงนั้นจะมีแต่เพื่อน ญ ที่เล่นด้วยกันที่ mbk
เราก้อตื่นเต้นเหมือนกัน ^^
(คนเรียน รร.ชายล้วนมาเจอ ญ ก้อตื่นเต้นเป็นธรรมดา(รึเปล่า))
--------------------------------------
แต่หลังจากนั้น ไม่นาน.. เด็กรร.กุหลาบฯก้อหายไป
เปียวก้อไม่ค่อยได้มาแล้ว เหมือนเราเล่นอยู่คนเดียว ไม่มีหลักแหล่ง
วันศุกร์วันหนึ่งมีผู้ชายใส่แว่นขอบดำ เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีดำ
มาเล่น music gameเก่งพอควร
เห็นตอนตั้งชื่อก้อยังเอะใจว่าอ่านว่าอะไร
"L O N C"
ด้วยความเกรียนที่เรามีมากในสมัยนั้น เราเลยเข้าไปข่ม 55+
ว่าแล้วก้อโชว์ไป พอเล่นเสร็จ พี่เค้าก้อเข้ามาทัก !!!
เราก้อเลยแนะนำตัว "ชื่อ ยศนะครับ" พอเราถามชื่อพี่เค้าบ้าง
พี่เค้าก้อให้เราทาย... (เพิ่งเริ่มรู้จักก้อกวนยังงี้เลย)
นั่งทายชื่อเล่นพี่เค้าไป 1ชม.
ลอง หลง ล้อง ร้อง รงค์ ล่ง ลอนซี่
อ่อ ชื่อพี่ล้ง
จากนั้นพี่ล้งก้อได้แนะนำเวปjammaniaให้เรารู้จัก
เราก้อเข้าไปสมัยที่มันยังเป็น
se-ed.net/jammania
ทำให้เราได้รู้จักเพื่อนและมีเพื่อนมากขึ้นเรื่อยๆในสังคม musicgameจนถึงปัจจุบัน
-----------------------------------
ประโยชน์อีกอย่างของ music gamesคือ
เอาไปใช้ในวิชาดนตรีไทยได้ เราต้องเล่นระนาดเอก
รู้สึกสนุกดีและอยากตีมากๆ แต่ด้วยความที่เราเป็นคนหัวรุนแรงในสมัยนั้น
ตีตะกั่วหลุดเป็นประจำ 555+
แต่เราก้อสอบได้คะแนนดี เลยยิ่งรักmusic gamesมากยิ่งขึ้นทวีคูณ
-----------------------------------
ตอนนี้เรามีเพื่อนมากมายหลายคนทั้งที่รู้จักชื่อและไม่รู้จักชื่อ
ก้อเหมือนชีวิตที่มีท่วงทำนองคอยสร้างสีสันให้ชีวิตผมได้บรรเลงตามใจชอบ
รู้สึกมีความสุขกับเพื่อนทุกคนมากๆเลยครับ
รักทุกคนครับ^^ December 26 26 : ชีวิตคนไม่ใช่หุ่นยนต์บ่อยครั้งที่เราโดนแม่ดุ แม่บ่น แม่ว่า
เป็นเรื่องปกติแหละนะที่จะต้องโดนแม่บ่น
เชื่อว่าไม่มีแม่ใครที่ไม่บ่นกับลูก เพราะขนาดผัวเขาเองก้อยังบ่น
เรียกว่าเกิดมาเพื่อบ่นเลยก้อได้มั้ง
-------------------------------------
ที่จะเล่า คือสิ่งที่คิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลที่แม่ควรจะบ่น
...วันหนึ่ง ในช่วงปิดเทอม เป็นวันว่างเราก้อไปเที่ยว mbk กับเพื่อนสิ
mbk ก้อเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเรา
ปิดเทอมคราวก่อนเราเลยไปแทบทุกวัน เพื่อไปพบปะหน้าเพื่อน
ทีนี้เราไปบ่อย ตอนกลับบ้านมาวันหนึ่งแม่เราเลยบ่นใส่ว่า
"นี่..วันๆไปแต่มาบุญครองไม่เบื่อบ้างเหรอ อยู่บ้านมั่งสิ"
เราได้ยินดังนั้น ไม่กี่วัน อยู่บ้านก้อได้วะ
ที่อยู่บ้านมันก้อมีสาเหตุอันเนื่องมาจากตังค์ไม่มีด้วยแหละ
...อืม ก้ออยู่บ้านไป
คนเราเป็นเด็กก้อต้องหาอะไรบันเทิงบ้าง บ้านเราจะมีอะไรบันเทิงละ
ก้อมีแค่ ps1(ตอนนั้นบ้านยังไม่มีคอมพ์)
ก้อเล่นๆไปเรื่อยๆ เล่นไปได้ไม่นาน แม่ก้อมาบ่น
"นี่..เล่นเกมนานสายตาเสียรู้มั้ย พักซะบ้าง ไปดูทีวีไป"
ขอคั่นนิดนึง
การเล่นเกมกับการดูทีวีนี่ต่างกันยังไงเหรอ (ถ้ามองห่างจากทีวีในระยะเท่ากัน)
เห็นแต่บอกว่าเล่นเกมแล้วสายตาเสีย พ่อนั่งดูทีวีทั้งวันสายตาไม่เสียกว่าเหรอ
อันนี้สงสัยเฉยๆ... แต่เวลาแม่บ่นก้อไม่เถียง ก้อเราไม่รู้นี่หว่า
อ่ะ...ต่อ
หลังจากแม่บ่น ก้อเล่นเกมอีกแปป แล้วก้อไปดูทีวี
กำลังดูทีวีอย่างเพลิดเพลินบันเทิงใจ
ดูไปนานๆเข้า แม่เดินมาอีกแล้ว ...
"นอนวันๆอยู่บ้านหัดทำอะไรให้เป็นประโยชน์บ้าง เอาผ้าไปถูบ้านซะ"
ว่าแล้วแม่ก้อขว้างผ้ามา ฟ้าว...
เอ่อ... ขว้างไม่ดูเลย เข้าหน้าเราเต็มๆ ปุ่ก...
อืมนะ... เราก้อถูๆไป แล้วก้อมานั่งดูทีวีต่อ
ก้อไม่มีอะไรทำนี่หว่า อยู่บ้านมันน่าเบื่อเสียจริง
...ตกเย็น แม่ก้อเรียกให้ไปกินข้าว
"มากินข้าวเร็ว เอาแต่ดูทีวีทั้งวัน..."
เมนูวันนั้นเป็น ผักไม้กวาดซึ่งมีตับอยู่ด้วย ผมเป็นคนไม่กินเครื่องในอะครับ
เราก้อไม่อยากกินตับก้อเลยจะแอบเขี่ยๆทิ้ง แต่ก้อไม่พ้นสายตาแม่จนได้
"ตับน่ะ..ทำไมไม่รู้จักกิน มันมีวิตามินA-Zเลยนะ"
โดนอีก...
อื้อหือ...มีวิตามินเอถึงแซดเลย วันหลังต้องกินให้ได้ - -"
กินเสร็จก้ออาบน้ำนอน...
...รุ่งขึ้นตื่นขึ้นมา วันนี้กะจะอยู่บ้านอีกวันนึงเพราะเงินยังไม่หมุน
คิดว่าแม่คงชอบด้วยละ อยู่บ้านตามที่แม่บอก
แม่เดินดุ่ยๆมา
"นี่... อยู่แต่บ้านหัดไปเที่ยวข้างนอกบ้าง"
(อ่าว..เอาไง)
-------------------------------------------
บางครั้งเราก้อคิดว่าสิ่งที่แม่พูดไปมันไม่มีเหตุผลซะเลย
บางครั้งเราก้อต้องมานั่งเชื่อฟังในสิ่งที่เราคิดว่ามันไม่ดี
เพราะเรามีสิ่งที่คิดว่าดีกว่าที่แม่มี
...ทุกอย่างที่พูดมาล้วนไม่จริงหรอก
ที่แม่ทำมาทุกอย่างก้อเป็นเพราะความรัก
ไม่มีแม่คนไหนที่คิดจะแกล้งลูกอย่างเอาเป็นเอาตายหรอก
ชีวิตคนเราไม่ใช่ละคร ที่ต้องดำเนินตาม script
ชีวิตคนเราไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่ต้องคอยรับข้อมูลที่ป้อนให้มำแต่ความดี
คนเราผิดพลั้งกันได้ แต่ผิดแล้วเราก้อจะรู้ตัวว่า ทำอย่างนี้ผิดนะ อย่าทำอย่างนี้อีก
-------------------------------------------
เชื่อว่า ปีที่ผ่านมา เราต้องเคยทำผิดมาบ้างไม่มากก้อน้อย
ขอให้ปีใหม่ที่จะถึงนี้ ให้เราปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่เราทำผิดพลั้งไปในปีก่อนให้ดีขึ้น
เคยทำอะไรให้พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติมิตร เสียใจ
ปีนี้เริ่มใหม่ ไม่สายเกินไป
โชคดีคร้าบ
-------------------------------------------
แถมโฆษณาชีวิตไม่ใช่หุ่นยนต์
December 25 25 : ชูชกเมื่อวานวันอาทิตย์ได้เจอเพื่อนเยอะเหมือนกันนะ
เจอกานต์ ฝ้าย ตวง และก้อคนที่รู้หน้าแต่ไม่รู้ชื่อ
... อืม... เรายังแก้ปัญหานี้ไม่ได้ซะที
ปัญหาที่เราถูกคนทักว่า "อ้าว.. ยศ หวัดดี"
แต่ตัวเราเองไม่เคยเห็นหน้าคนทัก ไม่รู้จักมักจี่ด้วยเลย
คือเค้ารู้จักชื่อแส้เรา รู้จักหน้าเรา รู้ไปหมด แต่เราไม่รู้ฝ่ายเค้าเลย
เราจะเริ่มเครียดทันที เครียดที่ว่าเมื่อเขาเริ่มบทสนทนาเราจะไปต่อไม่ถูก
คุยกันไม่ได้เลย... ขนาดเรียกชื่อยังไม่ถูก จะเอาอะไรไปคุยละเนี่ย
ครั้นจะถามว่า "เห้ย... มึงเป็นใครอะ"
ก้อจะเป็นการทำลายน้ำใจเกินไป
เราก้อเลยต้องเกร็งกับบุคคลกลุ่มนี้ไป
---------------------------------------
วันนี้ได้ทำอะไรที่หลากหลายมากขึ้น คงเป็นเพราะคนน้อยละมั้ง
ต้องหาอะไรทำแก้เซ็งไปวันๆ
เราอยู่ตู้กลอง ข้างๆก้อมีตู้เกะ เรา ตวง ฝ้าย เลยไปร้องเพลงกัน
ก้อหุ้นกันคนละ 10บาท (30บาท=2เพลง)
หยอดเหรียญไป ก้อนั่งแคะเพลงวนไปวนมาประมาณ 10นาทีถึงได้ร้อง 555+
ร้องเพลง ฤดูที่ฉันเหงา ของ flure ก้อโอเค มั่วท่อนกันไป 555+
---------------------------------------
ตกเย็นคนเริ่มน้อย กานต์ ก้อกลับ คนอื่นก้อกลับหมดแล้ว
ที่ตวงมา mbkวันนี้จะมาซื้อจอยกลอง เดี๋ยววันศุกร์ที่จะถึงนี้จะไปบุกบ้านพี่ล้ง
session กันมันส์แน่ๆน่ะ
ถึงเวลาเกือบ1ทุ่ม ท้องเริ่มร้อง จู่ๆตวงก้อชวนไปกินไดโดมอน
อืม... ก้อดีนะ กินแบบบุฟเฟต์ คิดว่าวันนี้คงอิ่มแน่ๆ
ตอนแรกเราก้อสั่งเนื้อจิปาถะไป เหลือบไปเห็น ปลาแพนด้า
ปลาแพนด้า!?
มันคืออะไรวะ สั่งมาก่อนเลย มาพบทีหลังว่า เป็นลูกชิ้นปลารูปหมีแพนด้า อืมม...
เหลือบไปอีกนิดก้อเจอ บะหมี่หยก อา...ของโปรด สั่งมา3ที่คิดว่าคงกินทุกคน
แล้วก้อcoke refillเป็นอันเรียบร้อย
กินไปจนเกือบหมดยังไม่อิ่มเลยสั่งเนื้อมาอีกพอสมควร แล้วก้อบะหมี่หยกอีก2
แต่ไอ้บะหมี่หยก3ที่ อันที่แล้ว กินแค่2คนนะ ฝ้ายขอบาย
มารู้ทีหลังว่าบะหมี่หยกแม่งตัดกำลังโคตรๆ แล้วสั่งเพิ่มไปอีก2แล้วด้วย
กลายเป็นว่าวันนั้นเกลียดบะหมี่หยกไปเลย
กินไปอีกสักพัก ในกระทะยังเหลือเต็มเลย แต่...
อิ่มแล้วว่ะ !!
