Yosapol's profileHostChan* ~My Dairy Life...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 30 11 : มากีบุกบ้านป๊อปคำตอบต่อจากตอนที่แล้ว...
มากีไปบ้านไอ่ป๊อปครับ และคงเป็นครั้งเดียวที่มากีจะได้มาเหยียบบ้านหลังนี้
ปกติเราไปบ้านป๊อปก้อไปเล่นเกมสนุกๆ แต่วันนี้มากีไปด้วยรู้สึกแปลกๆ
สนุกไป เหม็นไป ตอนนั้นป๊อปยังไม่รู้สึกหรอกเพราะยังไม่ชิน
แต่กุทนกับมากีมา 3 วัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เต็มๆแล้ว
คือหลังจากที่มากีกลับออกจากบ้านผมไป แม่ผมต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเตียงนั้นใหม่เลย
ทั้งๆที่ 1 เดือนจะเปลี่ยนแค่ครั้งนึง วันนั้นยังเปลี่ยนไม่ถึง 4-5 วัน ต้องเปลี่ยนใหม่อีกรอบ มันเน่าจริงๆ ครับ
กลับมาบ้านป๊อปต่อ...
เราก้อเล่นเกมกันกับมากีไปจนถึงค่ำ ก้อได้เวลาอาบน้ำของทุกคน ทีนี้บ้านป๊อป ห้องน้ำมันก้อหรู อยู่แล้วขนาดบ้านมันยังหรู คือประมาณว่าหรูกว่าบ้านเราอีก
ในใจเราก้อคิดว่า "เอาวะ บ้านกุทำให้มากีหอมไม่ได้ บ้านไอ่ป๊อปต้องทำได้น่า"
และแล้วมากีก้อเข้าห้องน้ำ อีกไม่นานเกินรอ มากีก้อออกมา ผลปรากฏว่า
ยังเหม็นครับ !!!
เราก้อยังทนต่อไปกับความเหม็นที่ชินชา ไม่รู้ตอนนี้จมูกป๊อปจะเริ่มตะหงิดๆบ้างแล้วหรือยัง
ตกกลางคืน คืนนี้เองมั้งที่มากีได้ไปร้อง กุ่ยช่ายในผัดไท กับ อาย ออฟ สวัสดี (ก้อเหี้ยดี)
คือมากีมันทุ่มเทกับการร้องมาก เรากับป๊อปต้องออกไปอยู่นอกห้องเล่นคอม ให้กีมันนั่งแหกปากคนเดียวจนเพลงจบ
ดูไกลๆ เหมือนคนบ้าว่ะ ... พูดตรงๆ 555+
และแล้วก้อร้องเสร็จ ตัดต่อตรงเสียงแตกบ้าง เสียงไม่ชัดบ้าง จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ส่งผลลงบอร์ด jammania อย่างที่ทุกคนคงได้ฟังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เสร็จก้อเที่ยงคืนกว่าๆ ก้อนอนกัน ...
โดยปกติห้องนอนป๊อป จะเป็นเตียงคู่ ทุกครั้งที่เรามาค้างบ้านป๊อป จะได้นอนเตียงข้างบนตลอด แต่วันนี้ถูกลดชนชั้นให้ไปนอนบนพื้นกับมากีนะครับ..
รุ่งเช้า
มากีเป็นคนนอนตื่นสายที่สุด ต้องปลุกถึงจะตื่น ไม่งั้นคงเป็นปลาหมึกเน่าขึ้นอืดอยู่ในห้องนอนป๊อปแน่ๆ
จนถึงซักเวลาเที่ยงมั้ง ป๊อปถูกแม่เรียกออกไปคุยอะไรบางอย่างในที่ลับตาคน คุยอะไรกันไม่รู้เลยนะ นานพอสมควร
แล้วก้อกลับเข้ามาในห้อง ป๊อปมีกิริยาอาการแปลกขึ้น ป๊อปถูกวิญญาณหมาเข้าสิงครับ
เรากำลังนั่งเล่นเกมอยู่ ป๊อปก้อมานอนบนโซฟาข้างๆ เอาจมูกมาฟุดฟิด ดมกลิ่นเรา
คือป๊อปพยายามจะหาเรื่องคุยกลบเกลื่อนแต่เราก้อรู้ละ ว่าเขากำลังดมกลิ่นเราแน่ๆ
ดมเราไม่นานป๊อปก้อหาไปที่มากีซึ่งนั่งเล่นคอมพ์อยู่ เข้าไปยืนใกล้ๆ มันก้อคงดมแหละ
พอป๊อปปฏิบัติภารกิจเสร็จก้อนิ่งเงียบไป และเดินออกไปจากห้องอีกครั้ง
ตกบ่าย 3 ป๊อปกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งบอกพวกเราสองคน ยศกับมากีว่า
"วันนี้ค้างไม่ได้แล้วนะ(คือเราทั้งสองตกลงจะค้างกันที่นี่อีก 1 วัน)เพราะเดววันนี้ญาติเราจะมาที่บ้านมาใช้ห้องนอนห้องเรา ห้องจะไม่ว่าง เพราะฉะนั้น เย็นนี้ต้องกลับนะ"
เราทั้งสองคนฟังดังนั้น ก้อถอนหายใจ เย็นนั้นก้อต้องสละบ้านป๊อปกลับกันไป โดยมีรถคนขับรถบ้านป๊อปไปส่ง
เย็นนั้นก้อได้แยกกับมากี ซะที
หลังจากแยกกับมากีไม่นาน เสียงโทรศัพท์ของผทก้อดังขึ้น เป็นสายของป๊อปที่เพิ่งให้ผมกลับบ้านไปเมื่อกี้
"ฮัลโหล ว่าไง" เราก้อทักไป ป๊อปตอบว่า "ไอ่เรื่องที่บอกว่าญาติจะมานอนห้องนอนเราน่ะ โกหกนะเว่ย"
"อ่าว ทำไมโกหกล่ะวะ" เราถามอย่างงงๆ ป๊อบตอบ"คือเราจะบอกว่า"
"ว่าอะไร" เราถามต่อ ป๊อปตอบว่า...
"กลินตัวพี่มากีโคตรเหม็นเลย กุเลยต้องสร้างเรื่องโกหกให้มากีออกจากบ้านไป เนี่ย แม่บ้านกุมาฉีดน้ำหอมห้องนั่งเล่นกุ กลิ่นยังไม่หายเลย
ไว้วันกลังเดวเราจะชวนมาบ้านใหม่นะยศ"
เราได้ยินอย่างนั้นก้อฮาแบบฉุดไม่อยู่ ... คือโกหกได้เนียลมาก แต่เรื่องความเหม็นของมากี ก้อเป็นอันยังไม่ได้บอกมากีไป
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
นี่ พี่มากี... ได้มาอ่านสเปซนี้ แล้วก้อปรับปรุงนิดนึงก้อดีนะ ผมว่าทุกคนคงเห็นอย่างเดียวกับผมว่าตัวพี่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์อยู่
ผมยังรักพี่เหมือนเดิม ในฐานะรุ่นพี่ และผู้คอยให้คำปรึกษาผม และทำให้ชีวิตผมมีสีสันมากขึ้น ที่สำคัญพี่เป็นคนที่มีความอดทนสูง ซึ่งหาได้ยาก เป็นคนที่น่านับถือจริงๆครับ...
ขอบคุณครับ
10 : มากีมาเยือนย้อนไปสมัยแก๊งกุ๊ยช่ายตั้งมาไม่นาน ก้อมีมากีเป็นหัวโจกแก๊ง
วันศุกร์สุดสัปดาห์วันนึง ได้เจอมากี ก้อเล่นมิวสิกเกมด้วยกัน แต่วันนั้นดูน่ากลัวๆ เพราะเหมือนมากีกำลังจะหาบ้านใครสักคนค้างด้วย
เอาล่ะสิ เราจำไม่ได้หรอกนะ ว่าใครไปเล่นด้วยวันนั้นบ้าง แต่เหมือนทุกคนจะปฏิเสธกับการให้มากีค้างที่บ้านเกือบทุกคน
ก้อเหลือเราคนเดียว...
เอาละสิ เราก้อขัดศรัทธาใครไม่ค่อยเป็นอยู่ด้วย ก้อเลยให้ไปค้าง
เวลานั้นประมาณ 4 ทุ่มได้ ก้อกลับถึงบ้าน (คอนโด)
เริ่มเข้าห้องมากับมากี กลิ่นอะไรมันตุๆวะ เลยพยายามจะหลบมากีไป แล้วยกตีนตัวเองมาดม ก้อไม่ใช่กลิ่นตันกู
ตอนนั้น 4 ทุ่มมีแม่อยู่บ้านคนเดียว เลยจะถามแม่ว่าได้กลิ่นอะไรรึเปล่า
ยังไม่ทันถาม "ลูก ได้กลิ่นอะไรแปลกรึเปล่าๆ" แม่ถามย้อนผมก่อนที่ผมจะถามเสียอีก
สักพักผมก้อให้มากี มาแนะนำตัวกับ แม่ ก้อสวัสดีครับกันไป
ตอนนั้นเรายังไม่มีคอมพ์ เครื่องที่พอจะให้ความบันเทิงแก่แขกที่มาเยือนได้ ก้อคือ play station 1
วันนั้นผมหยิบมิวสิกเกมที่ผมชอบในเพลย์ 1 มาให้มากีเล่นคือ เกม stolen song
stolen song เป็นมิวสิกเกมที่อิงจากวงดนตรีจริงของ โทโมยาสุ โฮเต
เรามีหน้าที่เป็นมือกีตาร์ของวง ตัวเกมเล่นไม่ยากเลย ใช้ปุ่ม o ปุ่มเดียวครองโลก คือปุ่มเดียวก้อเล่นได้ทั้งเกม
แค่ดีดให้มันตรงจังหวะเป็นพอ แต่สนุกมากๆ เพลงก้อเพราะ โดยเฉพาะ poison เพราะมากๆ
ส่วนเนื้อเรื่องก้อไม่อยากบอกมาก อยากให้ไปหาเล่นกันเอง (ชื่อเกมมันก้อบอกอยู่แล้วนะ ว่าเนื้อเรื่องมันจะเป็นยังไง)
อืม... ก้อให้มากีเล่นไปสักพัก ถึงเที่ยงคืน กุเริ่มทนกลิ่นมากีไม่ไหวแล้ว เลยขอหลบหน้าหนีไปอาบน้ำให้สดชื่นก่อน
พอออกมาก้อให้มากีไปอาบน้ำ ในใจก้อคิดว่า มันอาบน้ำ ออกมากลิ่นมันคงหอม ทีนี้ก้อจะคุยกันสะดวกมีชีวิตชีวาขึ้น
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด มากีเดินออกมาจากห้องน้ำกลิ่นตัวมันก้อยังเหม็นอยู่ดี
ไอ่นี่อาบน้ำรึเปล่าเนี่ย ใครที่เคยไปบ้านผม อย่างพี่ถมคงจะบอกได้ว่า เครื่องอาบน้ำบ้านผมมีครบเครื่องแค่ไหน
นี่ไม่ได้อวดนะ แต่จะบอกว่ามันก้อเพียงพอที่จะทำให้คนเราเนื้อตัวสะอาดได้ ฝักบัวก้อมีให้สะดวกจะตาย
ทำไมมากีออกมามันยังเหม็น...
เราก้อไม่กล้าไปบอกตรงๆ กลัวจะเป็นการทำร้ายน้ำใจหัวหน้าแก๊งกุ๊ยช่าย ก้อทนเหม็นต่อไป เอาละ ประมาณตี3-ตี4 ได้เวลานอน
ก่อนนอน มากีอยากจะตอบแทนความบันเทิงให้เราบ้าง เพราะให้ความบันเทิงแก่มากี โดยการเล่น stolen song (คือวันนั้นเล่นเกมนี้จนจบเลย)
มากีหยิบวอล์กแมนมาจะให้ฟังเพลง ว่าแล้วก้อนอนบนเตียง 2 ชั้น แต่ชั้นบนของเตียงมันไว้ใช้วางของ
เลยต้องนอนกับมากีใต้ร่มผ้าห่มกันสองต่อสอง เหม็นจริงๆ
มากีหยิบวอล์กแมนมาใส่หูเราข้างหนึ่งมากีฟังอีกข้างหนึ่ง ก้อฟังไปสักพัก 10-15 นาที
ฟุ่บ เครื่องเสีย อ่าว เย็ดแม่ กุให้มึงบันเทิง 3-4 ชั่วโมง มึงให้กุ 15 นาทีเองเหรอ
จะเรียกมากี แม่งก้อหลับ แถมนอนกรนอีก ไม่ใช่กรนเบาๆ กรนแข่งกับพ่อกุที่อยู่อีกฝั่งได้เลย
กว่าจะได้หลับ ก้อ เกือบตี4 แต่แปลกนะ กุตื่น ตี5 อย่างนี้เค้าเรียกว่านอนไม่หลับใช่ปะ
ผมตื่น ตี5 แต่มากี ไม่ตื่น หลับสบายมาก กุทุกข์แทบตาย แล้วต้องนอนแช่นิ่งๆอีก ออกไม่ได้
ที่ออกไม่ได้ก็เพราะว่าเตียงของผมซึ่งเป็นเตียง 2 ชั้นมันติดชิดกับผนัง ผมดันไปนอนด้านในชิดผนัง ส่วนมากีมันนอนขอบเตียง เป็นทางลงเตียง
แล้วเราทั้งสองก้อห่มผ้าห่มแนบแน่น ซะด้วย ออกไม่ได้เว้ยย... โดนขัง ต้องนอนตาแข็งไปถึง 7 โมงกว่ามากีจะตื่น
พอตื่นมานึกว่าจะจบสิ้นทุกข์ มากีบอกเราว่า
"ยศ เดวพี่อาจค้างวันนี้อีกวันนะ"
หมดแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ... วันเสาร์ก้อไปเล่น mbk เจอเพื่อนฝูงมากมาย เฮฮาตามเคยนะครับ
จนถึงวันอาทิตย์รุ่งเช้าซึ่งผมต้องไปโบสถ์ ก้อนึว่ามากีจะแยก
เปล่า... ไปโบสถ์ด้วย พอเสร็จจากที่โบสถ์ มากีไปไหนต่อ ....