เอ่อ... เราก้อเหลือบไปเห็นคนอื่นกินกันเสร็จเรียบร้อยหมดจาน
ของเรายังเหลืออีกเต็ม2ชามที่ตักมาไว้ ยังไม่รวมในกระทะ
มัวแต่โม้ เริ่มดูข้าว ทำไมมันเยอะอย่างงี้วะ
ตั้งแต่19.30-20.00กว่าๆ เราต้องมานั่งต่อสู้กับข้าว2ชาม
ซึ่ง2ชามนั่นถ้าเป็นตอนหิวละก็30วินาทีก้อเกลี้ยง
แต่นี่มันอิ่ม เลยใช้เวลา30นาที
ในที่สุดก้อหมด
แต๊ดๆๆๆ แต่ แด แต๊ด แต แด๊ ~~~ (เพลงตอนชนะของ finalฯ)
คือที่เล่ามาทั้งหมดนี่ไม่ใช่อะไรหรอก
จะบอกว่าเป็นไปได้ ปีใหม่ไม่อยากให้เป็นหมูกะทะ แค่นั้นละ 555+
แต่ก้อเอาเหอะ ถ้ามันจำเป็นที่จะต้องเป็นหมูกะทะจริงๆ ก้อจะทนทรมานต่อไป
-------------------------------------------
หลังจากที่กินเสร็จเดินไปเล่นตู้กลอง
เจอพี่สอง พี่สองทักว่า
"ยศ ไปกินข้าวที่โบสถ์พี่กันเถอะ" December 23 24 : ทัวร์หนองแขมเมื่อวาน(วันศุกร์)จะไปบ้านพี่ล้ง
ไปเล่น beatmaniaIIDX ~HAPPY SKY~
ว่าแล้วก้อโทรแล้วนัดแนะกันว่า3ทุ่มครึ่งให้โทรไปหาแล้วเดี๋ยวจะนัดแนะกันอีกทีหนึ่ง
ถึงเวลา3ทุ่มครึ่งก้อโทรไปหา บอกพี่ล้งว่ากำลังจะออกจากmbkแล้ว
อีกชั่วโมงนึงถึงบ้านพี่ล้งแน่ๆ
ตอนนั้นที่mbkมีเพื่อนที่อยู่คือพี่เค้ก พี่ถม ฝ้าย ตวง พี่เอก
เมื่อทุกคนเล่นเกมกันเสร็จแล้ว(รู้สึกวันนี้จะหนักไปทางmeltybloodนะ อิอิ)
ก้อแยกย้ายกันกลับบ้านเป็นเวลา4ทุ่มพอดี
เราก้อรอรถเมล์สาย163อันจะมุ่งไปท่าพระซึ่งเป็นที่อยู่ของบ้านพี่ล้งได้
รอไป10นาทีกว่าจะมา
--------------------------------
22.10น.
ขึ้นรถเมล์เป็นที่เรียบร้อย ผ่านตรงแถวสามย่านได้ค่อนข้างสบาย รถไม่ติด
ทีนี้ก้อมาถึงสีลม รถติดเหรี้ยๆ
ไม่รู้จะติดอะไรขนาดนี้ ... -*-
--------------------------------
22.45น.
ยังไม่พ้นสีลม แต่เกือบจะถึงบางรักแล้ว
เรารอไปประมาณครึ่งชั่วโมงตั้งแต่ 22.10-22.45น. ก้อเริ่มง่วงตามประสาเด็ก
คิดว่าอีกไกลกว่าจะถึงท่าพระ เลยงีบไปก่อน
--------------------------------
ตื่น 23.30น.
ตอนเราตื่นยังสะลึมสะลืออยู่ แต่พอไปดูสภาพการณ์นอกรถเมล์มันเริ่มรู้สึกแปลกๆ
เหมือนเราขึ้นรถเมล์สายนี้คราวก่อนไม่เคยเห็นสถานที่แบบนี้มาก่อนเลย
เอาแล้ว... เริ่มรนขึ้นมา แต่ในใจยังคิดว่า ตรงสีลมรถมันติดมากเค้าอาจจะหาทางลัด
เพื่อให้ผู้โดยสารถึงที่หมายได้เร็วขึ้น (มาคิดตอนนี้อยากเอาหมีแพนด้าตบหัวตัวเอง)
เราคิดยังงั้นอยู่ก้อนั่งรอไปประมาณ 5นาที เหลือบไปเห็น ฟิวเจอร์ปาร์คบางแค
เอ... มันเริ่มแปลกๆแล้วนาเว้ย แต่ในใจก้อยังเข้าข้างตัวเองอยู่คิดว่า...
เค้าคงหาทางลัดให้เราถึงที่หมายได้เร็วขึ้นจริงๆแหละ (-0-)
--------------------------------
23.45น.
มานั่งใคร่ครวญดูอีกที ว่าปกติจาก mbk ไปท่าพระ จะใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง
แต่เราเริ่มออกตัวตั้งแต่ 22.10น. เดินทางจะ2ชั่วโมงแล้ว
ถ้าเขาเลือกทางลัดให้เราจริง มันก้อน่าจะถึงแล้วนะเฟร้ย (ความคิดเกรียนสาดๆ)
ขณะนั้นเอง พนง.เช็กตั๋วโดยสารก้อขึ้นมาอีก
อ่าว... ตั๋วกูหายไปไหน ปลิวไปตอนหลับแล้ว ตั๋วหาย เอาไงดีวะ...
ก้อเลยใช้วิชานินจาพญามาร
คือพนง. เค้าจะเริ่มตรวจตั๋วผู้โดยสารตั้งแต่ต้นรถแล้วค่อยไปหลังรถ
เรานั่งอยู่หลังรถ พนง.ก้อเริ่มตรวจเรื่อยๆเริ่มมาถึงหลังรถ
ระหว่างทางนั้นเองจะมีป้ายให้ผู้โดยสารลง
เราก้อทำทีลุกไปเหมือนจะลงป้ายนั้น
ให้ทำตัวให้กลมกลืนกับผู้โดยสารเมื่อผู้โดยสารลงหมดแล้ว เราก้อแวบมานั่งด้านหน้า
พนง.ตรวจตั๋วก้อไม่เห็น เพราะตรวจตรงหลังรถอยู่ รอดไป
แต่วิธีนี้ได้ผลยากนะครับ ต้องดวงดีไม่ให้กระเป๋ารถเมล์เห็นด้วย
วันนั้นดวงดีพอดี เลยรอดไป
อ่ะ... ก้อรอดเรื่อง พนง.ตรวจตั๋วแล้ว เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว
---------------------------
24.00น.
เอาวะ... กูหลงทางแล้วแน่ๆ (เพิ่งคิดได้เนอะ...)
เลยถามกระเป๋ารถเมล์ว่าที่นี่ที่ไหนครับ
"อ๋อ... หนองแขมค่ะ" กระเป๋าตอบ
"เอ่อ หนองแขมนี้มันไกลจากท่าพระมากมั้ยครับ" เราถาม
"ไกลมากค่ะ" กระเป๋าตอบ
งิ่ดเลยเรา - - เลยถามว่าจะไปท่าพระตอนเที่ยงคืนเนี่ยไปยังไง
"อ๋อ น้องเดินไปฝั่งตรงข้ามแล้วขึ้นสาย 84ค่ะ" เราก้อทำตามนั้น
อืม...วันนั้นก้อได้ความรู้อะไรบางอย่างว่า รถเมล์ครีมแดงที่วิ่งทั้งคืนเนี่ย
ถ้าเราโดยสารตอนกลางคืน ค่าโดยสารจะเป็น 8.50บาท
เราก้อนั่งไปแล้วต่อแท็กซี่
เบ็ดเสร็จใช้ค่าเดินทางไปบ้านพี่ล้ง
-รถเมล์ 163 *8.00บาท*
-รถเมล์ 84 *8.50บาท*
-แท็กซี่ *45.00บาท*
เท่ากับว่าเสียค่าโง่ไป61.50บาทครับ
----------------------------
เอาน่ะ คิดซะว่าไปเปิดหูเปิดตาโลกภายนอกที่เราไม่เคยเห็นซะมั่งน่ะ 555+
(ความจริงคือ เราโง่เองแหละ จบ 555+) December 19 23 : ปิดตัวเองบางครั้งคนเราเวลาเครียดมากๆก้ออยากจะออเซาะใครบางคน
อยากจะระบายกับใครบางคน ระบายสิ่งที่ตนเองได้รับความเจ็บช้ำจากการไปนอกบ้านมา
ถ้าเป็นตอนเด็ก เรายังมีพ่อแม่ที่คอยให้เวลาเราในการรับความรู้สึกของเรา
เช่น เราอาจจะโดนเพื่อนแกล้งมา เราก็จะมากอดพ่อกอดแม่เราแล้วก็ร้องไห้โฮๆๆ
พูดกับพ่อกับแม่ถึงสิ่งที่ตัวเองไปโดนจากข้างนอกมา ถึงแม้พ่อแม่จะฟังสิ่งที่เราพูดไม่รู้เรื่องก็ตาม
คนเราเวลาร้องไห้ ไม่ต้องไปฟังเขาพูดหรอกครับ ฟังไม่รู้เรื่องหรอก
นั่นคือตอนเด็ก
... ตอนนี้เราโตแล้ว เราฐานะลูกผู้ชาย ขึ้นชื่อว่าเป็น " นาย" แล้ว
เราจะมาร้องไห้แบบนี้ไม่ได้ เราจะมาออเซาะใครไม่ได้แล้ว สิ่งที่เราโดนจากภายนอกมาเราต้องยอมรับ
รู้จักยอมรับมัน ถ้าเราเก็บไปเครียดคนเดียวอย่างนี้ใครก็ช่วยไม่ได้
ถ้าเรามีปัญหาเราก็ต้องปรึกษาเพื่อน ถ้าเพื่อนทำสิ่งที่เราไม่ชอบ เราก็ต้องบอกว่าเราไม่ชอบ
ไม่ใช่พอเพื่อนทำสิ่งที่เราไม่ชอบเราก็วิ่งหนีไป แล้วก็ทำเป็นไม่คุยกับเพื่อน ทำแบบนี้เพื่อนก็ไม่รู้ว่านายต้องการอะไร
คนเราไม่มีใครเพอร์เฟกต์หนึ่งร้อยเปอร์เซนต์หรอก คนเราย่อมมีการผิดพลาดกันได้
เราว่าถ้าเราทำผิดไปถ้าไม่ร้ายแรงจนสาหัสละก็ ถ้าเราขอโทษสักหน่อยเพื่อนๆย่อมต้องให้อภัยแน่นอน
...คนเราเวลาโกรธ
จะห้ามหยุดฉุดยังไงมันก็ไม่อยู่ เหมือนมาม่าที่เดือดจัดเราก็ยังกินไม่ได้
ต้องรอให้เพื่อนอารมณ์เย็น เหมือนมาม่าที่อุ่นๆ อร่อยกำลังดี
เราถึงค่อยเข้าไปปรับความเข้าใจกับเพื่อน เหมือนเรากำลังกินมาม่าอย่างเอร็ดอร่อยนั่นแหละ
...ทุกคนย่อมเคยงอนใครบางคน เวลาคนทำสิ่งอะไรที่เราไม่ชอบ
การงอนนี่ก็น่ารักนะ เวลาคนเรามาง้อคนงอนเป็นภาพที่เราชอบยังไงก็ไม่รู้สิ
" โอ๋ อย่าโกรธเลยน้า เราขอโทษ ดีกันน้า อิอิ"
...แต่ก็ไม่ใช่งอนบ่อยจนเกินไป อย่างนี้เพื่อนก็รำคาญเหมือนกัน
ทุกอย่างย่อมมีลิมิตของมัน มีขอบเขตของมัน งอนอย่างพอเพียง ดีที่สุด
...ที่สำคัญที่สุด อย่าปิดตัวเอง
เวลาเรามีปัญหาอะไร ก็ให้เพื่อนคอยช่วยคอยแก้ปัญหา
ไม่ใช่ เอะอะอะไรก็ให้เพื่อนทำซะทุกอย่างนะ เราเองก็โตแล้ว ทำเองบ้าง ช่วยๆกันทำ
การปิดตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย ทำไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา
...รู้ว่าไม่ดี ทำไมยังมีคนทำเยอะล่ะ
ก็เพราะว่าเขาต้องการเรียกร้องความสนใจไงล่ะ อย่าเถียงว่าไม่ใช่เลย ...
คนที่ทำแบบนี้ก็ย่อมต้องการให้ใครบางคนมาโอ๋เรา เอาใจเรา
ถึงแม้จะมีคนมาเอาใจเราแล้วก็ตาม แน่นอนคนส่วนมากก็จะต้องยังไม่ยอมหายโกรธ
ซึ่งมีคนที่เป็นอย่างนี้อยู่มาก
...ก็เลยชอบประชดเพื่อนด้วยการเดินหนีเพื่อนไป เพื่อให้เพื่อนมาเห็นใจ
ไอ้วิธีประชดเพื่อนโดยการเดินหนีที่กล่าวเนี่ย ร้อยทั้งร้อยเพื่อนจะไม่ตามคุณไปหรอกนะ
เพราะเพื่อนกำลังงงว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่
เขาตามความคิดของคุณไม่ทันหรอกว่าคุณกำลังโกรธอะไรเขาอยู่
...สรุปง่ายๆ ก้อคือ ขอให้เราทำตัวให้ร่าเริงเข้าไว้
เครียดไปก้อไม่มีประโยชน์หรอก เราพูดจริงๆ
...พูดมันพูดง่ายใช่มั้ยล่ะ แต่ถ้าเราพยายามมันก็ไม่อยากเกินที่เราจะทำได้
เพื่อนๆทุกคนพร้อมที่จะให้คำปรึกษาเวลาเรามีปัญหาแน่นอนอยู่แล้ว...