ติดตามชมตอนต่อไปนะครับ
9 : จบ ร.ด. ปี 1 แล้ว (2)...
การมาเรียน ร.ด. มันก้อจะมีการเช็กชื่อผู้เรียน ผู้ขาด เป็นเรื่องธรรมดา นักศึกษาก้อจะต้องเซ็นชื่อของตัวเองลงในใบเช็กชื่อ
แต่สิ่งที่ไม่ควรทำก้อคือ การเซ็นชื่อแทนให้กัน ถือเป็นความผิดร้ายแรง ทำให้นักศึกษาวิชาทหารดูไม่มีเกียรติ
และแล้วมันก้อมีคนทำ
สัปดาห์นั้นฝนตก บรรยากาศโคตรให้ คือ 2ชั่วโมงที่มาเรียน ไม่ต้องเรียนกันเลย มานั่งจับคนร้ายที่เซ็นชื่อให้เพื่อน
หมวดที่มันผิดสงสัย คือ หมวด 2 หมู่ 1 แถบประมาณคนที่ 8-9-10 เพราะในใบรายชื่อที่เซ็นมี 10 คนแต่คนมามี 9 คน
ต่อไปนี้ คือ เบาะแส มาร่วมกันจับเท็จผู้ต้องสงสัยสามคนนี้กันนะครับ
จ่า - ตอนที่ใบเช็กชื่อ ส่งมาให้เธอเซ็น เธอเห็นชื่อของคนที่มันเพิ่มขึ้นมารึยัง
นาย ก. - ไม่มีครับ ไม่มีจริงๆครับ
จ่า - แล้วเธอล่ะ คนที่สอง ตอนที่ใบเช็กชื่อ ส่งมาให้เธอเซ็น เธอเห็นชื่อของคนที่มันเพิ่มขึ้นมารึยัง
นาย ข. - ไม่แน่ใจครับ เพราะเวลาผมเขียนหนังสือ มือผมจะไปบังชื่อของคนอื่นที่เซ็นข้างบนครับ
* ในใบเช็กชื่อ เป็นใบเช็กชื่อเรียงตามลำดับ คนแรกจะเช็กด้านบนไล่ลงมาด้านล่างตามลำดับครับ
จ่า - เธอล่ะ คนที่สาม ตอนที่ใบเช็กชื่อ ส่งมาให้เธอเซ็น เธอเห็นชื่อของคนที่มันเพิ่มขึ้นมารึยัง
นาย ค. - เห็นแล้วครับ
ใคร คือ คนร้าย ครับ...
หลังจากนั้น คนร้ายก้อถูกตัดคะแนนความประพฤติไปตามระเบียบนะครับ
------------------------------------------------------------------
ต่อมา ก้อเป็นเรื่องของการตรวจผม
ให้ตายสิ ตรวจเกรียนเดือนละ 2 ครั้ง ต้นเดือน และ กลางเดือน กะจะไม่ให้ผมกุงอกเลยงั้นสิ
เรื่องของการเกรียนนั้นเกิดขึ้นในสมัย ร.6 ที่ ร.6 ไปรับเอาวัฒนธรรมของ นร. ชาวญี่ปุ่น มา
ร.6 ทรงเห็นว่าเป็นวัฒนธรรมที่เจริญ เลยให้นำมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยเราบ้าง
- -"
------------------------------------------------------------------
การสอบที่ถือเป็นเรื่องที่เลื่องลือของ ร.ด.
ตอนแรกจ่าจะบอกข้อสอบที่เป็นแนวข้อสอบ 460 ข้อ แต่จะออกในข้อสอบจริง 120 ข้อครับ
อืมม... เราก้อนั่งอ่านไป และแล้วก้อถึงวันสอบจริง
เอาละ ... ความรู้ท่วมหัวแล้ว ไม่รู้จะเอาตัวรอดรึเปล่านะครับ
นั่งลงบนโต๊ะสอบ นั่งทำไปเรื่อยๆ
เสียงของจ่า "กอไก่ งองู ขอไข่ ขอไข่ คอควาย"
โต๊ะข้างๆ จ่ามันบอกคำตอบ เราก้อเงี่ยหูฟังสิ ขณะกำลังเงี่ย ก้อหันเหลือบไปเห็นจ่าอีก 5-6 ประจำหลัก สี่มุมเมือง
บอกข้อสอบ นร. อย่างเมามัน และให้ นร. ไปกระจายข่าวสารกันเอาเอง
สอบหมอยอะไรฟระ รู้งี้กุไม่อ่านข้อสอบเตรียมตัวก้อได้ฟระ แหม่ ได้คำตอบไป เกือบครึ่งนึงของข้อสอบ
บอกได้เลยว่า
ตกก้อเหรี้ยแล้ว...
-------------------------------------------------------
ร.ด. ปี 1 ที่อยากจะเอามาบ่นให้ฟังก้อคงมีเพียงเท่านี้ การฝึก ร.ด. ยังมีอะไรสนุกอีกมากที่ไม่สามารถกลั่นออกมาเป็นคำพิมพ์ได้
เช่น การกวนตีนของจ่าที่มีหลากหลายเหลือเกิน หรือ จะเป็นเรื่องการฝึกก้อสนุกเช่นกัน
ไว้เจอกัน ปี 2 นะทุกคน
^^
November 29 8 : จบ ร.ด. ปี 1 แล้ว (1)ก้อผ่านไปแล้วครับสำหรับ 22 สัปดาห์ที่ผ่านมากับ ร.ด.
ผมรู้สึกว่าการที่เราได้เรียน ร.ด. มันเป็นสิ่งที่ดี ที่ควร ใครว่า ร.ด. ไม่ดี ไม่เห็นจะมีค่าเลย เราค้านสุดตัว
เออ... ก็จริงอยู่ที่ว่ามันเหนื่อย กลับบ้านก้อช้า กว่าจะถึงบ้านก้อ 6 โมงเย็น ไม่มีเวลาเล่นคอมพ์อีก
แต่มันมีประโยชน์ทางอ้อม คือฝึกให้เราเป็นคนมีความอดทน รู้จักอดกลั้นต่อการกวนตีนของครูฝึก และเป็นคนมีระบบมากขึ้น
เป็นการน่าเสียดายเสียอีกที่คนที่มีสิทธิ์จะเรียน ร.ด. แต่กลับไม่เรียน เพราะเวลาเรามีปัญหาอะไร exp.ความอดทนของเรามันมากอยู่แล้วไง
การแก้ไขปัญหามันก้อจะง่ายขึ้น และแก้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเราไม่มี monster ที่ชื่อว่าความโกรธเข้ามายุ่งด้วย
... และนี่ก้อเป็นสาเหตุนึงละมั้งที่ทำให้ผมอยากดูหนังเรื่อง คนใจง่าย ...
(ก็เขาชนไก่น่ะแหละ แต่พอไปพิมเป็นตัวพิมพ์ใหญ่อังกฤษด้วยกันทั้งคู่ มันดูคล้ายกันยังไงไม่รุ)
KAOCHONGAI..
KHONCHAINGAI
คนใจง่าย...
ที่อยากดูเพราะอยากไปรู้ว่า ร.ด. ปี3 มันโหดขนาดไหน การฝึกที่ศูนย์อื่นมันเป็นยังไง
เพราะครูฝึกเขาก้อกำชับมาแล้วว่าปี1 เนี่ย เบสิกมาก ไปเจอปี2 ปี3 เขาไม่มีมาอลุ่มอล่วยยังงี้หรอก โหดกว่านี้เยอะ
น่าสนใจๆ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
วีรกรรม ร.ด. ปีที่ 1
หลังจากผ่านการสอบเข้า ร.ด. อันสุดโหดมาได้ โหดยังไงเหรอ ผ่านกันจริงๆ ทั้งศูนย์ไม่ถึง 20% ที่โหดก้อมี
-วิดพื้น 26 ครั้ง 1.00 นาที
อ้อ วิดพื้นนี่ไฮเทคนะ เค้าจะมีเครื่องสีดำๆเป็นกล่องเล็กๆวางไว้บนพื้น และมีปุ่มแดงเล็กๆ อยู่
เครื่องนี้มีไว้นับคะแนนวิดพื้นโดยจะมีสายต่อไปยังหลอดไฟเมื่อกดปุ่มถูกสีแดงเข้า หลอดไฟก็จะกระพริบแสงปุ๊บ นับ 1 คะแนน
ก้อทำยังงี้ละ 26 ที... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับวิดพื้นละ
ก้อนอนตัวเราลงไปในท่าเตรียมวิดพื้น พอวิดพื้นก้อเอาอกลงไปกดกับปุ่มที่เครื่องน่ะแหละ
ห้ามลงไปนอนแช่ปุ่มที่เครื่องนะครับ แช่เกิน 5 วินาที ฟาวล์
-ซิดอัพ 40 ครั้ง 2.00 นาที
อันนี้เกมวัดดวงโคตรๆ คือถ้าใครเจอครูฝึกใจดี ก้อรอดไป ใครเจอครูฝึกกวนตีนหรือโหด ก้อนรกไป
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด
เราไปเจอครูฝึกโหด... โหดยังไงล่ะ
เอาละครับ... จะมาซิดอัพนะครับ อ่ะ ก้อนอนลงไปบนเบาะ ตุบ
ปรี๊ดด... เริ่ม ก้อซิดอัพไป
แฮ่กๆๆ ฮึบๆ แฮ่กๆ ไปเกือบสิบที
"ตะกี้ซิดอัพไม่ถูกวิธีนะครับ 10 ทีตะกี้ไม่นับ" ครูฝึกบอก
!@#$%%^&&*(()_+
พร่องมึงสิ ผ่านไปเกือบนาทีแล้วเพิ่งมาบอก ไม่มีซักคะแนน...
ก้อซิดอัพไปอย่างสุดชีวิตได้มาทั้งสิ้น 28 ทีครับ ตก !!!
- วิ่ง 800 เมตร 3.09 นาที
อันนี้ไม่มีปัญหาครับ ผ่านฉลุย 3.00 นาทีเป๊ะ ผ่านๆ
... แต่ตกอันนึง เขาก้อถือว่าไม่ผ่านน่ะสิก้อต้องแห้วไปกับการสอบครั้งนี้ อดเรียน ร.ด. ครับ T T
~ ครูหัวหน้า ร.ด. รร. เราก้อไปวิ่งเต้นให้เราได้เรียน ครูคนนี้พวกเราเรียกว่า สมจร ...
ความจริงชื่อ สมพร แต่เรียกสมจร (สมจร แปลว่าการร่วมเพศ)
อืม... ก้อขอบคุณนะที่ไปวิ่งเต้นให้ แต่แล้วมันก้อเรียกมาประชุม มาคำแรกมันพูดยังงี้เลย
"นักเรียนครับ คุณครูอุตส่าห์ไปวิ่งเต้นให้นร. เพื่อที่ นร. จะได้เรียนนะครับ นักเรียนควรจะมีจดหมายขอบคุณนะครับ
ที่ครูไปไม่ใช่ไม่เหนื่อยนะครับ ร้อนนะครับ เพราะฉะนั้น นักเรียนควรจะมีจดหมายขอบคุณนะครับ
แต่ที่ครูไปวิ่งเต้นมาได้ นี่มันเสียเวลานะครับ มันไม่ใช่หน้าที่ครูเลย เพราะฉะนั้น นักเรียนควรจะมีจดหมายขอบคุณนะครับ"
ไอ่สาดด... กรุฟังแล้วอยากจะเอาจดหมายยัดตูดมึงจริงๆเลย ทวงอยู่ได้ ยิ่งกว่ามากีทวงของขวัญวันเกิดพี่ป๊อปอีก...
สรุปแล้วก้อได้เรียน ร.ด. เย้ !!!
to be continued ...
7 : first loveไม่ค่อยอยากเขียนเรื่องนี้เท่าไร แต่ก้ออยากให้ทุกคนรู้ว่าความรักเป็นอย่างไร
และรักครั้งแรกของผมเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าเกือบทุกคนจะต้องมีรักครั้งแรก
นี่คือรักครั้งแรกของผม ที่มีสื่อรักคือตู้ ez2dj และขออนุญาตเอ่ยชื่อทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ย้อนไปปี 2002 ขณะตู้ ez 4 มาใหม่ๆ เรายังเล่นไม่ค่อยเก่งเท่าไรในตอนนั้น แต่อยู่ในระดับที่พอดูได้ละกัน
อยู่มาวันหนึ่ง แป้งเพื่อนเก่าเรา ไม่ใช่แป้ง jm ก้อพาเพื่อนของพวกตัวเองมาแนะนำอยู่หลายคน
สมัยก่อนนี้เราจะไปนั่งตากแอร์ในร้าน kob skate shop ซึ่งก้อมีแป้งน่ะแหละเป็นคนแนะนำให้เข้ามาร้านนี้
คือตอนก่อนร้าน kob skate shop คือร้านเนตที่อยู่ตรงข้ามตู้ ez ในปัจจุบัน ก้อคือมันใกล้กับตู้ ez นั่นแหละ
และเพื่อนทุกคนของแป้ง (ญ หมดนะที่กล่าวมานี้) beer pook mild pure (คนละคนกัน อย่าคิดมากชื่อนี้)
-- ญ ทุกคนที่กล่าวมาเล่น ez เป็นทุกคน --
ที่เน้นตัวอักษรข้างบนน่ะแหละ คือ my first love เธอเป็นคนผิวคล้ำ ตัวเล็กจิ้มลิ้มน่ารัก แต่ชอบต่อย คือมาทีไรก้อโดนต่อยอะ พูดง่ายๆ
ทำไมถึงไปชอบเขา ...