มึงกลับมาเหอะ กูขอร้อง... December 17 22 : กลอนเอ็มกลอนเอ็ม
-มาจะกล่าวบทไป
ถึงคนที่ซักไซ้ใช้คำถาม
บุคคลนี้เขามีอยู่สองนาม
"เอ็ม""ฉงน"จำให้แม่นถึงแก่นสาร
-บุคคลนี้มีเรื่องน่านินทา
มาสิมาเชิญมามาฟังกัน
เขาคนนี้มีเรื่องช่างน่าขัน
อย่ากระสันก็พอเป็นใช้ได้
-วันหนึ่งเอ็มเดินมาก็มาถาม
คนรูปงามขนานนามว่าคุณยศ
วรรคตะกี้ฟังแล้วน่าสลด
อีเห็ดสดยศมันงามตรงไหน
-ความจริงแล้วยศนั้นมีความหล่อ
ไม่หน้าหม้อเหมือนอย่างที่คุณคิด
ยศคนนี้ไม่เป็นคนโรคจิต
กำลังฮิตอยู่ในหมู่สาวสาว
-จะบอกว่าบทตะกี้แม่งลาวมาก
คนแต่งกลอนไม่กระดากมือมั่งหรือ
หน้าอย่างยศดูไปเหมือนกระสือ
โอ๊ะอื้อหือหน้าตาน่ากลัวจริง
-เราว่าเรานอกเรื่องมามากแล้วนะ
เดี๋ยวเอ็มจะงอนอีกเป็นนิสัย
เพราะฉงนมันชอบงอนอย่างงี้ไง
เพื่อนเพื่อนเราเลยไม่สบายใจ
-จะเล่าเรื่องที่ผ่านมาไม่นานนี้
ไม่เกี่ยวกับมากีเลยสักนิด
ระวังจะโดนของไม่คาดคิด
อิทธิฤทธิ์มีดบินมาแต่ไกล
-เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โออิชิ
ฮิฮิฮิอยากรู้สิว่าเป็นไง
เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังให้เข้าใจ
บทต่อไปมาเข้าเรื่องเดี๋ยวรู้กัน
-เรื่องมันก็มีอยู่ว่าดังนี้
คือวันก่อนที่งานมีทดีดีอาร์
ตอนเย็นเย็นกลุ่มพวกเราเล่นปั๊มมา
สนุกกันแทบบ้าฮาจริงจริง
-คราวนี้ก็มาถึงตาเอ็มเล่นบ้าง
ป้างป้างป้างเหยียบกันไปสนุกจริง
ผ่านเพลงหนึ่งเพลงสองไวเป็นลิง
มาเพลงสาม นิ้ง ฝ้าย ตวง ก็เดินมา
-เห็นเพลง oh my! ในเกมน่าเล่นจัง
ฝ้ายอยากฟังเพลงมันเพราะจริงจริงเลย
ก็บังคับให้มันเลือกหน้าตาเฉย
ฉงนเอยไม่อยากเล่นจึงเริ่มเครียด
-เวลาเลือกเพลงใกล้หมดแล้ว
ก็ไม่แคล้วยังเลือกเพลงทันเวลา
แต่พอเราเหลือบมองไปดูหน้า
แทบจะบ้าหน้าฉงนเซ็งจริงจริง
-และแล้วก็มาถึงเพลง bonus
ก็ยังอัดเพลง oh my! ให้มันเล่น
ฉงนหน้าแดงเครียดเริ่มเป็นเส้น
เลยเลิกเต้นเดินหนีตู้กูงงเลย
-คือมันงอนที่เราไปยัดเยียดเพลง
ตัวกูเองกูก็รู้ว่ากูผิด
เอ็งไม่อยากเล่นเพลงนั้นเลยสักนิด
ไม่อยากคิดว่าจะงอนขนาดนี้
-เอ็มก็ผิดที่มันงอนกันมากไป
ใครมาเห็นก็ต้องเครียดกันทุกคน
เพื่อนเพื่อนเครียดมึงชอบมากงั้นสิ
งิงิงิ พวกเรียกร้องความสนใจ
-หลังจากนั้นเอ็มก็กลับบ้านทันที
ไม่รอรีเรียกพี่นกกลับไปด้วย
ทิ้งเพื่อนเพื่อนทุกคนหน้างงงวย
ไอ้หัวควยทำไมถึงทำแบบนี้
-พี่ถมยังไม่รู้ถึงเหตุการณ์
ว่าทำไมท่านฉงนเป็นแบบนี้
แต่เราคิดว่าทางที่ดี
ไม่ควรให้มากีมาเกี่ยวข้อง
-และแล้วมากีก็ถูกกล่าวถึง
ขอบทนึงกล่าวถึงมากีนะ
ผู้อ่านคงไม่โกรธเราใช่มั้ยจ๊ะ
บทนึงน่ะบทนึงขอบ่นที
-ไม่นานนี้มากีมันเคยโม้
คุยโอ่ว่ามันได้ทำบทสรุป
เกม guitar hero 2 ที่น่าจุ๊บ
อยากจะทุบหน้ามากีทิ้งจังเลย
-จะบอกว่าเรายังบ่นไม่เสร็จ
ไอ้เย็ดเป็ดบทนึงบ่นไม่พอ
เอาเป็นว่าอีก 2 บทนะผมขอ
พ่อรูปหล่อแม่คนสวย กว่ามากี
-มากีโม้ว่าทำบทสรุป
พูดเสร็จปุ๊บก็หายเข้ากลีบเมฆ
อยากจะบอกว่ามากีแม่งชอบ fake
ทำเป็นเด็กไม่รู้เรื่องน่าเคืองจริง
-เอาเป็นว่าวันหลังกระผมขอ
พ่อคนหล่ออย่าเพิ่งโม้ก่อนจะทำ
ทำไม่ได้คนอื่นเขาจะขำ
มิหนำซ้ำมันน่าอายขายหน้าจริง
-กลับมาเรื่องของฉงนคนขางอ
พี่ถมก็ยังงงถึงเหตุการณ์
เอาเป็นว่าเรื่องนี้คุยที่บ้าน
ไปเผาผลาญกันให้มันเต็มที่
-แต่ตอนนี้พวกเราหิวมากแล้ว
แต่วแนวแน้ว... ไปกินซูชิกัน
โออิชิที่ mbk นั้น
ช่างสุขสันต์กันเสียจริงเลยนะครับ
-หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้าย
กลับที่สายรถเมล์แต่ละคน
พี่ถมก็ยังคงหน้าฉงน
ถึงเรื่องบนตู้ปั๊มยังงงจริง
-คืนนั้นพี่ถมเลย m ไปถาม
พ่อรูปงามวันนี้เป็นอะไรไป
ฉงนก็ตอบแต่ว่า "ไม่"
ถามกันไปก็ไม่ได้อะไรมา
-พี่ถมเห็นดังนั้นก็เลิกถาม
ไว้ติดตามต่อไปในคราวหน้า
แพ่ถมก็คงจะคิดว่า
มันน่าจะมีเรื่องบางอย่างแน่
-แต่แดแด๊ วันศุกร์ก็มาถึง
ถึ่งทึงทึ้ง เพื่อนทุกคนมากันครบ
มีตู้กลองเป็นจุดไว้นัดพบ
และก็จบกันที่โออิชิ
-ในร้านก็กินอย่างอิ่มสำราญ
สนุกสนานกันทุกคนที่ได้ไป
มีเรื่องคุยเฮฮาไม่ใส่ไข่
คุยกันได้ไม่จบมันจริงเลย
-แต่แล้วก็ไม่พ้นถึงประเด็น
เป็นเรื่องราวของตู้ปั๊มที่คุยกัน
หน้าเอ็มก็เริ่มเครียดอีกแล้วนั่น
ทันใดนั้นน้ำตาก็ไหลรินมา
-ในใจเอ็มตอนนั้นคงคิดว่า
เอาละวา... พี่ถมรู้เรื่องแล้วแน่
ทั้งที่ไม่อยากให้เขารู้แน่แท้
หน้าแดงแจ๋เราเห็นก็งงเลย
-กล่องดินสอที่วางอยู่บนโต๊ะ
โฮะโฮะโฮะ คุณผู้อ่านมาคิดกัน
กล่องดินสอจะทำ'ไรได้ล่ะนั่น
บทต่อไปน่าขำขันเสียจริงขริง
-ฉงนมันหยิบกล่องเขวี้ยงใส่หน้า
กูแทบบ้ามันทำไปได้ยังไง
หน้าพี่ถมรับกล่องเต็มเต็มไป
กุ๊กกุ๊กไก่หมุนตรงหัวมั่วไปหมด
-ทันใดนั้นพี่สิวก็เดินมา
เห็นหน้าฉงนแดงก็แคลงใจ
จึงถามไปด้วยความที่ห่วงใย
"ร้องไห้ แล้วทำไม" มันด่ากลับ
-พี่สิวเห็นดังนั้นก็จากไป
ไร้น้ำใจพูดกับพี่ได้อย่างไร
ไร้ซึ่งความเคารพในรุ่นพี่
ทำอย่างนี้ไม่ถูกต้องตามคลองธรรม
-หลังจากนั้นเอ็มเรียกพี่ป๊อปlielie
กลับโดยไวทิ้งตังค์ไว้ไม่น่าเลย
ทำตัวงี้เพื่อนก็เครียดอีกตามเคย
ธาตุแท้เผยระวังเพื่อนจะไม่คบ
-พี่ป๊อปเล่าเรื่องให้ฟังว่า
เอ็มมันด่าพี่ถมอย่างไม่เลี้ยง
พี่ป๊อปฟังไปหน้าแทบเดี้ยง
คงคิดว่าเรื่องเพียงนี้โกรธได้ไง
-จะบอกว่ามึงอย่าทำตัวแบบนี้
ไม่มีใครเขาชอบหรอกจะบอกไว้
ที่กูเตือนกูเตือนมึงมาจากใจ
ไม่อยากให้มึงลำบากในภายหลัง
-ที่กูพูดเชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ
ความเป็นเพื่อนมันยังคงต่อไป
อย่าตัดความเป็นเพื่อนด้วยกรรไกร
ขาดเยื่อใยไร้ปราณีอย่างนี้เลย
-นี่เป็นบทสุดท้ายของกลอนนี้
ผมยังรักพี่มากีอยู่เหมือนเดิม
รักด้วยใจที่แท้จริงไม่แต่งเติม
และยังเพิ่มความรักมากขึ้นไป
-กลอนคราวก่อนเขาหาว่าผมตอแหล
รักแท้จริงบ้าอะไรยังนินทา
พี่มากีอย่าไปฟังเขาเลยน้า
โอลันล้าพี่มากีน่ารักจัง
-บทสุดท้ายของจริงบทสุดท้าย
ขอให้นายหรือเธอช่วยคอมเม้นท์
อ่านแล้วอย่าหลบตัวไปซ่อนเร้น
มา comment มา comment ขอบคุณครับ
----------------------------------------------------------------
จบครับ December 14 21 : การให้เพื่อนมาบ้านมันซมซานอย่างนี้นี่เองหลังจากดอง spaces มานานพอควร ก้อจะเอาเรื่องเล่าที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันนี้เอง
มาระบายให้ฟัง 555+ (ช่วงนี้เปลี่ยน font เป็นว่าเล่น กะลังหา font ที่ถูกใจ อิอิ)
---------------------------------------------------------------
เรื่องมีอยู่ว่า เราได้รับบัญชาให้ไปทำงานกับเพื่อนรวม 4 คน
(ตามเรื่อง "ท่านหญิงไทยแลนด์บุ๊คทาวเวอร์" ที่ได้เขียนไปนั่นละ)
เมื่อถ่ายทำกันเสร็จก้อถึงเวลาที่จะตัดต่อ
พอดีเพื่อนเราที่มีความสามารถทางด้านการตัดต่อ cd-drive บ้านมันดันเจ๊งซะได้
และบ้านของเพื่อนเราอีก 2 คนก้อไม่มีบ้านใครที่ใกล้โรงเรียนเลย
สรุปคือ มันก้อจะมาทำงานที่บ้านเรา
ทีนี้... วันแรกที่จะเริ่มการตัดต่อ มันก้อเอาแผ่น dvd ซึ่งเป็นข้อมูลงานลงเครื่องเรา
วันนั้นลงแค่ข้อมูลอย่างเดียวแล้วเพื่อนก้อขอเล่น o2jam
เอ่อ... อย่างมันไม่เรียกว่าเล่นนะครับ พังมากกว่า...
เพื่อนเล่นเพลง electro fantasy-shd ex เล่นๆๆไป ก้อทุบๆๆไป
2-3 เพลง เห็นแล้วสงสารคีย์บอร์ดตัวเองเหลือเกิน
หลังจากนั้นเราก้อไปส่งเพื่อน...
ตอนแรกคิดว่าส่งหน้าประตูก้อพอ เพราะเพื่อนมันกลับบ้านเป็น
เราจำได้ว่าเพื่อนเรากลับบ้านเป็นเพราะมันเคยมาบ้านเรารอบนึงแล้ว
เปล่าเลย .. มันลากเราเดินด้วยไปประมาณ 100 เมตรจากบ้าน
แล้วมันก้อกลับไป ไม่รู้จะลากไปทำไม เด็กเห่อคอมพ์อยากเล่นคอมพ์นะกั๊บ -*-
------------------------------------------------------
วันรุ่งขึ้น เพื่อนนัดจะมาบ้านทำงานอีกเราคราวนี้จะมากันครบวงเลย คือมากัน 3 คน
ในใจก้อคิดว่า "เอาแล้วมึง... บ้านระเบิดแน่"
แต่ทว่าเพื่อนคนนึงบอกเราว่า วันนี้ย่าเสีย เลยไปไม่ได้
ฟังไปอาจดูธรรมดาใช่มั้ยครับ ...
อืม.... ย่าเสียก้อคงต้องมีพิธีอะไรก้อตามทำให้ไม่ว่าง ...
จะบอกว่า ...
ย่ามันเสียมา 10 กว่ารอบแล้วครับ ...
เอาง่ายๆคือ เวลามันไม่ว่างจะทำอะไร มันก้อจะอ้างว่าย่าเสียตลอด
ย่าเสีย ย่าเสีย ย่าเสีย .... อืม สักวันย่าคงมาหา คิดถึง...
ก้อเลยกลายเพื่อนเป็นไปบ้านเรา 2 คน วันนี้...
(อืมดี... ลดภาระลงไปหน่อย) และแล้วเพื่อนทั้ง 2 คนก้อถึงที่บ้าน
เอาละ เปิดคอมพ์จะเริ่มตัดต่องานกันละ ทีนี้ก้อให้เพื่อนทำๆไป เราก้อนั่งดู
ต่อมา เครื่องก้อเริ่มช้าเพื่อนเริ่มสงสัย ... เพื่อนเลยเปิดดู spec เครื่อง
processor 1.8 ghz ...
"ช้าว่ะ" เพื่อนคนนึงโพล่งคำนี้ออกมา
ในใจเราเสียความรู้สึกมาก คือเราให้มาบ้านแล้วมาพูดกันยังงี้ ใครจะชอบ
ถัดมาไม่กี่นาที ... จู่ๆเพื่อนก้อพูดขึ้นมาว่า...
"ไอ่ยศแม่งโง่รึเปล่าว่ะ ซื้อคอมพ์มาแต่บ้านไม่มี printer ได้ไง
เดวนี้ใครซื้อคอมพ์เค้าก้อแถม printer กันทั้งนั้น"
เราฟังดังนั้น ก้อตะหงิดใจเล็กๆ เลยถามไปว่า
"กุโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ"
"เออดิวะ" เพื่อนตอบ
...จบ...
สักพักแม่เราก้อเข้ามาในบ้าน เพื่อนทั้ง 2 คนเงียบ
เราต้องบอกว่า "อ่าวแม่... นี่เพื่อนมา" คำว่าสวัสดีถึงจะหลุดออกมาจากปากได้
ถึงแม้เราจะมารู้ก้อเหอะ ว่าใครเข้ามาในบ้าน แต่คนที่เข้ามาเราก้อต้องรู้อยู่แล้วว่า
เขาต้องเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในบ้านถึงเข้ามาได้ ไม่ว่าจะเป็น พี่ชาย พ่อ แม่
สวัสดีผิดคนไปก้อไม่ว่าหรอก แต่ไม่สวัสดีอย่างงี้มันเสียความรู้สึก
(แต่จะว่าไปตอนผมไปบ้านพี่ถม ผมไม่กล้าสวัสดีพ่อเขาเลยนะ ไม่อยากบอกหรอกว่าทำไม
ไปคิดเอาเองละกัน เอ้า... ผ่านๆ มาเข้าเรื่องเพื่อนมาบ้านต่อ ...)
แม่ผมมีแคบหมูมาฝาก เพื่อนผมก้อรับปากกิน ก้อกินไป
เพื่อนผมอีกคนก้อกินไป ทำงานตัดต่อไป
ในที่สุดเวลา 5 โมงเย็นก้อเสร็จ (เพื่อนเริ่มมาถึงที่บ้านเราประมาณ 4 โมงเย็นได้)
ก้อใช้เวลาไปประมาณ 1 ชั่วโมงในการทำงาน
ถึงเวลา relax จะให้เพื่อนเล่น djmax ที่เพิ่งโหลดเสร็จมาซะหน่อย
อยากเปิดกะลาเพื่อนให้รูว่า o2jam ไม่ใช่ music games ที่เริ่ดที่สุดสำหรับชีวิตเขา
เปิดให้เล่น...
แก่กกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ....
(อ่าว เยดแม่ ลืมไป ไอ่คนที่เล่นมันตัวพังคีย์บอร์ดนี่หว่า ลืมไปเลย)
เพื่อนเล่นไป 3 เพลง ก้อนั่งน้ำตาตกไป 3 เพลง T T
หลังจากเล่นเสร็จ เพื่อนก้อกลับมาดูไฟล์งานที่ทำค้างไว้
ปรากฏว่า files เจ๊งครับ ...
สรุปง่ายๆ คือที่เพื่อนมาบ้านเราวันนี้ไม่ได้งานอะไรคืบหน้าเลยครับ...
ก้อเครียดไปตามๆกัน จากนั้นเราก้อไปส่งเพื่อน 100 เมตรเหมือนกับเมื่อวาน T T
กลับมาบ้านจะเล่น djmax ต่อ ...
ทำไมคีย์บอร์ดมัน มันแผลบๆ เลยวะ ???
อ่อ... ไอ่เพื่อนเรานี่ มันแดกแคบหมูที่แม่ให้มาแล้วไม่ล้างมือทำงานต่อเลย -*-
คีย์บอร์ดมันแผลบๆ -*-
+++++++++++++++++++++++++++
ก้อรู้แล้วว่า
"การให้เพื่อนมาบ้านมันซมซานอย่างนี้นี่เอง"
นะครับ ... อิอิ
ปล. จ๊วบบ... ยังไงเพื่อนทุกคนก้อเป็นคนดีสำหรับชีวิตเรา
พวกนายทำให้ชีวิตเรามีสีสัน ทำให้เรามีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป
--------------------------------------------------
ถ้าเราไม่มี "เพื่อน"เราคงขาดใจตาย ... December 11 20 : Conclusion(เนื้อเรื่องต่อจากเรื่อง makee killer นะครับ)
ระหว่างที่มากีกำลังเล่าเรื่องให้ผมฟังอย่างสนุกสนาน ฉงนก้อโทรเข้ามาหามือถือเรา
ตอนนั้นฉงนยังโกรธเราอยู่ เกี่ยวกับเรื่องมากีนี่ละ
เออ... คนในกลุ่มเรานี่ก้อชอบมองมากีในแง่ลบนะ
ประมาณว่าเห็นมากีเดินมา ก้อต้องเห็นคำว่า " แงะ" ห้อยหลังมาด้วย
และเวลาเราจะคุยหรือนินทาในประเด็นที่เกี่ยวกับมากี ก้อไม่พ้นประเด็นแงะอยู่ดี ...
ดูเหมือนฉงนจะเป็นคนเริ่มประเด็นบ่อยสุดนะเนี่ย ... อิอิ
-------------------------------------
หลังจากที่เสร็จสิ้นคดีปามีดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกไม่กี่เดือนต่อมา
คดีต่อไป
มากีได้รับคำสั่งจากเจ้าพ่อให้เป็นเก็บคนตอนกลางวันแสกๆ !!!
สถานที่ที่จะต้องไปเก็บเป็นตลาดซึ่งมีคนพลุกพล่าน
ในคดีนี้มากีได้รับอาวุธเป็นปืนเก็บเสียง เพื่อที่ว่าเวลายิงปืน จะได้ไม่มีเสียงดัง" ปัง"
เดี๋ยวคนที่เดินอยู่ในตลาดจะผิดสังเกตหมด และแล้วมากีก้อพบตัวเป้าหมายซึ่งอยู่ในตลาด
...
มากีเก็บคนนั้นไปได้เป็นที่เรียบร้อย คดีนี้ไม่มีอะไรมาก มาดู case ต่อไปดีกว่า
เจ๋งกว่านี้เยอะ 555+ ...
------------------------------------
คดีใหญ่
วันหนึ่งเจ้าพ่อจะต้องออกไปต่อสู้กับเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลอีกกลุ่มหนึ่ง
ต่างฝ่ายต่างก้อมีลูกสมุนมากมายเพียบพร้อม และแล้วการปะทะกันของทั้งสองฝ่ายก้อเริ่มขึ้น
ลูกสมุนต่อสู้กันอย่างชุลมุนในลานประลอง แทบจะแยกไม่ออกว่าใครเป็นพวกเราใครเป็นพวกมัน
ขณะนั้นมากีมีอาวุธในมือเป็นปืนพกธรรมดากระบอกหนึ่ง
ภาพที่มากีเห็นในขณะนั้นช่างดูยุงเหยิงไปหมด ไม่มีใครพอที่จะเป็นเป้านิ่งให้เก็บได้เลย
ทันใดนั้นมากีก้อเหลือบไปเห็นเจ้าพ่อของอีกฝ่ายซึ่งพอที่จะเป็นเป้านิ่งได้
ขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไปเรื่อยๆ
" ปัง"
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้หยุดต่อสู้ลง ตัวค้างราวกับเอานาฬิกาหยุดเวลามาหยุดกลุ่มนี้ไว้ยังไงยังงั้น
ทุกคนเหลือบมองไปข้างหลัง ...
เจ้าพ่อของฝ่ายศัตรูของมากีล้มลงสิ้นใจ ด้วยฝีมือของมากี
ลูกสมุนของฝ่ายนั้นก้อแตกกระเจิงไปในทันที แต่ทันใดนั้นเอง ...
" หวอ"
เสียงรถตำรวจดังขึ้นผู้คนในลานประลองต่างแตกกระเจิงวิ่งหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต
และมากีก้อรอดเงื้อมมือตำรวจมาได้
-------------------------------------
บทสรุป
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นไม่กี่วัน เจ้าพ่อก้อเรียกมากีอีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่ได้เรียกมาเพื่อเก็บคนอีกต่อไปแล้ว เจ้าพ่อกล่าวกับมากีว่า
" กูขอให้มึงเก็บเรื่องที่มึงไปฆ่าใครต่อไปให้เป็นความลับไว้ซะ
และรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองคนกูขอให้มึงลืมไปซะ ต่อไปนี้กูไม่ใช่จะพ่อของมึงอีกต่อไปแล้ว"
และแล้วมากีในบทนักฆ่าก้อต้องถึงบทอวสานด้วยประการฉะนี้
--------------------------------------
หลังจากที่มากีเล่าเรื่องให้ผมฟังเสร็จ ก้อเป็นเวลาประมาณตี 1 ได้
มากีเดินไปส่งผมกลับบ้าน เพราะว่าสถานที่ที่มากีเล่าเรื่องให้ผมฟังคือตึก cp tower แถวๆสีลม
และบ้านผมอยู่ตรงสุรวงศ์ มากีเลยเดินไปส่งผมได้
---------------------------------------
ปล. จ๊วบบ... ขอโทดค้าบพี่มากีที่เอาเรื่องเล่านี้มาเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต
ปล2. แต่ไหนๆก้อไหนๆแล้ว เอาสะจายยยยยยย... 555+ December 10 19 : ข่าวด่วนขอคั่นเรื่องมากีไว้สักครู่นะครับ เพราะมีข่าวด่วนอยากจะบอก
------------------------------------------------
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมเวลา 2 ทุ่มกว่าๆได้
ที่ตู้ ez ที่มีเรื่องเล่าเป็นพันเรื่อง เล่าให้ฟังชาตินี้ก้อคงไม่หมดทุกเรื่อง
เหตุคราวนี้มันมีอยู่ว่า มีเพื่อนของเราคนหนึ่งกำลังเล่น ez อยู่ตามปกติ
จู่ๆก้อมีชายสองคนเป็นคนหัวโล้นใส่เสื้อสีเหลือง คนหนึ่งเดินเข้ามาที่ตู้ แล้วต่อยเพื่อนเราซะอย่างงั้น
มีเรื่องแล้วละสิครับ ก้อเล่นอยู่ดีๆ มาถูกต่อยกันยังงี้ก้อต้องมีเจรจาแล้วละครับ
ขณะนั้นพี่กันเองก้อเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปดูด้วย
แล้วการเจรจาก้อเริ่มขึ้น...
"ขอดูบัตรนักศึกษาหน่อย" มันถามเพื่อนคนนั้น คิดว่ามันคงไม่ได้จะดูบัตรอย่างเดียวหรอก
มันอาจจะอาศัยช่วงที่เพื่อนเราหยิบกระเป๋าตังค์ใช้ความเร็วฉกไปก้อได้
เพื่อนเราก้อไม่หยิบให้ ... พวกมันคนหนึ่งมันแอบมาทางด้านหลังแล้วใช้เท้าเตะข้อพับแขน
เขาบอกเจ็บมากๆ นี่คงเป็นการตัดกำลังคู่ต่อสู้ชั้นยอดเหมือนกัน
พี่กันซึ่งกำลังยืนดูเหตุการณ์นี้อย่างใจจดใจจ่อ ก้อถูกพวกมันสองคนถาม
"เห้ย... มองหน้ามึงเก๋าหรอ" มันถาม พี่กันเงียบไม่ตอบ พี่กันโดนคนถามตบหน้าไปสองฉาด และอีกคนหนึ่งก้อเข้าทางด้านหลัง
เตะข้อพับแขนตัดกำลังเช่นกัน พี่กันมาบอกทีหลังเหมือนกันว่าเจ็บมากๆ
ทีนี้ ก้อเจรจากันไม่จบ และคิดว่าสาเหตุที่มันสองคนต้องทำแบบนี้
เพราะสองคนนี้มีเรียนอุเทนฯ คิดว่าคนที่เล่น ez อยู่เป็นคู่อริมัน คือพวกมันจะตีไม่เลือก
ประมาณว่าถ้าตีคนที่ไม่ใช่คู่อริมัน มันก้อจะหาเรื่องไว้ทำฟอร์ม กันอาย อะไรประมาณนั้น
รู้สึกพี่ร็อกกี้จะบอกว่าเห็นไอ่สองคนนี้มันหาเรื่องตั้งแต่ตู้ pump แล้วยันมาตู้ ez นี่ หาเรื่องเก่งจริงๆ
พอมันสองคนคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วก้อหนีไป ไม่รู้ใส่เสื้อเหลืองมาได้ไง ไม่อายในหลวงเลย
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
คราวนี้ก้อต้องถึงงั้นให้ยามมาสืบสวนแล้วละครับ
ทุกคนที่มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ (ผู้เห็นเหตุการณ์มีดังนี้)
เรา เอ็ม อาร์ม พี่เค้ก พี่ฟิล์ม พี่อาร์ท พี่เบิร์ด ครูบาส และกลุ่มเพื่อนอีก 3-4 คน
ทุกคนยกเว้น เรา พี่อาร์ท พี่เบิร์ด ขึ้นไปที่สำนักงานรักษาความปลอดภัยของ mbk เพื่อให้ปากคำที่ชั้น 6b
ที่เรา พี่อาร์ท พี่เบิร์ด ยังไปให้ปากคำด้วยเป็นเพราะว่าเราทั้ง 3 คนหยอดเหรียญรอ session ไว้อยู่อ่ะ อิอิ... - -
คือประมาณว่า เราคิดว่าไม่น่าหยอดเล่นเลย ว่าแล้วก้อรีบเล่นมากๆ เพลง 2 เล่น the least 100sec. ตายไปตามระเบียบครับ
พอตายในเกมเสร็จเราทั้ง 3 คน ก้อรีบวิ่งตามเพื่อนๆที่ไปให้ปากคำตอนแรกทันที
แต่ตอนแรกเรายังไม่รู้ว่าเพื่อนๆไปไหนกัน เราจึงโทรถามฉงนว่าอยู่ไหน ก่อนจะโทรถาม
มีผู้ชายใส่แจ๊คเกตสีน้ำตาลซึ่งปกคลุมเสื้อเหลืองข้างในไว้วิ่งมาชนไหล่พี่เบิร์ด
พี่เบิร์ดบอกทันที "ไอ่ที่ชนกูตะกี้ แม่งคนร้ายแน่ๆ"
แต่เราก้อทำอะไรไม่ได้เพราะหลักฐานพยานมูลยังไม่พร้อม ว่าแล้วก้อโทรหาฉงน
จึงได้รู้ว่าเพื่อนๆทั้งหมดอยู่ที่มำนักงานรักษาความปลอดภัยที่ลานจอดรถชั้น 6b
==================================
ถึงในช่วงของการให้การกับตำรวจซึ่งพี่กันกับเพื่อนก้อเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนให้พนักงานฟัง
พนักงานฟังจนได้ใจความก้อถามว่า เธอจะเอาเรื่องไหม ถ้าเอาเรื่องก้อจะต้องเสียเวลาหน่อยคือต้องไปโรงพัก
แต่ถ้าจะไม่เอาเรื่อง เดี๋ยวจะลงบันทึกประจำวันไว้ให้
ระหว่างนั้นพี่เค้กก้อรำพึงว่า "นี่เหรอเด็ก รร. กู กูรู้สึกอายแทนพวกมันจริงๆ..." (คนที่เป็นคนร้ายเรียนสถาบันเดียวกับพี่เค้ก)
พี่กันกับเพื่อนตัดสินใจจะไปโรงพักที่ สน. ปทุมวัน พี่กันชวนพี่เบิร์ดไปด้วย
ส่วนพวกเราที่เหลือซึ่งตกลงปลงใจกันว่าจะกินสามย่านกันตั้งนานแล้ว ก้อรีบเดินไปกิน
เพราะนี่มัน 3 ทุ่มแล้วจึงขึ้นไปบนตู้ ซึ่งมีเฟกมากี กับฝ้าย รออยู่ ก้อเลยชวนทั้งคู่ไป
เฟกมากีบอกไปไม่ได้เพราะว่าคุณแม่เตรียมอาหารที่บ้านไว้ให้กินแล้ว ...