ก้อคงต้องตอบแบบความคิดเด็กๆ ว่า เค้าน่ารัก และเราก้อชอบเขา
คือเราชอบเขาขนาดเวลาเขาเล่น ez เราให้เขายืนอยู่เฉยๆเลย คือเลือกโหมดให้ ปรับ option ปรับ skin ให้เขาหมดตามที่เค้าชอบ
เขามีหน้าที่อย่างเดียวคือเล่น เล่น เล่น
นอกจากนั้นเราก้อยังมีการไปชอปปิ้งกันบ้าง เช้น ไป loft เป็นต้น
เธอเคยให้ของเราอย่างนึงเป็นสร้อยรูปไม้กางเขนสีฟ้าๆ เราใส่ตลอดทุกเวลาทั้งตอนนอน ตอนอาบน้ำ
และก้อมีการโทรศัพท์คุยหากัน โดยคุยแต่ละครั้ง ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ชม. และเธอจะมีเรื่องเล่าเปิ่นๆของเธอมาเล่าให้ผมฟังเสมอ
ในใจตอนนั้นผมคิดว่า อืม ... ถ้าเป็นอย่างนี้ ทุกวันแค่นี้ผมก้อมีความสุขแล้วละ
แต่แล้ววันหนึ่งเธอก้อหายไป และทิ้งจดหมายให้แนค กับ แฟน เขาเป็นผู้เอามาฝากให้ผม
-*- พวกเขาแอบเปิดอ่านเรียบร้อยแล้ว -*- ก้อเลยอยากให้ทุกคนอ่านดูบ้างนะครับ
---------------------------------------------------------
to yos from mild
14 กรกฎาคม 2545
to yos
คือว่าเราก้คบกันมานานมากแร้ว นายดีต่อเรามาก(ยกกำลังสอง)
เราขอขอบจัยนายมากที่คบกับเรานานขนาดนี้ ที่จิง
เราก้อยากหัยความสัมพันธ์มันนานกว่านี้นะ แต่มันมีสาเหตุคือ
:นายดีเกินไปสำหรับเรา นายทั้งจัยเย็น ซึ่งต่างกับเรา เวลาเราทำนาย
เช่นตี หรือ ต่อย นาย นายไม่เคยโกรธเรา เราก้รู้สึกผิดที่ทำนายขนาดนั้น
:เราเข้ากับเพื่อนนานไม่เค่อยได้ บางทีเราอยู่กับเพื่อนนายเหมือนเราเป็นส่วนเกิน
:ประเด็นสุดท้ายซึ่งสำคัญมาก คือเราไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น หมายถึง เราไม่ใช่
พวกชอบผู้ชาย แต่ที่เราคบกับนาย เพราะแค่ความอยากรู้และคึกคะนองของเรา
เอง ว่าคบผู้ชายแร้วมันดีตรงไหน ซึ่งเราก้รู้แร้วว่าเป็นยังไง อันที่จริงเรา
ควรเป็นพี่น้องกันดีกว่า ใช้ระยะเวลา 2 เดือน 27 วัน
เป็นคืนวันที่ดีสำหรับเราและนาย
*ขอบคุณสำหรับคืนวันที่ดีที่นายหัยเราเสมอ
From Mild
(พี่สาวของนาย)
23.20 น.
------------------------------------------------------------
จากนั้นไม่นาน แป้งเพื่อนเราก้อมาถามว่า เราเลิกกันแล้วเหรอ เราก้อตอบ อืมม...
ได้ข่าวว่ามีจดหมายด้วยนี่ ขอดูหน่อย ก้อให้แป้งอ่านไป แป้งฮากับคำว่า เธอดีเกินไปมาก
หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนที่กล่าวมาก้อหายไปจากวงจรชีวิตผมโดยมี jammania เข้ามาเป็นตัวแทรก
ทำให้ผมได้มีเพื่อนใหม่ๆ จนทุกวันนี้
ไม่กี่เดือนที่แล้วนี้เอง
ผมได้คุยกับ Mild อีกครั้งผ่านทางโทรศัพท์เพื่อนของผมและนัดเธอให้มาเจอที่ mbk อีกครั้ง
ถึงวันศุกร์เธอก้อมาตามสัญญา เธอก้อบอก ยศ นายไม่เปลี่ยนเลยนะ
ในใจผมก้อคิดว่า เธอ ก้อไม่เปลี่ยนไปเลยเช่นกัน
ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความเป็นเพื่อนของเราก้อยังไม่คงจากไปไหน
ผมยังคงอิ่มเอิบกับประสบการณ์รักครั้งแรกของผมจนถึงทุกวันนี้ เวลาผมนั่งคิดถึงวันเวลานั้น ผมก้อจะอมยิ้มเล็กๆเสมอ
ยังไงผมก้อจะไม่มีวันลืมคืนที่ดีวันนั้นไปได้
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ทุกวันนี้ผมมีคนที่ผมแอบชอบอยู่แล้ว แต่ยังไม่กล้าบอก ผมว่าเวลานี้เราควรจะตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่ควรจะให้ความสำคัญเรื่องความรักมากนัก
เมื่อเราเรียนจบพอมีฐานะที่จะเลี้ยงตนเองได้ นั่นแหละคือเวลาที่เหมาะที่สุดที่เราจะมีความรักกันอย่างเต็มรูปแบบสมบูรณ์
ผมคิดยังงั้นนะ
November 28 6 : เกาหลีในอากาศจะเล่าเรื่อง การแข่งขัน o2jam ที่จะไปชิงแชมป์ที่เกาหลี
ผมแข่งไปก้อได้ติด 1 ใน 3 ที่จะได้ไปเกาหลี
แต่ผมไม่ไป
เลยไปแลกรางวัลกับพี่มิ้งค์ได้เงินมาพันนึง ซึ่งผมว่าไม่คุ้มหรอก แต่ผมก้อไม่ได้คิดอะไร
ซึ่งมาคิดทีหลัง ผมก้อว่ามันน่าเสียดายมาก เพราะการไปเกาหลีมันไม่ใช่การไปเพื่อจะชนะ (แข่งให้ตายยังมันก้อพ้อยู่ดี ร้อยทั้งร้อยเหอะ)
แต่การไปเกาหลีมันไปเพื่อเปิดหูเปิดตา เพราะครอบครัวอย่างเราไม่ได้มีฐานะร่ำรวยขนาดที่จะไปต่างประเทศได้ง่ายๆยังงั้นสักหน่อย
ผมคิดว่าตัวเองโง่เลยด้วยซ้ำ
เพราะผมมัวแต่ห่วงเรื่องการเรียน กลัวการเรียนจะเสีย เพราะมันไปเกาหลีตอนวันที่ต้องเรียนหนังสือ ทั้งๆที่ประสบการณ์ชีวิตต่างประเทศมันสำคัญกว่าตั้งเยอะ
แต่ที่มันปักคาใจผมก้อคือ
ผมเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พ่อฟังว่า ไปแข่งเกมมา ได้รางวัลไปเกาหลี แต่ไม่ไป เลยแลกเป็นเงินมาพันเดียว
เล่าเสร็จพ่อเราโกรธใหญ่ไฟพรึ่บเลย ด่าเราว่าทำไมเราโง่ยังงี้ ไม่ยอมไป คิดว่าไปต่างประเทศมันง่ายนักเหรอ
แล้วไปแลกเงินมาพันเดียว มันคุ้มค่าซะที่ไหนกัน
พ่อไม่ยอมเลยโทรไปหาพี่มิ้งหวังจะทวงรางวัลคืน ก้อคุยกันยกใหญ่ พูดด้วยน้ำเสียงกระชาก คือไม่ไปก้อไม่เป็นไร แต่ขอเงิน สัก 13000-14000 บาท
แทนเงินพันนึงที่เป็นรางวัลของพี่มิ้งค์ เลยโทรไปหาพี่ไวท์ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานต่อ แล้วก้อสาวไปถึงพี่กันคุยกันเรื่องนี้ยกใหญ่
คุยกันยังไงเดี๋ยวจะเล่าต่อ
แต่อยากจะเล่านิดนึงว่า ตอนที่พ่อผมโกรธ ในใจผมก้อคิดว่าพ่อเราอยากได้เงินมากขนาดนั้นเลยเหรอ อยากได้เงินจนขนาดโกรธและไม่คุยกับเราเลยรึไง
หลังจากวันนั้นทั้งบ้านผม ไม่มีใครคุยกับผมเลย ยกเว้นแม่ของผมคนเดียวที่ปกติ จะบ่นจะด่าผมทุกวันสารพัดเรื่อง แต่วันนี้ แม่ผมไม่บ่นด่าสักพยางค์เดียว
จะขอตังค์กินข้าวต้องถึงขนาดฝากแม่ให้ไปขอเงินพ่อเพื่อที่จะมากินข้าว
คือตอนนั้นในใจหม่นหมอง มาก ไหนจะเรื่องที่เล่าที่ รร. ว่าเราจะได้ไปเกาหลีอีก เพื่อนทุกคนต่างก้อบอก ว่าน่าเสียดายจัง ทำไมพลาดโอกาสแบบนี้ไปได้
ในใจตอนนี้ผมคิดว่า เราผิดขนาดนั้นเลยเหรอ วันนั้นผมก้มหน้าลงฟุบกับหมอนร้องไห้อยู่คนเดียวเกือบ 1 ชั่วโมงเต็มได้
มาต่อเรื่องที่ผมไปคุยกับพี่กัน พี่ไวท์
จะไปคุยเรื่องรางวัล คือสิ่งที่พ่อผมต้องการคือ เราไม่ต้องไปเกาหลีก้อได้ แต่ขอเงินรางวัลที่มันคุ้มค่ากับตั๋วเกาหลี
พ่อผมคิดว่า รางวัลคือตั๋วเกาหลีที่เราสามารถเก็บไว้ได้แล้วนำไปขายต่อ แล้วไม่ต้องไปแข่งเกมที่เกาหลีก้อได้
ซึ่งทุกคนที่อ่านอยู่คิดว่ามันใช่ยังงั้นรึเปล่า ผู้จัดเขาให้ตั๋วมาแล้วเราจะเก็บไปขาย แล้วไม่ไปแข่งยังงั้นเหรอ
น่าเกลียดที่สุด
ผมก้อคุยๆกับพี่ไวท์ พี่กัน ไปซึ่งรู้ทั้งรู้ว่า ให้ตายยังแม่งก้อไม่ได้อะไรขึ้นมา จนมีคำนึงหลุดออกมาทำให้ผมถึงกับต้องกลับไปนั่งครุ่นคิดเลย
"ถ้ามึงไม่เล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อมึงฟัง เรื่องทุกอย่างก้อจะไม่เกิดขึ้น"
ผมคิดในใจ เออ... จริงด้วย
หลังจากนั้น ผมก้อพยายามจะลืมเรื่องนั้นไป ต่อมาไม่นานพ่อปมก้อหายโกรธ ผมสามารถคุยกับครอบครัวได้เหมือนเดิมจนถึงทุกวันนี้
ถึงแม้ตอนนี้ในจิตใจผมเกาหลีจะล่องลอยไปในอากาศเสียแล้ว แต่สักวันผมเชื่อว่า ผมจะสามารถใช้ปัญญาของผมไปเกาหลีด้วยตนเองให้ได้ คอยดู
สิ่งที่อยากจะบอกสุดท้ายก้อคือ เวลาเราได้สิ่งดีๆ ขอให้เก็บไว้เป็นความภูมิใจของเราและพัฒนาชีวิตเราให้ดียิ่งขึ้นไป
ไม่ต้องไปโพทะนาบอกคนอื่นให้มันมากนักหรอก เค้าจะหาว่า ขี้อวด เกรียน และอาจจะเกิดปัญหาแบบผมที่เล่าไว้ข้างบนนี้ก้อได้นะครับ
ขอบคุณที่อ่านคับ
November 27 5 : นินทาวันนี้วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 และพรุ่งนี้วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
เป็นวันวิชาการของ รร. เรา หรือถ้าให้พูดเป็นภาษาง่ายๆ คือ วันที่ไม่ต้องทำอะไรเลย เดินเล่นใน รร. จนกว่าจะเลิกเรียน
งานนี้ มีคุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา มาเป็นประธานเปิดงาน ที่หัวฟูๆ อะ (อุ่ย ถ้าคุณหญิงเล่น spaces ก้อขออภัยด้วยนะครับ คนเรียกเยอะ)
ตอนเช้าเรามีหน้าที่ต้องคุมซุ้มวิชาการภาษาไทย 8.00-10.20 น. ก้อคุมไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าสักพักก้อเหลือบไปเจอไอ่ป๊อป
ป๊อปไหนเหรอ
ป๊อปเกรียนอะ รู้ใช่มะ
อืม ... เจอกันก้อทักทายตามมารยาท ป๊อปบอกว่าวันนี้กุเอา nds lite มา มีเกมเชียร์ภาคอังกฤษมาด้วย จะเล่นไหม
เล่นสิ
ตอบด้วยความหน้าด้านของเราไม่เกรงใจใคร เล่นระหว่างทำงานเลยนะนั่น
อืม ก้อรับเครื่องมาเสียบหูฟังเล่น ขอสารภาพตามตรงว่าไม่เคยเล่นมาก่อน
ขอเล่นแบบ hard ก่อนละกัน
ภาคนี้จะเป็นเพลงทางยุโรปส่วนใหญ่เท่าที่เล่นนะ...
ก้อเล่นไป สักพักตายครับ
เห้ย ยศเดี๋ยวอย่าเพิ่งกดข้าม กุขอดูก่อน เพราะกุยังไม่เคยเห็นฉากตอนที่ตาย
หมายความว่าอะไร เมิงเล่นมาไม่เคยตายเลยงั้นสิ ถึงมันจะเซียนจริงๆก้อเหอะ แต่คำแบบนี้ก้อไม่ควรจะโพล่งออกมาได้
พูดไปแบบนี้คิดว่าใครจะชอบ มีใครมั้ยฟังแล้วแบบจะชม "โอ้โห นายไม่เคยตายเลยเหรอ เกมนี้ เก่งจังเลย"
ไม่มีหรอก ร้อยทั้งร้อย...