(แหม... น่ารักจัง เวลาไปเรียนเนี่ยแม่ทำปิ่นโตส่งไปให้กินที่มหาลัยเลยมั้ยเนี่ย !??)
ส่วนฝ้ายไม่มีปัญหาไปได้ ระหว่างนั้นพี่ร็อกกี้ก้อมาพอดี เลยชวนไปกินด้วย
ไปสามย่านกัน........
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
พอกินเสร็จไม่นาน พี่กันซึ่งกลับมาจากโรงพักซึ่งกลับมาคนเดียวก้อมาหาเราที่สามย่าน
เราถามถึงพี่เบิร์ดว่าไปไหน พี่กันก้อบอกว่ากลับไปแล้ว...
พี่กันเล่าว่า ไปถึงโรงพักต้องไปนั่งรอเหมือนนั่งรอฟรี กว่าจะได้คุยกันก้อนานเหลือเกิน
พอคุยกันตำรวจเค้าก้อบอกว่าถ้าจะเอาความก้อต้องให้คุยกับคนร้ายกันซึ่งๆหน้าเลยซึ่งมันเป็นอะไรที่ยากมาก
ถ้าไม่ตกลงใจเอาความใดๆก้อให้เล่าเรื่องลงบันทึกประจำวันไว้เฉยๆ
พี่กันตกลงกลับจากโรงพักมาก่อน ระหว่างทางพี่กันบอกว่าเห็นผู้ชายเลืดอาบหัวกำลังเดินทางมาแจ้งความกับแฟน
คิดว่าที่เลือดอาบคงคิดว่ามาจากไอ่พวกอุเทนฯนั่นมาทำร้ายหาเรื่องอีกแน่ๆ เพราะที่เกิดเหตุมันก้อใกล้ๆกัน
____________________________________________
หลังจากนั้นไม่นาน ยามก้อโทรมาบอกว่า ตอนนี้ที่ชั้น 7 มีพวกอุเทนฯมาเต็มเลย
เป็นไปได้ตอนนี้อย่าเพิ่งมาเล่น music games ที่ mbk ก่อนจะดีกว่า
เพราะอาจจะเกิดเรื่องแบบนี้และคราวนี้จะใหญ่กว่าเก่า เพราะพวกมันมาเอาเรื่องเป็นพวกยังงี้
เราก้อไม่มีปัญญาทำอะไรได้
ต้องให้ตำรวจไทยตามสืบและจับคนร้ายให้ได้ นั่นละจะปลอดภัยที่สุด...
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
จบข่าว
December 09 18 : Makee Killerคืนหนึ่งผมได้มีโอกาสกลับบ้านกับมากี เป็นคืนวันเสาร์หลังจากที่กินอาหารกันที่สามย่านเป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
คือตอนนั้นเวลาประมาณ 5 ทุ่มได้แล้ว แต่ผมก้อชวนมากีไปคุยที่แมคตรง cp tower เพราะผมมีเรื่องนึงที่ยังสงสัยเกี่ยวกับมากี
ที่มากีบอกว่าตัวเขาเคยเป็นนักฆ่า
อยากจะรู้รายละเอียดเรื่องนั้นจังเลย... พี่มากีก้อสนองตัณหาเรา เล่าเรื่องให้ฟังดังนี้ (พยายามจะนำมาถ่ายทอดโดยไม่บิดเบือนให้มากที่สุด)
---------------------------------------------------------------------------
ย้อนไปสมัยมากียังเป็นเด็กหนุ่มอายุ 13-14 ปี ตอนที่ยังอยู่ที่ต่างจังหวัดแถบภาคใต้
มากีมีจ๊อบพิเศษทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในบาร์เบียร์แห่งหนึ่ง ...
แน่นอน... ในบาร์เบียร์เวลาดึกๆประมาณเที่ยงคืนย่อมจะต้องมีพวกที่เมาแล้วอาละวาดเป็นธรรมดา
แต่ทุกๆครั้ง เชฟที่บาร์เบียร์จะเป็นคนไปปราบคนเมาแล้วอาละวาดให้สงบลงได้ในที่สุด
จนอยู่มาวันหนึ่งเวลาประมาณเที่ยงคืนถึงตี 1 ได้ วันนั้นก้อมีคนเมาแล้วอาละวาดเช่นเคย
แต่คราวนี้มันหนักมาก ทั้งกวนตีน ทำให้ร้านต้องเสื่อมเสีย แต่เชฟก้อไม่สามารถหยุดลงได้
ทันใดนั้นมากีคว้าขวดเบียร์ด้วยใจที่ยังกล้าๆกลัวๆตามประสาเด็กอายุ 13-14 ปี หาจังหวะฟาดลงไปที่หัวคนเมาอย่างจัง
จนขวดแตกเป็นปากฉลาม มากีชี้ขวดนั้นไปที่หน้าของคนเมาที่ล้มไปอย่างแน่นิ่งว่า
"วันหลังอย่ามายุ่งกับร้านนี้อีก ออกไปซะ" (กรี๊ดด... เท่ห์จริงๆยอดชาย)
ทันใดนั้นทั้งร้านยังคงอึ้งตะลึงอยู่ เชฟก้อลากคนเมานั้นออกไปนอกร้าน
เสียงปรบมือดังขึ้น เป็นเสียงของเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลแห่งหนึ่ง มากีหันไปมอง เจ้าพ่อกล่าวว่า
"อืม... แกนับว่ามีความกล้ามาก ... มาทำงานกับกูมั้ย มีเงินดีๆจะให้ด้วย"
มากีฟังดังนั้นก้อถามว่า "งานอะไรหรือครับ"
"นักฆ่า" เจ้าพ่อกล่าว
มากีหน้าถอดสี แต่ก้อถามต่อไปว่า "ผมเนี่ยนะครับ... จะเป็นนักฆ่า ผมไม่มีฝีมือขนาดนั้นนะครับ"
เจ้าพ่อตอบ "แกมีความกล้าซึ่งเป็นลักษณะที่กูต้องการมาเป็นคนของกู ทำงานกับกูเหอะ"
"เอางี้... กูจะมีงานให้มึงทำ ให้มึงไปเก็บคนตามที่กูสั่ง"
มากีตอบตกลง
---------------------------------------------------------------------------
คดีแรก
เกิดขึ้นเมื่อตอนบ่าย 3 โมงเย็นกว่าๆ เมื่อมากีได้รับคำสั่งให้ไปเก็บชายผู้หนึ่ง เป็นลุงอายุอานามเป็นวัยกลางคน
ที่สำคัญเป็นคนที่มากีรู้จักด้วย เพราะว่าตอนมากีกลับบ้านจากโรงเรียน มากีก้อจะแวะกินน้ำกินท่าที่บ้านเขาบ่อยๆ
(แงะตั้งแต่เด็กเลยนะเพ่ ...)
คุณลุงคนนั้นเป็นคนใจดีมีน้ำใจ มากีเองก้อยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องไปเก็บคุณลุงเขา
แต่เมื่อมันเป็นคำสั่งจากเจ้าพ่อ มากีก้อคงปฏิเสธไปไม่ได้
...ด้วยความที่มากีสนิทสนมทำให้รู้จักสภาพครอบครัวของลุงผู้นั้นดี...
ลุงผู้นั้นอยู่ตัวกับภรรยาสองคนเท่านั้น จังหวะที่เหมาะต่อการที่จะเก็บคุณลุงคนนั้นได้มากที่สุด คือ
ช่วงที่ภรรยาไปจ่ายตลาด เวลานั้นจะเป็นประมาณ 4 โมงเย็นได้ ...
มากีทำทีเป็นสวัสดีคุณลุงตามปกติ ซึ่งคุณลุงยังนอนอยู่บนห้องนอนอยู่ในขณะนั้น
"เดี๋ยวผมไปหาน้ำหาท่ามาให้คุณลุงดื่มนะครับ"มากีกล่าว คุณลุงยิ้มตอบ
มากีจัดแจงใส่ยานอนหลับละลายลงไปในน้ำที่จะให้คุณลุงดื่ม พร้อมเตรียมมีด อาวุธสังหารในคดีนี้ไว้ข้างหลัง
"นี่ครับ ... น้ำ" คุณลุงดื่มแล้วก้อสลบไปถามแผน มากีเห็นจังหวะเหมาะ ต้องรีบสังหารก่อนที่ภรรยาเขาจะกลับมาจากการจ่ายตลาด
ทั้งที่ใจจริงก้อไม่อยากฆ่า เพราะเป็นคนที่รู้จักกันดีและมีพระคุณ ในที่สุด
"อโหสิด้วยนะลุง..."
มากีปาดคอคุณลุงคนนั้นด้วยมีดไปทางซ้าย คุณลุงคนนั้นสิ้นใจอย่างสงบ ...
มากีรีบหนีออกไป และหลังจากนั้นมากีก้อไม่ได้แวะเวียนมากินน้ำที่บ้านหลังนี้อีกต่อไป
และก้อไม่ได้รู้ว่าคดีคุณลุงจะเป็นยังไงบ้าง และภรรยาเขาจะเป็นอย่างไรก้อไม่ทราบ
... อีก 2-3 เดือนต่อมา
คดีถัดมา
มากีได้รับคำสั่งจากเจ้าพ่อให้ไปเก็บคนอีกครั้งหนึ่ง
เป็นคดีว่าด้วยเรื่องตอนดึกดื่น มากีได้รับคำสั่งให้ไปฆ่ายามคนหนึ่ง เป็นยาม รปภ. ธรรมดาน่ะแหละ มากีจดจำใบหน้าของเป้าหมาย
และไปสถานที่เกิดเหตุทันที... เวลานั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยงคืนได้
เมื่อไปถึงสถานที่กำลังเห็นยามเดินมา ซึ่งยามคนนั้นเป็นยามที่เจ้าพ่อสั่งให้ฆ่า
มากีใช้ความรวดเร็วปีนผนังซึ่งมีต้นไม้ปลูกติดอยู่กับผนัง มากีเกาะต้นไม้ต้นนั้นสังเกตการณ์ยามคนนั้น
ปรากฏว่ายามคนนั้นกำลังมายืนฉี่อยู่ที่ผนัง มากีเห็นจังหวะเหมาะ คว้ามีดซึ่งเป็นอาวุธที่มีในคราวนั้นขึ้นมาแล้ว...
หันหลังปามีด
มีดพุ่งไปปักคาหลังของยามคนนั้นตายทั้งฉี่แน่นิ่งอยู่ตรงนั้นทันที
-----------------------------------------------------------------------
เดี๋ยวมีภาค 2 ต่อโอกาสหน้าครับผม December 06 17 : คุณป้ามหาภัยเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ตู้ ez อีกแล้วครับ ...
(ตู้บ้าอะไร มีเรื่องมีราวเยอะเหลือเกิน ...)
เป็นเรื่องของคนแลกเหรียญที่เป็นอายุอานามรุ่นคุณป้าครับ
เมื่อสมัย 2-3 ปี ก่อน ตู้ ez จะมีอะไรดีบ่อยๆ ที่ว่ามีอะไรดีๆ ก้อคือตู้ 4 ซึ่งเปิดมาทีไร ผ่านไปสัก 2-3 นาที เครื่องมันจะรวน
แล้ว credits จะพุ่งกระจาย คือพอหยอดเหรียญ เครื่องมันจะมีเสียงดังว่า cool ใช่มะ
เครื่องมันรวน แม่งดัง coolๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฟังเพลงไม่รู้เรื่องเลย เชดแม่...
พอเรามารู้เรื่องปัญหาของตู้ (ไม่เห็นจะเป็นปัญหาของตู้เลย ดีจะตายไป อิอิ) เราก้อพยายามจะอุบเรื่องเงียบไว้ ไม่ให้คุณป้าคนแลกเหรียญรู้
ที่ไม่อยากให้รู้เพราะ คุณป้ามหาภัยคนนั้นแกจะชอบทำหน้ากวนตีนเวลาเราไปแลกเหรียญกับเขา
เท่าที่สังเกตเราเห็นเขาจะทำหน้าปวดขี้เฉพาะคนที่เล่นตู้ ez เท่านั้นนะ พอไอ่คนเล่นเกมตู้สัมผัสที่ 6 มาแลกเหรียญมั่ง แม่งก้อทำหน้าเหมือนขี้เสร็จแล้ว...
เท่านั้นยังไม่พอ แกมักจะมีปัญหากับพวกที่เล่นตู้ ez เรื่องขยะ บ่นเป็นคนแก่เลย (ก้อเค้าแก่นี่นะ)
ประมาณว่าเอาขยะไปแตะขอบตู้หน่อยไม่ได้เลย ป้าแกจะมีเรดาร์ตรวจจับ พอวางขยะปุ๊บ แม่งวิ่งปรู๊ดด ... มาด่าเลย
ไม่รู้จะมีอคติอะไรกับ คนเล่นตู้ ez กันนักกันหนา...
ช่วงนี้ถือเป็นช่วงอมทุกข์ของชาวเล่น ez มากๆ ถึงขนาดที่พี่ป๊อปมาบ่นในบอร์ด jammania ใหญ่เลย
แต่พี่ป๊อปเค้าบอกเค้าสนิทกัยป้าคนนั้นนะ แบบคุยกันรู้เรื่อง ถ้อยทีถ้อยอาศัยดี คนวัยเดียวกันคงคุยกันรู้เรื่องมั้ง อิอิ...
เพราะเหตุนี้เอง เรื่องที่ตู้มันมีปัญหา credit รวน เราก้อจะไม่อยากให้ป้ารู้ เพราะว่าถ้ารู้เราจะอดเล่น
เก็บความลับไปได้ไม่นาน ผ่านไปได้ 2-3 อาทิตย์ (นานนะนั่น) ฟ้ามีตาครับ
ไม่ใช่ฟ้ามีตาหรอก เสียงตู้แม่งดังเหลือเกิน ก้อเล่นเสียงดัง coolๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทั้งวัน ใครไม่สงสัยก้อเกินไปอะครับ...
2-3 อาทิตย์นี่ก้อถือว่านานเหรี้ยๆแล้ว
ว่าแล้วคุณป้าก้อเดินมา ... "นี่ ตู้เป็นไรเนี่ย ..." ป้าถาม
แน่นอนสิครับ ใครจะบอกล่ะว่า "ตู้มันให้เล่นฟรีครับ ..." เราก้อเลยตอบไปว่า "อ๋อ มันเป็นที่ตัวเกมอยู่แล้วครับ"
"จะเป็นได้ไง ... ก้อฉันเห็นเธอเล่นอยู่แทบทั้งวัน ไม่ก้มไปหยอดเหรียญซักแอะ ..." ป้าตอบ
นั่น ... รู้ทัน ...
"ปิดตู้เลยๆ เดวจะเรียกช่างมาซ่อม ไม่ต้องมาเปิดตู้นี้เล่นนะ"
ว่าแล้วก้อปิดตู้ไป ...
คิดเรอะว่าจะจบ
555+ คนอย่างยศซะอย่าง เรื่องไรจะยอมง่ายๆล่ะฟระ ...
ไหนๆ ตู้มันก้อฟรีแล้วไฉนจะหยุดเล่นฟรีกลางคันได้ ... แอบเปิดตู้สิครับ ...
ต้องเล่นทีเผลอในการแอบเปิดตู้เล่นฟรี แบบเกมวัดดวงครับ คือช่วงเวลาที่ป้าจะไม่อยู่ เป็นช่องโหว่ให้เราสามารถแอบเปิดตู้เล่นได้มี 3 ช่วงเวลา คือ ...
- 10.00-11.00 เวลาที่ห้างเปิดแต่ป้าแกยังนอนตีพุงอยู่บ้านอยู่
- 15.00-16.00 เวลาพักทานข้างของพนักงาน sf ทั้งหลายแหล่
- 20.00-ห้างปิด เป็นเวลาที่คุณป้าแกกลับบ้านไปนอนตีพุงต่อเป็นที่เรียบร้อยแล้วว...
ช่วงเวลาที่ 10.00-11.00 กับ 20.00-ห้างปิด ไม่ได้ใช้หรอกฮะ เพราะว่ามันเป็นเวลาที่เราไม่สะดวกที่จะเล่น ถึงมันจะฟรีก้อเหอะ ไม่มีใครเล่นด้วย ไม่มันครับ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือ 15.00-16.00 แต่มันก้อเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายมาก และถือเป็นเกมวัดดวงชนิดหนึ่งก้อว่าได้
คือต้องมาลุ้นว่า คุณป้าจะกินข้าวเสร็จกี่โมง บางวันกินช้า บางวันกินเร็ว ลุ้นและท้าทายมากครับ
ถ้าป้าแจ๊คพอตมาเจอเราเล่นฟรีปุ๊บ เกมจะโอเวอร์ทันที
และแล้ววันนั้นก้อมาถึง
วันที่คุณป้าจับได้ว่าเราแอบเล่นฟรี ... เป็นวันศุกร์ตอนเย็นๆ
คือวันนั้นเป็นวันที่แปลกพอควร คือเราเล่นตู้ฟรีตั้งแต่ 15.30 เล่นเพลินจนเลยเวลา ไป 16.30 ป้าแกก้อยังไม่มา
ก้อเข้าทางเรา ... ตอนแรกนึกว่าป้ากลับไปแล้ว วันนี้อาจจะมีเหตุการณ์สำคัญอะไรของเค้าก้อได้
คนในเหตุการณ์ตอนนั้นรู้สึกจะมีพี่น๊อต พี่ล้ง และเรา 3 คนเท่านั้น
แต่ตอนแรกเราเล่นกับพี่น๊อตอยู่ 2 คน
ขณะกำลังเล่นฟรีอยู่นั้นเองเวลา 5 โมงเย็นกว่าๆ เราก้อไม่ได่พึงสังวรณ์ไว้เลยว่า ฝันร้ายของเรากำลังจะย่างกรายมาถึง
ตึก ... ตึก ... เสียงฝีเท้าของป้าคนนั้นเดินเข้ามามองเรากำลังเล่นฟรีอยู่กับพี่น๊อต 2 คน
เราเหลือบหน้าไปเห็น ถึงกับผงะมือต้องเลิกเล่นกลางคันทันที ...
ตอนนั้นบรรยากาศนิ่งมาก เหมือนอากาศที่ mbk หยุดหมุนเวียนไปทั้งห้าง
"นี่เธอ มาเปิดตู้เองโดยพลการแบบนี้ รู้มั้ยว่าพี่ x (เจ้าของตู้) มอบอำนาจให้ฉันที่สามรถดูแล และทำอะไรเกี่ยวกับตู้เกมนี้ ..."
"เธอมีสิทธิ์อะไรถือดีมาปิดเปิดตู้เกมที่ mbk ฉันจะแจ้งตำรวจจับเธอ เตรียมตัวไว้เลย ..."
แจ้งตำรวจ !!?!!
ว่าแล้วเธอก้อโทรไปหาเจ้าหน้าที่ mbk ซึ่งอยู่ในชุดดำ
ระหว่างนั้นพี่ล้งก้อมาถึง mbk เห็นเรากะพี่น๊อตสองคนยืนเอ๋อ อยู่ก้องง เราก้อเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ล้งฟัง พีี่่ล้งก้อเข้าใจ
ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ ป้าแกก้อย้ำ "โดนตำรวจจับแน่ๆ"
แสดด... -*-
และแล้วเวลาสำคัญก้อมาถึง เจ้าหน้าที่ลงมาพบปะเราเป็นที่เรียบร้อย
คุณป้าแกก้อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ...
โชคดีมากๆ...
พี่เค้าบอกว่า "เอายังงี้นะน้อง น้องเล่นฟรีไปเท่าไหร่ก้อจ่ายคืนให้พี่เค้าเท่านั้นนะครับ ..."
เราก้อถามพี่เค้าว่า "ไม่โดนตำรวจจับเหรอครับ" (ไอ่นี่ ถามเหมือนอยากโดนจับ - -)
"ไม่โดนครับไม่โดน ไม่มีอะไรทั้งสิ้น" เจ้าหน้าที่แกก้อตอบ เราก้อขอบคุณกันไป ไม่นานเจ้าหน้าที่ผู้นั้นก้อจากไป ...
เป็นอันว่าคดีความนี้ก้อเป็นอันรอดไปทั้งเราและพี่น๊อต
สุดท้ายเราก้อคืนค่าเสียหายให้ป้าเป็นเงิน 40 บาท (ที่จริงเล่นเป็น 100 อิอิ) ... ป้าแกก้อเงียบๆแล้วก้อเดินจากไป
หลังจากนั้นไม่นาน คนแลกเหรียญคนนี้ก้อจากไป ทิ้งตำนานคนแลกเหรียญที่โหดและน่ากลัวที่สุดแห่ง mbk จารึกไว้ในความทรงจำของเราตลอดมา
------------------------------------------------------------------
ก้อจบไปแล้วสำหรับเรื่องราวคุณป้ามหาภัย
แต่เรารู้สึกว่าคนแลกเหรียญตู้ ez ที่เป็นปัจจุบันนี้ ก้อกวนตีนเหมือนกัน
ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะให้แลกเหรียญยังไงยังงั้น
ไม่ชอบเลย ... ยิ้มไม่เป็นรึไงนะ
เวลาคนเราเจอหน้ากันก้อขอให้ยิ้มเป็นการทักทาย ดีกว่าทำหน้าบึ้งใส่เป็นการทักทาย
ถึงแม้เราจะมีเรื่องคับคาใจหรือเครียดเรื่องอะไร ก้อขอให้ยิ้มไว้ก่อนเป็นดี เพื่อนที่เราพบด้วยจะได้มีความสุขเมื่อเห็นหน้าเรา
และรู้สึกชอบเราอยากคบเป็นเพื่อนด้วย เพราะการที่เราเป็นคนอารมณ์ดี จะมีเสน่ห์ตรงที่ว่า
เวลาเพื่อนเรามีความทุกข์ เพียงแค่เห็นหน้าเรายิ้ม ในใจเค้าก้อจะคิดว่า อืม ... ถ้าเราเจอเพื่อนคนนี้ เพื่อนเราก้อจะสามารถลืมเรื่องทุกข์ไปได้
ถ้าทำอย่างนี้ได้ทุกคน ความเครียดก้อทำอะไรเราไม่ได้ มีความสุขกับชีวิตมากขึ้นจริงๆ happy happy~
ยังงี้ดีกว่าเห็นๆ จริงมั้ยละ December 05 16 : ฉี่ที่ezเป็นเรื่องราวตอนเราอยู่ ป.6 สมัยที่เราสนิทกับร้าน kob skate shop
การที่เรารู้จักร้านนั้นก้อทำให้เราได้รู้จักเด็ก hip-hop อยู่หลายคน และส่วนน้อยนักที่จะเล่น ez2dj เป็น
วันหยุดธรรมดาวันหนึ่ง เวลา 2 ทุ่มได้ ...
มีพี่ที่เป็นเด็ก hip-hop คนนึงมาชวนเราเล่น ez2dj เค้าบอกจะขอให้เราเล่นให้ดูหน่อย
ว่าแล้วเราก้อหยอก จื้บๆ 20 บาท เราก้อเล่นไปเครดิตนึง ก้อโชว์ไปพอเป็นพิธี นึกว่าจะจบ...
เค้าหยอดให้อีก อืมม... ดีจัง ได้เล่นฟรี เราก้อเล่นแบบไม่เกรงใจ ผ่านไปถึงเพลงที่ 2...
"ปวดฉี่จังเลย"
แต่เราก้อไม่ไปฉี่ อั้นไว้... ก้อเล่นฟรีนี่หว่า (ในห้วงความคิดของเด็ก ป.6 คิดว่า กุต้องเล่นให้คุ้ม เรื่องฉี่ไม่ฉี่ไม่สำคัญ ขอให้ได้เล่นก่อน)
เราก้อเล่นทั้งเล่นทั้งปวดไป เพลงที่ 2 เลือกเพลง mystic dream 9903 -horror mix-
เป็นเพลงที่ความเร็วจะกวนๆ มาก เราก้อเล่นไป มีการโน้มตัว บิดไปบิดมา ตามสไตล์คนปวดฉี่
เด็ก hip-hop เห็นผิดสังเกตเลยถามว่า "อืม... เพลงนี้มันยากมากเลยเหรอ ต้องมีการมองโน้ตจากหลายมุม เห็นมีบิดตัวไปมา"
"ใช่แล้ว" กุตอบ... มานั่งคิดตอนนี้ "อึหึม กุตอบไปได้ไงวะเนี่ย ไอ้เปรตวัดสุทัศน์"
เด็ก hip-hop ฟังดังนั้นก้อชื่นชม คิดว่าเราเก่งมาก สามารถเล่นเพลงยากๆ และมีท่าทางในการเล่นบันเทิงผู้ชมด้วย (ให้ตายสิ...)
ผ่านไปเพลงที่ 2 เยี่ยวจะราดแว้ว เด็ก hip-hop บอกว่าขอแบบยากๆ เลย
เราก้อบ้ายอเล่น fire storm ไป เยี่ยวเล็ดแล้วๆๆๆ
อืม... เล่นไป อูย... จะราดแล้ว อา... ไม่ไหวแล้ว แต่ก้อยังอั้นได้อยู่ ไปถึง fire storm ท่อนช้า ค่อยผ่อนคลาย อั้นได้สะดวกหน่อย
พอไปถึงท่อนรัว เราก้อเอี้ยวตัวไป จะสับโน้ต
เย็ดเข้ ลืมอั้นเยี่ยว
ซ่า.......
พื้นเต็มไปด้วยน้ำเหลืองที่เรียกว่า เยี่ยว เจิ่งนองคาตู้ ez ...
รู้สึกหลังจากเล่น fire storm เสร็จ พี่เค้าก้อบอกว่า "เก่งมากเลยน้อง ... พี่มีธุระละ เดวพี่ไปก่อนนะ"
กุว่าพี่เค้าต้องรู้แน่ๆว่าเราเยี่ยวราด
ทำไงต่อละกุ เหลือตัวคนเดียว ห้องน้ำไงห้องน้ำ ว่าแล้วก้อรีบบึ่งไปห้องน้ำ เอาน้ำลูบๆๆ ตรงนั้นกลบเกลื่อน ...