จะมีแต่คนรำพึงในใจว่า
"ไอ่เกรียน ไอ่กบหน้าติ๋ม อย่าให้มาเจอโอทูนะมึง(เอ่อ... เจ้าของความคิดนี้บางคนก้ออาจเกรียน ไม่ได้หมายรวมว่าทุกคนที่เล่นโอทูจะเกรียนนะ คนดีก้อมี)"
ไหนๆก้อไหนๆแล้วขอเป็นฉงนขอขุดเรื่องเก่าๆมาเม้าท์หน่อยละกัน มีคอมพ์ทั้งที เอาสะจายยย
ตะก่อนไอ่ป๊อปตอน ป.6 จะเป็นคนที่ถูกเพื่อนแกล้งเป็นประจำ หลบไปร้องไห้อยู่วันๆ
แกล้งยังไงบ้างเหรอ เราไม่รู้อะไรมากหรอก แต่ที่จำความได้ก้อคือ...
ตอนไปค่ายลูกเสือมันจะมีฐาน น้ำตกสวรรค์ เอาง่ายๆ คือกลิ้งสไลเดอร์ลงมาตกน้ำป๋อมแป๋ม ซ่า...
แน่นอน ทุกคนต้องใส่กางเกงที่มันรัด บอกเซอร์ หรือกางเกงอะไรที่โดนน้ำแล้วมันจะไม่หลวม
วันนั้นกางเกงไอ่ปอปมันหลวม
หลวมยังไงเหรอ
หลวมแบบเห็นร่องตูดแพลมๆ แบบแฟชั่นสาวๆ บางคนที่เห็นได้บางคนน่ะแหละ
เอาละ เพื่อนกุก้อเริ่มแผนการชั่วร้าย จะดึงกางเกงไอ่ปอปลงมา ต้องเล่นทีเผลอครับคราวนี้ ตอนแรกจะดึงแต่ไม่สำเร็จเพราะด้านหลังคนมันรุมกันเยอะ
มันผิดสังเกตเกินไป เลยต้องส่งอาสาสมัครไปทำภารกิจเปิดตูดกบ ในที่สุด...
พรึ่บบ !!!
โอ้โห... ร่องตูดกบอะไรมันจะยาวไปถึงเกือบฟุตเลยวะ ยาวจริงๆ เพื่อนคนนึงมันโพล่งคำว่า "555+ ร่องแม่น้ำแยงซีเกียง"
ช่วงนั้นไอ่ปอปก้อเลยได้ฉายาว่า แยงซีเกียง เวลาครูภูมิศาสตร์จะพูดถึงเอเชียตะวันออกประเทศจีน
พอครูโพล่งคำว่า "แยงซีเกียง" ก้อจะฮากันทั้งห้องอยู่บ่อยๆ
ยังมีอีกเยอะนะเรื่องความเกรียนที่ รร.
แต่ยังไงก้อไม่น่าอายเท่ากุหรอก ตอนค่าย เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า กุยังเคยผ้าเช็ดตัวหลุดโชว์ _ เลย เล็กน้อยๆ 555+
ปล. จ๊วบบ... พอละๆ 555+ พิมไปฮาไป โคตรรำลึกความหลังเลยกุ
ปล2. จ๊วบบ... ดูให้ดีก่อนเลือก ฮาสาดๆๆ
4 : เรื่องควรโกรธเรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อวาน (วันอาทิตย์)
เราก้อไปเล่นเกมที่ mbk ตามปกติ
เพื่อนเราชื่อเอ็ม บอกว่า "เห้ย วันนี้กลับบ้าน 1 ทุ่มนึงได้รึเปล่า"
กุบอก"ไม่เอา ทุ่มครึ่งดีกว่า"
มันก้อ "อืมๆ" แล้วมันก้อไปเล่น pump it up ฆ่าเวลา
จนถึงทุ่มครึ่ง
มันกลับมาจากเล่น pump it up แล้ว มันบอกขอเล่น hod4 อีกตาก่อนแล้วกลับเลย
เราก้อ "อืมๆๆ"
เล่นเสร็จก้อ 2 ทุ่มพอดี เอ็มก้อบอก "ไป... กลับกัน"
อืม ก้อกลับไป แต่พอระหว่างทาง กุก้อพูดว่า "เห้ยย... เดวดุขอไปเยี่ยวที่ tokyu ก่อนได้มั้ย"
ทันใดนั้น เอ็มก้อเดินหนีลงลิฟต์กลับบ้านทิ้งพวกเราที่เดินด้วยเหลือ 2 คนเลยง่ะ (พอดีเดินกลับกะพี่ถมวันนั้น)
ข้างบนคือสาระสำคัญ แต่อยากจะเล่าเหตุการณ์หลังจากนั้นต่อ
หลังจากนั้นเรากะพี่ถมก้อยืนเฉยๆ แล้วก้อบอก อืมช่างแม่ง ว้าแล้วก้อเดินไปซื้อแมคกับพี่ถม เพราะพี่ถมเขาอยากได้ของกลับไปกินที่บ้าน
ถึงแมค...
ระหว่างสั่งๆไป ก้อเจอ พี่นกกะพี่กันพอดี เขาบอกจะไปกินโออิชิราเมนกัน อืมม... เราก้อเลยตามไปด้วย
วันนี้เจอคนในร้าน มี พี่ดำ... กะพี่สิวใจดี... ช่วงนั้นเป็นเวลา 3 ทุ่ม พี่สิวใจดี ก้อเข็นรถซูชิมา บอกเอาไหม ขายชิ้นละ 10 บาท
พี่ถม กรี๊ดใหญ่เลย เราก้อกรี๊ดในใจ อืมวันหลังคงต้องมากินซูชิช่วง ลด แลก แจก แถม (3 ทุ่ม) บ่อยๆซะละ 555+
ปล. จ๊วบบ...
November 26 3 : โรคกระเพาะ vs อาหารเป็นพิษวันพุธที่แล้วไปเรียน รด. มา มีการสอบภาคปฎิบัติด้วยละ
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ที่สำคัญคือตอนพักกินข้าว ที่ศูนย์ฝึกจะมีอาหารให้กิน
เราก้อไปกินน้ำเพื่อนตามปกติ วันนี้อารมณ์นางเอกครับ กินน้ำส้ม
กินไป อึกๆๆ ผ่านไป 5นาที
เห้ยย... ปวดท้องว่ะ (รำพึงในใจ)
แม่ค้ามันวางยากู... นางเอกขี้แตกเลยมึงคราวนี้...