ไม่ได้สิ ... ยังมีกลิ่น... กดน้ำสบู่ จ้วกๆๆ เอาไปลูบๆๆตรงนั้นต่อ อืม กางเกง แฉะๆ หอมๆ คงสามารถดำรงชีวิตต่อใน mbk ได้
ได้กะผีน่ะสิ !!!
วันนั้นรีบกลับบ้านและเข้าห้องน้ำเร็วเป็นพิเศษ ... รู้สึกอยากล้างช้างน้อยเพราะมันเหนียวเหรี้ยๆ
ไม่รู้ว่าชีวิตนี้กุทำเรื่องแบบนี้ไปได้ไง...
----------------------------------------------------------------------------------
แหม... ทำไปได้ 15 : รักพ่อที่สุดวันนี้ เป็นวันที่ 5 ธันวาคม ก้อได้หยุดเรียนกัน 1 วัน
แต่อย่าคิดว่ามันเป็นแค่วันหยุดเรียน มันเป็นวันที่ทำให้เรารำลึกบุญคุณของพ่อเราที่เลี้ยงดูเราจนเติบโตมาถึงทุกวันนี้
-------------------------------------------------------------
เช้าวันหนึ่ง นานมากแล้ว ผมกำลังนั่งเล่นเลโก้อยู่ พ่อใช้ให้ผมไปซื้อของ ตัวเราก้อไม่อยากไป อยากนั่งเล่นเลโก้ จึงทำเป็นไม่ได้ยิน
พ่อผมบอกผมอีกครั้งให้ผมไปซื้อของให้หน่อย ใจเราก้อบอกว่า เรายังต่อเลโก้ไม่เสร็จ ขอต่อให้เสร็จแล้วค่อยไปซื้อไม่ได้เหรอ
พ่อผมใช้ผมด้วยคำซ้ำๆเดิมๆอยู่หลายครั้งจนในที่สุด พ่อผมก้อตวาดขึ้นมา บอกถ้าทำตัวยังงี้อีก จะไม่ให้เล่นเลโก้อีกแล้วนะ
ผมหักเลโก้ทิ้งด้วยกำลังทั้งหมดที่มี เดินออกจากบ้าน ปิดประตูเสียงดัง ปัง !!!! ไม่รู้ว่าพ่อคิดยังไงอยู่
นี่ไม่นานมาก เหตุเกิดที่บ้านอีก ผมกำลังคุยโทรศัพท์กับถมตอน ตี3-4
พ่อผมก้อบอกอย่าคุยนานมาก มันมีคลื่นทำลายประสาทหู ผมบอกคลื่นอะไรล่ะ ปะป๊า
พ่อผมก้อเงียบไป
เรื่องนี้ก้อนานมาแล้วเหมือนกัน ผมไปเล่นเกมอยู่ที่ห้องข้างๆ ที่คอนโด แต่ไม่ได้บอกพ่อไว้ ตอนนั้นมีงานปิดถนนที่สีลม
พ่อผมไปตามหาผมที่สีลมตั้งแต่ 5ทุ่มถึงเที่ยงคืน ปรากฎกลับมาก้อเจอผมนั่งเล่นเกมอยู่ที่บ้านข้างๆ
พ่อบอกผมว่า จะไปไหนก้อบอกก่อนด้วยละ
--------------------------------------------------------------
ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมต้องทำให้พ่อผมเป็นห่วง
อย่างเช่นไปเที่ยว ไปค้างบ้านเพื่อน แล้วไม่ยอมบอกพ่อก่อน ทำให้พ่อผมต้องเป็นห่วงอยู่หลายครั้ง
พ่อผม ไม่เคยขัดข้อง กับการไปเที่ยวของผมเลยสักครั้ง อยากไปก้อให้ไป
ดูเหมือนว่าพ่อเราจะปล่อยเรา ไม่เป็นห่วงเรา แต่เราก้อรู้ดีว่าพ่อเรารักเรามาก
ทุกวันนี้ก้ออาจจะมีสิ่งเล็กน้อยที่พอตอบแทนพ่อได้บ้าง อย่างเช่น นวดให้พ่อ ตั้งใจเรียนหนังสือ และ ทำตัวให้ดีให้พ่อภูมิใจ
ทุกเหตุการณ์ดังกล่าวข้างบน ถ้าผมเป็นพ่อตอนนั้น ผมคงระเบิดแล้วแน่ๆ
แต่พ่อผมไม่ทำอย่างนั้น พ่อผมรู้จักเงียบ รู้จักข่มความโกรธ เพราะอย่างงั้นมั้ง ผมเลยหยิบ skill นี้มาใช้กับผมเอง เวลาเราโกรธก้อจะเงียบๆไป
แต่ไม่ใช่เงียบตลอดหรอก ก้อต้องส่งสัญญาณให้รู้ว่า อืม.. เราโกรธนะ อะไรประมาณนี้
---------------------------------------------------------------
แปลกนะ... คนเราเวลาพ่อเราอยู่ด้วยกันกับเรา ไม่ยักกล้าที่จะบอกรักพ่อ
แต่พอพ่อจากเราไปแล้ว บอกรักแทบเป็นแทบตาย
บอกรักตอนไหนที่จะทำให้พ่อเรามีความสุขล่ะ คงไม่ใช่ตอนที่ท่านจากไปแล้ว
ใช่มั้ยล่ะ...
----------------------------------------------------------------
ปล. รักพ่อขึ้นทุกวันๆ
December 04 14 : ท่านหญิงไทยแลนด์บุ๊คทาวเวอร์เมื่อวาน (วันอาทิตย์) ไปทำงานมาครับ เป็นงานสารคดีท่องเที่ยว
หรือพูดให้ง่ายๆ ก้อคือไปเที่ยวนั่นละครับ อิอิ
วันนี้ไปกับเพื่อนที่ รร. รวม 4 คน
ประวัติสถานที่ทั้ง 2 ที่ที่จะไปเที่ยวนะครับ
-ท่านหญิง
เป็นชื่อของร้านอาหารระดับชั้นสูง เปิดตอน 11.00-22.00 (ส่วนใหญ่ร้านนี้คนจะมากินตอนหัวค่ำ และเวลาหัวค่ำ แสงสีหน้าร้านจะสวยมากๆๆๆ)
นอกจากนั้นร้านนี้ยังเป็นร้านของคนชั้นสูง ที่เคยมีระดับคนชั้นสูงของต่างประเทศมากินนักต่อนัก อาหารส่วนใหญ่จะเป็นแนวไทยเดิม
เมนูที่แนะนำก้อคือ หมี่กรอบที่บีบมะนาวสักนิดจะกลมกล่อมติดใจ อา... นึกถึงแล้วก้ออยากไปกินอีก...
ติดตามรายละเอียดที่ละเอียดสุดละเอียด
-ไทยแลนด์ บุ๊ค ทาวเวอร์ (TBT)
อยู่ตรงสาทร เป็นเมืองหนังสือแห่งแรกของโลก รวบรวมหนังสือไว้ได้อย่างหลากหลาย อาคารที่บรรจุหนังสือมี 7 ชั้น ดังนี้
ชั้น1- หนังสือแนะนำ หนังสือใหม่ หนังสือขายดี
ชั้น2- วรรณกรรม นวนิยาย
ชั้น3- ไลฟ์สไตล์
ชั้น4- เด็ก
ชั้น5- ความรู้คู่เด็กเกรียน
ชั้น6- การ์ตูน (เยส)
ชั้น7- มีซีดีการ์ตูนที่เด่นๆคงเป็น tiga ที่ผลิต conan ออกมาเพียบพร้อม
นับว่าน่าไปมากๆ นอกจากนั้นชั้น 5 ยังมีร้านกาแฟอร่อยๆให้เราไปแวะทานอีก อา... สวรรค์
รายละเอียดที่นี่
-------------------------------------------------------------------------
ว่าแล้วก้อเริ่มออกเดินทางจากโรงเรียนกรุงเทพคิดเกรียนของเรา เดินไปผ่าถนนสาทรเลี้ยวซ้ายตรงไปเรื่อยๆ ไม่นานเกินรอ ก้อจะเจอ TBT
ก่อนหน้านี้เราได้มาทำการติดต่อไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงได้มีโอกาสรู้จักพี่ซิน (ชิษณุชา) ฝ่ายการตลาดและประสานงาน
วันนี้ก้อได้เจอพี่เค้า พี่เค้าเป็นคนอ้วนๆ ดูแล้วใจดี แต่กว่าจะไปถึงเจอพี่เค้าก้อเกือบ 4 โมงเย็นแล้ว
ซึ่ง 4 โมงเย็น คือเวลาที่เรานัดร้านอาหารท่านหญิงไว้ คือต้องไปก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวท่านหญิงจะเอ็ดตะโรเอาได้
ก้อรีบวิ่งจาก TBT ไปท่านหญิงก้อไม่นานมาก 10 นาทีถึง...
ไปถึงหน้าร้านก้อมีผู้ช่วยกัปตันมาต้อนรับ คือเขาก้อรู้ดีว่าเราจะมาถ่ายทำสารคดีท่องเที่ยวที่ได้คุยกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงเชิญกัปตันออกมา
ขอบอกว่า... อยู่ในร้านเกร็งเหรี้ยๆ จะหยิบแก้ว ช้อน จาน ยังหยิบไม่ถูกเลย ถ้าพลาดทำช้อนหล่นไปกระทบกับจานเสียงดัง "แก๊ง"
มันจะดังลั่นทั้งร้าน เพราะในร้านจะเงียบมากดูเป็นผู้ดี๊... ผู้ดี
ว่าแล้วก้อสั่ง ปอเปี๊ยะทอด 5 ชิ้น (100 บาท) และหมี่กรอบ (120 บาท) น้ำเปล่า refill
ระหว่างนั่งรอก้อถ่ายรูปบรรยากาศในร้านที่สวยงามมากๆ ขนาดการจัดโต๊ะยังสวยเลย มีแก้งไวน์ ช้อนชาม ประดับ นึกภาพไม่ออกดูในเว็บเขาได้
มาแล้วอาหาร 2 จาน ก้อกินกันไป อ้อ หมี่กรอบต้องบีบมะนาวเพิ่มหน่อยนะ จะได้รสชาติที่อร่อยกลมกล่อมคุณกัปตันเค้าบอกมา..
ว่าแล้วก้อกินไป ถ่ายรูปถ่ายวิดีโอ ในที่สุดก้อขอบคุณเขาที่เอื้อเฟื้อสถานที่ให้เรา แล้วก้อเดินออกมาจากร้าน
ไม่ได้จ่ายตังค์ !!!
เพื่อนเรารีบวิ่งกลับเข้าไปในร้านใหญ่เลยเพื่อที่จะจ่ายเงินเพราะเกรงใจ กัปตันก้อบอกว่า "ไม่เป็นไรนี่ครับ มาเพื่อทำการศึกษาเฉยๆ เงินไม่ต้องก้อได้ครับ"
เดววันหลังจะมาทำการศึกษาบ่อยๆ อิอิอิ (อะล้อเล่น ครับกัปตัน...)
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ไปเที่ยวร้านอาหารท่านหญิงเสร็จแล้วก้อกลับมาที่ TBT อีกครั้งหนึ่งเป็นเวลา 5 โมงเย็นพอดี
ก้อถ่ายทำในแต่ละชั้น ไป จนมาสะดุดชั้น 5 ที่เป็นร้านเครื่องดื่ม เรากับเพื่อนอีกคนจึงหยุดพัก ให้เพื่อนอีก 2 คนขึ้นไปทำงานต่อ เราก้อกินน้ำสบายใจ
เพราะว่าถ่ายทำชั้นล่างๆ เราก้อทำกน้าทีพิธีกรมาอย่างครบถ้วนแล้ว...
ตก 6 โมงเย็น ทุกอย่างก้อเสร็จสิ้นเรียบร้อย ก้อขอบคุณพี่ซินที่มาให้ความรู้และเอื้อเฟื้อสถานที่ให้พวกเราได้มาถ่ายทำสารคดีกันนะครับ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
หลังจากนั้นก้อแยกกันไป ไม่นาน ฉงนก้อโทรมาอีกครั้ง เพื่อจะชวนไป mbk
เราก้อถามว่ามีใครบ้าง ฉงน ก้อตอบว่ามี ตัวมัน กับ เฟกมากี
ว่าแล้วเราก้อไม่ไปดีกว่า...
เป็นวันหยุดที่แปลกอีกวันนึง ที่แปลกก้อเพราะว่าไม่ได้ไป mbk
แค่นั้นเอง...
December 03 13 : ไม่ไหวนะ... กานต์กานต์ เลี้ยงถนอม
คือชื่อจริงของกานต์ ชื่อเล่นกับชื่อจริงมันเหมือนกันนั่นแหละ
คนๆนี้มีอะไรน่าเผาหลายอย่าง
วันนี้ไปกินโออิชิมา
บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แก่...
เรา ดีเจป๊อป ฝ้าย ถม พี่น๊อต โชโคล่า ฉงน บักกัน และ กานต์
กานต์เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี ประมาณว่า มีคนยืนดูตู้กลองอย่างมีความสุขอยู่ กานต์สามารถเข้าไปทัก และบอกว่า "ไอ่เพลง model dd4 มันยากมาก"
คนฟังมันคงคิดว่า "อะไรนะ โมเดลกันดั้มที่ดีดีเหรอ อืม... ต่อยากมาก"
นอกจากนั้น กานต์ยังเป็นคนที่รู้จักรับผิดชอบสูง
วันนึง ฉงนไปถามกานต์ว่า "กานต์ ครับ (สำเนียงพี่สอง พาราดอกซ์) รู้สึกว่า... กานต์จะเหยียบแรงไปหน่อยนะครับ"
กานต์เกาหัวหนึ่งที พร้อมขยับแว่นเป็นจังหวะ right on time ก่อนตอบว่า "อ๋อ ถ้าเป็นตู้ 4 กุเหยียบไม่ดังนะ แต่ถ้าตู้ 6 เหยียบไม่ดี แต่ก้อไม่ดังมาก"
แน่ะ มีโทษเหยียบ...
ฉงนซักต่อด้วยสำเนียง พี่สอง พาราดอกซ์ "แน่ใจเหรอ แต่ตะกี้เค้าเห็นกานต์เหยียบไม่เบาเลยนะ"
กานต์เอามือเกาหลัง และนำมือดังกล่าวมาขยับแว่นอีกครั้ง ตอบว่า "อ่อ มีบางเพลงที่กุเหยียบดัง"
อ่าว ไอ่ฟังกี้ ไหนบอกเหยียบไม่ดัง ยังไงมึงเนี่ย ระหว่างคิดในใจ กานต์ก้อเกาหัว แล้วไปเล่น ez ต่อ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
6 โมงเย็น
"เดวกุจะกลับแล้วนะ" กานต์บอก แต่ก้อยังนิ่งเฉย
"ยศ... กุกลับแล้วนะ กลับแล้วนะทุกคน บาย..." อืม... ทุกคนก้อลา
สักพักกานต์เดินยังไม่ผ่านตู้ ez ก้อเข้าไปหยอดเหรียญเล่น แล้วก้อเดินกลับมาเข้าวงเราอีกครั้ง !???
ไหนบอกกลับ...
2 ทุ่มกว่า
บุคคลที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นก้อพร้อมใจกันไปกิน โออิชิ ราเมน ด้วยเหตุผล เรื่อง ซูชิ 10 บาท ที่ได้กล่าวไว้ในเรื่องก่อนๆ
*เรื่อง ซูชิ ติดตามรายละเอียดในเรื่อง "เรื่องควรโกรธ" เอานะครับ*
ตอนแรกทุกคนยกเว้นเรา เปิบซูชิ กันหมด รวมถึงกานต์ เราเห็นดังนั้นก้อทนไม่ไหว ... เอาวะ กุกินมั่ง
ซัดไป 50 บาท ได้ ไข่หวาน ปลา ปูอัด สาหร่าย กุ้ง และอื่นๆ มาก้อ...
อืม... เยอะดี
ตอนนี้คำนวณตังค์ไว้แล้ว ตอนนี้มีอยู่ 160 บาท กินซูชิ 50บาท ราเมนเต้าหู้ กะน้ำฉงน 70-80 บาท ประมาณนี้
คิดว่าคงเหลือซัก 20-30 บาทไว้กลับบ้าน
ที่ไหนได้... เรายังกินไม่เสร็จเลย มันรีบไปจ่ายตังค์กันก่อน ทิ้งกุกับถมไว้สองคน เลยไม่รู้ว่าที่แคชเชียร์มีเรื่องมีราวอะไรกันบ้าง
แต่คิดว่าคงวุ่นวายน่าดู เลยรีบกินแล้วไปเคลียร์ตังค์เลยดีกว่า จะได้รักษาผลประโยชน์ตนเอง
ขณะไปจ่ายตังค์เรามีอยู่ 110 บาท เลยควักไป แบงค์ 100 บาท
เงียบ ไร้ร่องรอยตังค์ทอน
เหลือ 10 บาท ... เลยทักท้วงไปว่า อ้าว ทำไมไม่ได้ตังค์ทอนล่ะ
"ก้อพอดีนี่คะ" หันไปหาทุกคน ทุกคนต่างก็กล่าวว่าจ่ายของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้มีบุคคลกลับก่อนแล้ว 2 คนคือ ดีเจป๊อป กานต์
ดีเจป๊อปหลุดจากข้อหาผู้ต้องสงสัย เพราะเราเห็นมันจ่ายตังค์กับตา จะเหลือใครล่ะ...
ไอ่ฟังกี้ โซนิค เวิลด์ เมิงง... แดกอะมิโน โอเค้ ฟรีนะ -*-
เนียลมากๆ
กุก้อว่าแปลกๆตั้งแต่ตอนแรกแล้ว เหมือนวิญญาณมากีมันเข้าสิง
เพราะตอนกินซูชิกัน กานต์เอาแต่พูดว่า "เห้ยย... ถ้ากินไม่ไหว กุขอนะ , มา... เดวกุกินเอง"
มันมากีชัดๆเลยง่ะ
-*- -*- -*- -*- -*- -*- -*- -*- -*- -*- -*- -*- -*- -*- -*- -*- -*- -*-
เอาเป็นว่าไม่คืนตังค์ไม่ว่ากัน วันนั้นต้องไปกดมาเลย 200 หลังจากไม่ได้กดมาครึ่งปี...
ใครอยากไปกินข้าวกับกานต์ ต้องระวังนะ วิญญาณมากีอาจเข้าสิงได้
สุดท้ายนี้
-----------------------------------------------------------------------------
กลอนกานต์-กานต์กลอน
-วันนี้ไม่น่าเลยนะฟังกี้
โดนมากีผีชอบแงะเข้ามาสิง
กานต์คงจะไม่รู้ตัวจริงจริง
ฉวยฉกชิงเงินคนอื่นไปได้ไง
-อยากจะเตือนกานต์ไว้ว่าอย่าแงะ
อย่ากระแดะทำตัวเหมือนคนนั้น
อย่าทำตัว "เกริ๊บ" "koi" เหมือนกับมัน
อย่าเพ้อฝันเพราะว่ามันไม่เป็นจริง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ผมยังรักพี่มากีจริงๆนะ
ขอบคุณครับ December 02 12 : งีมาแก๊ะ ดาราเกาหลีคนใหม่ของเรากีมากลอน
-อันจะกล่าวถึงมากีที่ชอบแงะ
ชอบกระแซะอาหารของชาวบ้าน
แย่งของคนอื่นกินหมดตูดบาน
กินหมดจานท่านไม่เหลือให้กูเลย
-วิธีแงะนั้นก็ไม่ได้ยาก
ถ้าท่านอยากจะแงะฟังทางนี้
ขอเผยสูตรแงะคนถูกวิธี
แนบเนียนดีไม่มีใครรู้ได้เลย
-ขั้นที่หนึ่งตีหน้าตายทำเป็นนิ่ง
กินแล้วชิ่งเป็นวิธีสุดคลาสสิก
คนโดนแงะสะอื้นร้อง"ซิกซิก"
อยากให้มิกกระโดดเหยียบให้หัวแบน
-ขั้นที่สองตีสนิทกับเพื่อนเพื่อน
อย่าเพิ่งเถื่อนทำตัวเหมือนนิสัย
ค่อยค่อยคุยค่อยค่อยพูดกันเรื่อยไป
พอมันเผลอก็แงะได้สบายจริง
-ขั้นที่สามคอยสอดส่องตู้เกมไว้
พอเห็นใครหยอดเหรียญไว้ทำตัวนิ่ง
พอเขาเผลอเรารีบเล่นแล้วก็ชิ่ง
คนหยอดเหรียญงงจริงจริงใครแงะไป
-ขั้นที่สี่ให้ไปกินข้าวกับเพื่อนมิตร
พอร้านปิดก็เก็บตังค์กันซะที
บอกเพื่อนว่ากูจ่ายตังค์กับป๊อปไว้แล้วนี่
ไอ้หน้าหีพูดได้ไงไม่อายตัว
-ขั้นที่ห้าให้หาบ้านเพื่อนไว้
หาทางไปให้ได้สุดชีวิต
พอไปถึงบ้านเพื่อนอย่าเพื่งคิด
ที่จะแงะเพื่อนมิตรเพื่อนร่วมตาย
-ให้ทำตัวตีสนิทเพื่อนเราไว้
มันหลับไปเปิดตู้เย็นได้เลยหนา
ของกินมีมากมายกับข้าวปลา
สุขอุราแงะเพื่อนได้สบายจริง
-จะกล่าวถึงงีมาแก๊ะดาราใหม่
ตัวไม่ใหญ่ค_ยไม่ยาวอย่างที่คิด
ไปทำผมทรงใหม่เหมือนคนโรคจิต
วิปริตพิสดารอบ่าบอกใคร
-เฟกมากีเห็นผมเข้าไม่ยอมแพ้
โกนหัวไปก็ดูแย่พอพอกัน
ขอให้ผมของทั้งคู่ปรับปรุงพลัน
เปลี่ยนไม่ทันคนเป็นลมดมตดเอย
-เฟกมากีไม่ค่อยมีผลงานมาก
แต่อยากให้มากินข้าวด้วยกันหน่อย
มาทีไรกินข้าวก่อนอยู่บ่อยบ่อย
นั่งอร่อยอยู่คนเดียวไม่ดีนะ
-แต่ก็ดีที่คุณเฟกกินข้าวเอง
ไม่แงะของใครอื่นเป็นของตน
จะกล่าวถึงคนทำตัวสัปดน
แงะของคนอื่นอื่นหน้าชื่นเอย
-แงะขั้นโปรชื่อบิ๊กใส่แจคเกต
โคตรทุเรศแงะกันได้ซึ่งๆหน้า
พี่ปุ้ยซื้อicezมาสุขอุรา
แงะเข้ามาสูบน้ำหมดพี่ปุ้ยเซ็ง
-แงะบิ๊กเคยมาแย่งเกมคนอื่นเล่น
แล้วก็เผ่นออกไปไร้ร่องรอย
แป้งก็ต้องทำหน้าสุดเศร้าสร้อย
โดนคนถ่อยแงะไปไม่รู้ตัว
-นอกจากนั้นยังเคยไปบ้านคนอื่น
หน้าชื่นมื่นกูเชิญมึงซะเมื่อไหร่
เพื่อนทุกคนร่วมมือกันทำเนื้อไก่
แม่งแงะไปมากสุดตูดจริงจริง
-ช่วยทำไก่ไอ่แงะก็ไม่ช่วย
ไอ้หัวค_ยนั่งเล่นเกมคอมพ์อยู่นั่น
เพื่อนคนอื่นทำไก่ย่างลำบากกัน
ทำเสร็จพลันมันแงะไปอุบาทว์จริง
-วีรกรรมของบิ๊กมีอีกมาก
แต่กระดากไม่อยากเล่าให้ฟังกัน
เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้หลังไมค์พลัน
เม้าท์กันมันส์แน่แน่ผมรับรอง
-จะกล่าวถึงวีรกรรมงีมาแก๊ะ
แงะมากีคนเกาหลีแงะรุ่นสอง
แงะคนนี้มืออาชีพขั้นมือทอง
แงะของคนอื่นมามากเก่งจริงจริง
-มากีเขาชอบเล่นเกมดีดกีตาร์
เขาคุยว่าเล่นเก่งขั้นชำนาญ
ไปเล่นตู้ป๊อปฮีโร่ยืนตูดบาน
รออยู่นานไม่เล่นสักกะที
-วีนนี้พี่เอา mem เกมนี้มา
จะมาเล่นกันไหมคุณน้องน้อง
น้องถามว่าพี่เอาแผ่นมารึเปล่า
พี่ตอบว่าไม่เอามาบ้าจริงจริง
-เอาแต่ mem ไม่เอาแผ่นมาเล่นกัน
สุดงงงันแล้วจะคุยกันทำไม
ก็รู้ว่าอยากโชว์มากใช่ไหม
ไปเอาแผ่นมาสิจะคอยดู
-มากีมีอยู่หลายสปีชีส์
เฟกมากี มากีเกิร์ล มีมากมาย
ทั้งสามคนเล่นกีตาร์ดิ้นกระจาย
อยากจะตาย wailing กันมันจริงจริง
-มากีเคยจัดงาน ez league
แต่หลบหลีกไม่ยอมทำงานสักนิด
มีสมองเอาแต่มานั่งคิด
ชลสิทธิ์ต้องทำงานอยู่คนเดียว
-พอจัดไปก็คุยโอ้โม้กันใหญ่
คุยกันในงาน farewell เฮ้วหนักหนา
พอมาจัดจริงๆกูแทบบ้า
มีคนมาร่วมงานสองสามคน
-จัดงานไปไม่นานมันก็สุดทน
เพราะคนน้อยจริงจริงเราก็เห็น
ด้วยเหตุนี้มันจึงมีเหตุจำเป็น
ต้องเลิกเล่นเลิกล้มโครงการไป
-จำได้ว่ามากีเคยแต่งนิทาน
ลงบอร์ดอ่านทุกคนก็สุขใจจิง
คุยโม้ว่าจะทำเป็นหนังสือจริง
พูดแล้วชิ่งไม่ทำต่อมันยังไง
-อยากจะบอกว่าทุกสิ่งมันไม่ง่าย
คิดแล้วได้มันไม่มีหรอกนะครับ
ต้องลำบากสั่งสมและรองรับ
และปรับปรุงกว่าจะได้งานนึงมา
-พูดอย่างเดียวแล้วงานมันจะมีไหม
พี่ไม่ใช่แม่มดที่เสกสรรได้
เราเป็นคนต้องอดทนอยู่ร่ำไป
ขอเตือนไว้ในเรื่องนี้อย่าใจร้อน
-ผมรู้ว่าพี่เป็นคนหลากความคิด
ชื่อ"สาธิต"หัวสร้างสรรค์กันจริงหนา
พี่เป็นคนทำให้เพื่อนได้เฮฮา
จนถึงกับยอมบ้าฮาจริงจริง
-ยังรำลึกถึงกลุ่มของกุ๊ยช่าย
หลากหลายเพลงที่เราได้สร้างสรรค์ไว้
แล้วไอ่เรื่องอัลบั้มหายไปไหน
ทำไมพี่ไม่ยอมรับผิดชอบเลย
-มันสะสมเป็นดินพอกหางหมู
ลามถึงจู๋แล้วมั้งไม่แน่ใจ
มันเยอะจริงเรื่องที่พี่สั่งสมไว้
ไม่แก้ไขไม่ทำไปทิ้งไว้เฉย
-และแล้วก็มาถึงบทสุดท้าย
ยศยังรักเจ้านายนี้มากที่สุด
ผมขอให้พี่มากีไม่เป็นตุ๊ด
และต้องหยุดความเป็นเกย์ไว้นะเอย
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ก้อจบไปแล้วสำหรับกลอนมากี ซึ่งกลอนนี้คงจะบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้รู้จักกับมากีไว้อย่างครบถ้วนแล้วนะครับ
ขอบคุณที่อ่านครับ |
|
|