แต่รู้สึกตอนนั้นยังไม่ปวดมาก และตอนนั่นคิดว่าคงจะเป็นโรคกระเพาะตามเคย
ที่ว่าตามเคยก้อเพราะว่าเคยเป็นโรคกระเพาะมาก่อนถึง 2 ครั้ง
ตอนเย็นก้อเลยกะจะไปกินข้าวกับปะป๊า คิดว่ากินข้าวไปแล้วอาการปวดท้องมันจะหาย
ก้อเลยนั่งมอเตอร์ไซค์ไปกับปะป๊า...
รถติดอีก (ไอ่...)
โอยย... ท้องกูไม่ไหวแล้ว อาการมันเริ่มกำเริบปวดขึ้นเรื่อยๆแล้ว
อืม.. ผ่านช่วงรถติดมาได้แล้ว...
เอ๊ยย... ทำไมปะป๊าขับช้าจัง (วันนั่นรู้สึกว่าร้านอาหารมันไกลมากๆ ประมาณว่าออกตัว 5 โมงเย็น ไปถึง 6 โมงเย็น)
ระหว่างนั่งนั่งมอเตอร์ไซค์กับปะป๊าก้อต้องกอดปะป๊า เราก้อ scratch พุงปะป๊าไปพลางๆบรรเทาความปวด อูๆๆๆ
ในที่สุดก้อถึง อา...
แต่ลืมไปว่าต้องรออาหารอีก อูยย... ไม่ไหวแล้ว
อยากจะดิ้นท่าเปียโนผ้าของเลเซอร์ลามอนบรรเท่าความปวดจังเลย ...
และแล้วอาหารก้อมา เยส
ก้อกินๆ ไป ในใจคิดว่าอืม กินแล้วคงหายปวดท้องแน่ๆ
ไม่หายปวดท้อง อ้ากกก
ปะป๊าเห็นเราแปลกๆก้อเลยถาม ว่าเป็นอะไร เราก้อตอบไปว่า อืมม... ปวดท้อง
ปะป๊าเราถามว่า พักนี้กินอาหารตรงเวลารึเปล่า เราก้อตอบว่า ตรงนะปะป๊า กินอาหารตรงเวลาทุกวัน ก้อตัดประเด็นโรคกระเพาะไปได้
ว่าแล้วก้อไปโรงพยาบาล ผลสรุปออกมาว่า เป็นอาหารเป็นพิษ นะครับ
จำไว้เลยกุจะไม่กินน้ำส้มที่ศูนย์ฝึกอีกแล้ว คอยดู ... T T
November 23 2 : คอมพิวเตอร์กับครอบครัวผมเพิ่งจะมามีคอมพ์ก้อเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนนี้เองล่ะครับ
ทั้งๆที่ผมอยากได้มันมานานแบบบางวันใจแทบขาดนึกอิจฉาคนที่มันมีคอมพ์
เพราะในใจเราก้อนึกว่ามันต้องดีแน่ๆเลยถ้ามีคอมพ์ เพราะมันได้คุยกับเพื่อน มันได้เล่นเกม และอีกหลายอย่าง
ในบางวันเวลาไป รร. แล้วเค้ายิงคำถามมาว่า "บ้านมึงคอม spec อะไร" ไอ่เราไม่มีคำตอบ เพราะบ้านเรามันไม่มีคอมพ์
หรือบางครั้งเพื่อนมันก้อต้องการขอความช่วยเหลือจากเรา เช่น อาจจะขอให้เราช่วยพิมพ์งานให้หน่อย
อ่าว เย็ดเป็ด กุจะพิมพ์ให้มึงยังไงล่ะ ก้อบ้านกุไม่มีคอมพ์ ก้อรู้สึกเหมือนเป็นตัวถ่วงชาวบ้านยังไงไม่รู้
รู้สึกอายจังเลย
เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ วันจันทร์...
ผมเดินกลับจาก รร. เข้ามาในบ้าน เห็นกล่องลังสีส้มเขียนว่า hi-pod
เห้ยย... นี่มันคอมพ์นี่หว่า !!!
แต่ในใจเราก้อยังลังเลอยู่จึงถามพี่ว่า "นี่คอมพ์บ้านเราป่ะเนี่ย ???"
ที่ถามยังงี้ไม่ใช่อะไรหรอก
คราวก่อนพี่เอา ps2 มา ไอ่เราก้อนึกว่า อู้หู พี่ใจป้ำวุ้ยซื้อ ps2 ให้เราเล่น วันนั้นก้อเล่นอย่างหนำใจ ปรากฎว่า พรุ่งนี้
ps2 หายไป
ก้อเลยถามพี่ว่า อ่าว... ps2 เมื่อวานล่ะ ??? พี่ก้อตอบว่า อ๋อ ยืมเพื่อนมาเล่นเฉยยย...
แต่ครางนี้คอมพ์มันมาอีก ก้อนึกว่า พี่จะยืมคอมพ์มาอีก เลยถามพี่ไปอีกว่า "นะ... นี่คอมพ์บ้านเราใช่มั้ย"
"ไม่ใช่มั้ง..." เออ... ยังงี้แปลว่าใช่...
ไชโย!!!!!
ตอนนั้นรู้สึกทำอะไรไม่ถูกแล้วเหมือนสวรรค์มันมากองอยู่กับหน้า เหมือนโลกมันเป็นสีชมพูไปหมด
แต่พอเรามีคอมพ์เราก้อรู้สึกว่า คอมพ์มันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเรา
คอมพ์ไม่ได้อยู่กับผมตลอด 24 ชั่วโมง เพราะผมต้องแบ่งให้พี่เล่น ซึ่งผมแทบจะไม่ค่อยได้เล่นคอมพ์เลยเมื่อพี่ผมอยู่บ้าน
คอมพ์ไม่ได้ให้ข้างผมกิน ผมต้องกินข้าวเอง ไม่งั้นจะเป็นโรคกระเพาะเหมือนเคยอีก... เออว่าแล้ว เดี๋ยวสักวันจะมาเล่าเรื่อง โรคกระเพาะให้ฟัง สนุกดี...
และคอมพ์มันก้อไม่ด้ให้ความสุขผมตลอด เหมือนเวลาผมอยู่กับพ่อกับแม่ ซึ่งผมรู้สึกว่า คอมพ์มันเป็นเศษเหล็กไปเลย
แต่เราก้อปฏิเสธไม่ได้นะว่าคอมพ์ไม่จำเป็นสำหรับเราในยุคนี้ มันก้อมีประโยชน์หลายอย่างเลยแหละ ถ้าเราใช้มันถูกทางไม่ไปเปิด adult material ดู พ่อแม่เราก้อพอใจ
อืมม... และการมีคอมพ์ก้อทำให้เรารู้จักมีความอดทนในการที่จะรอพี่เล่น รู้จักแบ่งปัน ทำให้เกิดความผูกพันกลมเกลียวในครอบครัวมากขึ้น
อืม... ก้อขอบคุณพระเจ้านะครับ ที่ตอบคำตอบของข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ก้ออธิษฐานขอคอมพ์ แล้วก้อได้จริงๆ ขอบคุณพระเจ้าครับ
ปล. จ๊วบบ... ว่างๆ จะมาเขียนใหม่อีกนะ รอด้วยละ
|
|
|